ครีมที่ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศกรุงเทพ🫶✨
ACCA By Dr.DSP Sensitive Barrier Cream
ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ให้ผิวแข็งแรงขึ้น ใช้ได้ทุกวัน
อัปเดตเล็กๆ เผื่อใครที่กำลังเสิร์ชหา “capsika gel” หรือ “t’else red orange niacinamide toner” แล้วลังเลว่าจะจับคู่กับครีมเสริมเกราะผิวยังไงให้เข้ากัน (เพราะหลายคนผิวออฟฟิศมักเจอแอร์จนผิวแห้ง/ผิวระคายง่าย) จากที่ใช้ ACCA By Dr.DSP Sensitive Barrier Cream จุดที่รู้สึกชัดคือเป็นครีมสาย “Protective / Barrier Skin” ที่เน้นช่วยพยุง skin barrier ให้ผิวกลับมาแข็งแรง (เห็นคำว่า Ceramide บนแพ็กเกจด้วย) เลยเหมาะมากเวลาผิวเริ่มแห้งตึงหรือแต่งหน้าแล้วเป็นขุย โดยเฉพาะวันที่อยู่ห้องแอร์ทั้งวัน ถ้าจะใช้ร่วมกับกลุ่มแอคทีฟอย่าง niacinamide toner (เช่น t’else red orange niacinamide toner) เราแนะนำให้โฟกัสที่ “ลำดับและความถี่” เพื่อให้ผิวไม่งง: 1) เริ่มจากใช้โทนเนอร์ไนอะซินาไมด์วันเว้นวันก่อนในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก ถ้าผิวไม่แสบ/ไม่แดงค่อยเพิ่มความถี่ 2) หลังโทนเนอร์ให้รอซึมสักนิด แล้วตามด้วย ACCA Sensitive Barrier Cream เพื่อเคลือบผิวและลดโอกาสแห้งตึง 3) ตอนเช้าห้ามลืมกันแดด เพราะต่อให้เป็นโทนเนอร์อ่อนๆ ผิวที่ barrier อ่อนแอก็ไวต่อแดดอยู่ดี ส่วน “capsika gel” (ถ้าเป็นเจลแต้มเฉพาะจุดที่ออกแนว active/ทำให้ผิวรู้สึกอุ่นๆ หรือระคายได้ในบางคน) วิธีที่ปลอดภัยกับผิวแพ้ง่ายคือ: - ใช้แบบแต้มเฉพาะจุดจริงๆ และเลี่ยงบริเวณที่ผิวลอก/แสบ - อย่าทาทับด้วยสกินแคร์หลายชั้นเกินไปในบริเวณเดียวกัน ถ้าต้องแต้มเจล ให้รอให้เจลแห้งก่อน แล้วค่อยแตะครีม barrier บางๆ รอบๆ จุดนั้น (ไม่ต้องถูแรง) - ถ้าวันไหนผิวเริ่มแสบง่าย ให้พักแอคทีฟทั้งหมด แล้วกลับมาใช้แค่ครีมเสริมเกราะผิว + กันแดดไปก่อน 3–5 วัน ทริคการทา ACCA ที่เราว่าเวิร์กสำหรับชาวออฟฟิศกรุงเทพคือ “ทาทีละน้อยแต่ทาซ้ำจุดแห้ง” เช่น ข้างแก้ม มุมปาก และร่องจมูก เพราะบริเวณนี้มักโดนแอร์แล้วลอกง่ายมาก เนื้อครีมจะช่วยให้ผิวดูนิ่งขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้นด้วย ปล. ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลนะคะ ถ้าใครผิวแพ้ง่ายมาก แนะนำเทสต์หลังหู/กรอบหน้าก่อน 1–2 วัน แล้วค่อยใช้เต็มหน้า จะเซฟผิวที่สุด








