Team P OR Team H ? #pgr #punishinggrayraven #honkaistarrail #hsr #vsbattle
ตอนแรกที่เราไปอ่านเรื่อง starshade (แผ่นบังแสงรูปกลีบ ๆ ที่ลอยไปบังดาวหน้าเทเลสโคป) เราก็ติดคำถามเดียวกับหลายคนเลย: “ต้องลดแสงดาวให้ต่ำแค่ไหนถึงจะเจอ exoplanet?” เพราะดาวฤกษ์สว่างมากจนกลบแสงสะท้อน/แสงความร้อนจาง ๆ ของดาวเคราะห์ไปหมด คำตอบแบบภาพรวมคือ: ต้องลดแสงจากดาวฤกษ์ให้จางลงอย่างมหาศาลจนแสงหลง (starlight leakage) ต่ำพอที่จะไม่กลบสัญญาณของดาวเคราะห์ โดยระดับที่มักถูกพูดถึงสำหรับการเห็น “ดาวเคราะห์คล้ายโลก” ใกล้ดาวคล้ายดวงอาทิตย์คือการกดแสงดาวลงประมาณ 10^10 เท่า (คอนทราสต์ระดับหนึ่งในหมื่นล้าน) ถึงจะมีโอกาสแยกสัญญาณได้ชัดในช่วงแสงที่สังเกต เหตุผลคือดาวฤกษ์สว่างกว่าดาวเคราะห์มาก ๆ โดยเฉพาะในย่านแสงที่ดาวเคราะห์สะท้อนจากดาวแม่ สิ่งที่ starshade ช่วยคือมันบังแสงดาวตั้งแต่ก่อนเข้ากล้อง ทำให้แสงฟุ้งจากการเลี้ยวเบน (diffraction) และการกระเจิงในระบบออปติกน้อยลง เมื่อเทียบกับการใช้คอโรนากราฟ (coronagraph) ที่บังแสงภายในกล้อง แต่ถึงจะเป็น starshade ก็ไม่ได้หมายความว่า “บังแล้วจบ” เพราะความท้าทายจริง ๆ อยู่ที่การออกแบบรูปทรงกลีบและระยะห่างระหว่าง starshade กับเทเลสโคป เพื่อให้เงาที่ได้ “มืดพอ” ในบริเวณที่กล้องรับแสง สิ่งที่ทำให้ต้องมืดขนาดนั้นมี 3 ประเด็นที่เราอ่านแล้วรู้สึกว่าเข้าใจง่ายขึ้น: 1) อัตราส่วนความสว่างต่างกันสุดขั้ว: ดาวเคราะห์เป็นเพียงจุดจาง ๆ ข้างดาวที่สว่างจ้ามาก 2) แสงหลงนิดเดียวก็กลบหมด: ต่อให้บังได้ 99.9999% ก็ยังไม่พอสำหรับเป้าหมายระดับโลกคล้ายโลก เพราะ “เศษแสง” ที่เหลือยังมากกว่าแสงดาวเคราะห์ 3) ต้องแยกจากดาวแม่ในมุมเล็กมาก: ดาวเคราะห์อยู่ใกล้ดาวแม่ในเชิงมุมบนท้องฟ้า ทำให้ต้องควบคุมลักษณะ PSF/เงาให้เนียนมาก ไม่งั้นจะเห็นเป็นฮาโลฟุ้ง ๆ ถ้าถามว่าแสงต้อง “ต่ำแค่ไหน” ในทางปฏิบัติ มักพูดเป็น “คอนทราสต์ที่ต้องทำได้” และ “ความมืดของเงา” มากกว่าค่าเป็นลักซ์/ความสว่างเชิงประสาทสัมผัส เพราะงานจริงขึ้นกับย่านคลื่นที่สังเกต (visible/near-IR), ระยะเวลารับแสง, ขนาดกล้อง, และความสว่างของดาวเป้าหมายด้วย พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งอยากเห็นดาวเคราะห์เล็กและจาง (โดยเฉพาะแบบคล้ายโลก) ก็ยิ่งต้องกดแสงดาวลงลึกระดับ 10^-10 ทิปส่วนตัวเวลาจะอ่านข่าว/บทความเกี่ยวกับภารกิจ starshade ให้จับ 2 คำนี้ไว้: - “contrast” (คอนทราสต์ที่กดแสงดาวได้) - “IWA/inner working angle” (มุมแยกต่ำสุดที่ยังเห็นดาวเคราะห์ได้) ถ้าสองค่านี้ดี โอกาสเจอ exoplanet ใกล้ดาวแม่ก็สูงขึ้นมาก สรุปสั้น ๆ: starshade ต้องทำให้แสงดาวจางลงแบบสุด ๆ ระดับหนึ่งในหมื่นล้าน (โดยเฉพาะถ้าเล็งดาวเคราะห์คล้ายโลก) เพื่อให้สัญญาณจาง ๆ ของ exoplanet โผล่พ้นแสงกลบของดาวฤกษ์ และทั้งหมดนี้ยังต้องพึ่งความแม่นยำของการจัดตำแหน่งและการออกแบบรูปทรงเงาอย่างหนักด้วย
























