กระรอกป่า
หลายคนเรียก “กระรอกบิน” เหมือนกันหมด แต่จริงๆ เวลาสังเกตในไทยจะเจอได้ทั้งกระรอกป่า (วิ่ง/กระโดดตามกิ่งไม้) และกระรอกบิน (ร่อนจากต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง) เราเลยสรุปแบบที่คนชอบดูสัตว์ป่ามือใหม่อ่านแล้วแยกออกง่ายๆ เผื่อใครกำลังค้นว่า “กระรอกบินในไทย” หรือ “กระรอกป่า” ต่างกันยังไง 1) กระรอกบินบินได้ไหม? คำตอบคือ “ร่อน” มากกว่า “บิน” ค่ะ จุดเด่นคือมีพังผืดด้านข้างลำตัวเหมือน “ปีก” (หลายคนค้นคำว่า กระรอกปีก) เวลากางออกจะช่วยให้ร่อนข้ามระยะได้ไกล ส่วนกระรอกป่าทั่วไปไม่มีพังผืดแบบนี้ จะเน้นวิ่งไล่กิ่งไม้และกระโดดสั้นๆ 2) วิธีดูว่าใช่กระรอกบินหรือเปล่า (ดูด้วยตาแบบเร็วๆ) - ถ้าเห็นกางผิวหนังเป็นแผ่นจากขาหน้าไปขาหลังตอนกระโดด/ร่อน มีโอกาสสูงว่าเป็นกระรอกบิน - ช่วงหัวค่ำถึงกลางคืนเจอบ่อยกว่า เพราะกระรอกบินหลายชนิดออกหากินตอนเย็น-กลางคืน - ถ้าตอนวิ่งเกาะต้นไม้แล้ว “พุ่งร่อน” ไปอีกต้นแบบเงียบๆ นี่ใช่เลย 3) กระรอกบินมี “กี่ชนิด” ในไทย? ในไทยมีกระรอกบินหลายชนิด (คนเลยค้นว่า กระรอกบินมี กี่ ชนิด) แต่สำหรับคนทั่วไป แนะนำแยกแบบใช้งานจริงก่อนคือ - กระรอกบินขนาดเล็ก/กลาง: ตัวไม่ใหญ่มาก ร่อนคล่อง เจอได้ในพื้นที่ที่มีต้นไม้ต่อเนื่อง - กระรอกบินขนาดใหญ่: ตัวใหญ่กว่า เห็นชัดเวลาร่อน แต่จะเจอยากขึ้น สี “ขาว” ที่หลายคนค้น (กระรอกบินสีขาว) บางทีอาจเป็นตัวสีอ่อน/แสงไฟทำให้ดูซีด หรือเป็นความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ ควรดูจากลักษณะพังผืดและพฤติกรรมร่วมด้วย ไม่ดูสีอย่างเดียว 4) กระรอกชอบอากาศแบบไหน? จากที่สังเกตเอง กระรอกป่าและกระรอกบินจะคึกคักตอนอากาศไม่ร้อนจัด มีร่มเงาและความชื้นพอดีๆ ถ้าวันไหนแดดแรงมากๆ จะเห็นน้อยลง เพราะเขาหลบอยู่บนยอดไม้หรือโพรงไม้ ช่วงเย็นอากาศเริ่มเย็นจะเริ่มออกมาให้เห็นอีกครั้ง 5) กระรอกบินภาคใต้/กระรอกบินป่า เจอบริเวณไหน? โดยรวม “ป่าที่มีต้นไม้สูงและต่อเนื่อง” จะเหมาะมาก เพราะต้องใช้พื้นที่ร่อนข้ามต้นไม้ ถ้าเป็นสวนหรือชุมชนที่มีต้นไม้ใหญ่หลายต้นติดกันก็พอมีโอกาสเจอ แต่ถ้าต้นไม้โล่งๆ ขาดช่วง เขาจะร่อนลำบาก 6) ก่อนค้นต่อเรื่อง “วิธีเลี้ยงกระรอกบิน” ขอให้คิดเรื่องนี้ก่อน หลายคนเห็นกระรอกน่ารักแล้วอยากเลี้ยง แต่กระรอกบินเป็นสัตว์ที่เครียดง่าย ต้องการพื้นที่แนวสูง/กรงใหญ่ อุณหภูมิที่เหมาะสม และอาหารที่หลากหลาย ที่สำคัญคือควรตรวจสอบกฎหมาย/แหล่งที่มาถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการจับจากป่า เพราะทำให้ระบบนิเวศเสียและตัวสัตว์ปรับตัวลำบาก ถ้าคุณเจอในธรรมชาติ แนะนำดูห่างๆ แบบไม่ส่งเสียงดัง ไม่ใช้แฟลชแรงๆ แล้วลองสังเกตจุดเด่นเรื่องพังผืดและการ “ร่อน” รับรองว่าแยกกระรอกบินกับกระรอกป่าได้ง่ายขึ้นมากค่ะ






















































☺️🤗🤗