" ประภาคารฟาโรสแห่งอเล็กซานเดรีย หรือ ประภาคารแห่งอเล็กซานเดรีย " เป็นประภาคารโบราณซึ่งตั้งอยู่บนเกาะฟาโรส เมืองอเล็กซานเดรีย ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สร้างประมาณ 270 ปีก่อนคริสต์ศักราช ในรัชสมัยพระเจ้าปโตเลมีที่ 1 ถูกสร้างโดยสถาปนิกชื่อ " โซสเตรโตส "

ตัวประคาภารมีความสูงเท่าใดยังไม่แน่ชัด แต่อยู่ในระหว่าง 200-600 ฟุต (ขนาดพอ ๆ กับ เทพีเสรีภาพ) สร้างด้วยหินอ่อนแกะสลัก มีตะเกียงขนาดใหญ่บนยอด นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าในเวลากลางวันจะปล่อยควัน ในเวลากลางคืนจะเป็นแสงไฟสว่างที่เห็นได้จากระยะไกล ซึ่งยังไม่ทราบว่าใช้วิธีใดในการจุดไฟและส่องแสง บ้างก็สันนิษฐานว่าใช้กระจกในการส่องแสง บ้างก็เชื่อว่าสามารถส่องแสงได้ถึง 4 ทาง แต่บางส่วนก็เชื่อว่าส่องแสงได้เพียงแค่ 2 ทางเท่านั้น

ประภาคารฟาโรสแห่งอเล็กซานเดรีย มีอายุอยู่ได้ยาวนานถึง 1,600 ปี จนกระทั่งในประมาณศตวรรษที่ 13-14 เกิดแผ่นดินไหวทำให้ประภาคารพังลงมา และในปี ค.ศ. 1994 นักโบราณคดีได้ดำน้ำสำรวจบริเวณปากอ่าวอเล็กซานเดรีย พบหลักฐานของสิ่งที่เชื่อว่าเป็นซากชิ้นส่วนของประภาคารฟาโรสแห่งอเล็กซานเดรีย ซึ่งบางส่วนเป็นหินที่หนักถึง 70 ตัน

2025/11/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประภาคารฟาโรสแห่งอเล็กซานเดรีย ถือเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณที่ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจและหาความรู้ จากคำบันทึกและการศึกษาทางโบราณคดีทำให้เราทราบถึงความยิ่งใหญ่ของโครงสร้างนี้ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ประภาคารธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์การนำทางสำคัญสำหรับเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตามหลักฐานที่นักโบราณคดีพบ ซากอิฐและหินอ่อนจำนวนมากที่จมอยู่ใต้ท้องทะเลบริเวณอ่าวอเล็กซานเดรีย ช่วยยืนยันว่าประภาคารนี้เคยมีขนาดใหญ่และทนทานมาก การที่บางส่วนของหินมีน้ำหนักถึง 70 ตันเองก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงและเทคโนโลยีการก่อสร้างในยุคโบราณที่มีความก้าวหน้าอย่างน่าทึ่ง ในขณะที่รูปทรงและโครงสร้างยังคงเป็นปริศนา มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับวิธีการที่ประภาคารใช้อุปกรณ์อย่างกระจกหรือแหล่งกำเนิดไฟเพื่อปล่อยแสงไฟสว่างไกล ดูเหมือนว่าจะมีการใช้เทคนิคเฉพาะตัวโดยอาศัยแสงไฟและควันที่เพิ่มความปลอดภัยและแนะแนวทางเดินเรือในช่วงเวลากลางคืนและกลางวัน ประภาคารฟาโรสจึงไม่ใช่เพียงสิ่งก่อสร้างเพื่อการใช้งานเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองและนวัตกรรมของอารยธรรมอียิปต์โบราณ โดยเปิดให้เราได้สัมผัสกับอดีตอันยิ่งใหญ่และเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติและเทคโนโลยีในสมัยก่อน หากสนใจศึกษาลึกลงไปเกี่ยวกับเทคนิคการก่อสร้างและการบูรณะ รวมถึงบทบาทของประภาคารฟาโรสในยุคปัจจุบัน มีแหล่งข้อมูลและงานวิจัยที่น่าสนใจเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในงานวิทยาศาสตร์และสถาปัตยกรรมร่วมสมัยซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างแท้จริง