Vietnam's economy may have overtaken Thailand
Warning that Vietnam's economy may overtake Thailand
"At present, Thailand's GDP is around $500 billion and Vietnam has more than 400 billion. But Vietnam has outperformed Thailand in terms of foreign investment (FDI) and export values, and in terms of population, it has not made an effective economic reform within Thailand."
Thailand's main problems are political instability, growing corruption in government departments and the decline in the standard of the education system
Politicians are focusing on popular policies rather than long-term structural reform, which includes technology and innovation. Moreover, they are also faced with the problem of decreasing the workforce as it reaches 13 million elderly people.
Vietnam, for its part, has enhanced the country's competitiveness, including the agricultural sector. As it has made significant progress in the sectors of anti-corruption and education, it has taken a much better position than Thailand in the ASEAN region.
In order to save Thailand's economy, long-term structural reforms need to go along with short-term economic stimulus.
Experts recommend that corruption be taken as soon as possible to restore confidence, especially foreign investors.
Ref: Bangkokpost
ในฐานะผู้ที่ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ ผมเห็นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามเป็นตัวอย่างที่น่าศึกษามาก ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่เขาทำได้ดีกว่าไทยอย่างชัดเจน เวียดนามประสบความสำเร็จในการพัฒนาภาคการส่งออกและเกษตรกรรมซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจ ภายในระยะเวลาไม่นาน GDP ของเขากำลังไล่ตามไทยอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ไทยจะยังมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าก็ตาม สำหรับประเทศไทยนั้น ปัญหาเรื่องความไม่มั่นคงทางการเมืองและการทุจริตในระบบราชการ รวมถึงการเรียนการสอนที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ เป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้การพัฒนาช้ากว่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานและศักยภาพการผลิต จากประสบการณ์ส่วนตัว แม้ผมจะเห็นความพยายามของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมนวัตกรรมและการปฏิรูปเศรษฐกิจ แต่ยังรู้สึกว่าขาดความต่อเนื่องและความจริงจังในบางจุด ซึ่งการวางแผนระยะยาวและการแก้ไขปัญหาที่ต้นตออย่างทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องสำคัญมาก หากไม่จัดการอย่างเด็ดขาด ธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติก็อาจขาดความมั่นใจในระยะยาว ในขณะที่เวียดนามเริ่มเห็นผลของการปรับปรุงในภาคการศึกษาและการต้านทุจริตอย่างจริงจัง ยังมีการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสร้างฐานความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน สุดท้ายแล้ว การที่ทั้งสองประเทศจะเติบโตไปพร้อม ๆ กันได้นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับความโดดเด่นของนโยบายและความมุ่งมั่นในการพัฒนาของแต่ละฝ่าย แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว รู้สึกว่าเวลานี้ควรเน้นการปฏิรูปอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้ถูกเวียดนามแซงหน้าในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน







































































