มาแชร์ไอเดียในการเขียน set up planner ของ mission to the moon 🌙 Innergy planner 2026 ค้าบ
⭐️ ทบทวนก่อนเริ่ม + ให้คะแนนปี 2025
ขอบคุณตัวเองสำหรับทุกความพยายาม
ให้คะแนนอย่างซื่อสัตย์ เพื่อรู้ว่าอยากพัฒนาตรงไหนในปีหน้า
⭐️ Inner Chart
ปีนี้อยากโฟกัสอะไร ลดอะไร ดูแลตัวเองมากขึ้นแค่ไหน
และมีขั้นตอน เล็กๆไหนบ้างที่จะทำให้เป้าหมายหลักเป็นจริง
⭐️ Vision Board
รวมภาพ ความฝัน และความรู้สึก
ให้รู้ว่าปี 2026 อยากใช้ชีวิตในโทนแบบไหน
⭐️ Yearly Plan
วางภาพรวมทั้งปีในแต่ละด้าน
แยกย่อยออกไปในแต่ละเดือน
⭐️ Monthly Calendar
วางแผนรายเดือน กำหนดการต่าง
⭐️ กระดาษจดท้ายเล่ม
พื้นที่สำหรับเรื่องเล็กๆ ความคิดระหว่างทาง🤍
ไม่ต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่หน้าแรก
แค่เริ่มต้นด้วยความตั้งใจ
แล้วค่อยๆ เขียนปี 2026 ไปพร้อมกัน 🌙✨
#รีแคป2025 #แพลนเนอร์ #planner2026 #innergyplanner #missiontothemoon
หลังจากลองใช้ Innergy Planner มาหลายรอบ เราว่าการ “set up” ช่วงแรกสำคัญมาก เพราะมันทำให้ทั้งเล่มมีทิศทาง และช่วยให้เราเปิดมาเขียนต่อได้ง่ายขึ้น สำหรับ Innergy Planner 2026 เราแนะนำให้เตรียม 30–60 นาที + เครื่องเขียนที่ชอบ (ปากกาสี/ไฮไลต์/สติ๊กเกอร์) แล้วทำตามนี้ได้เลย
1) Recap ก่อนเริ่ม: ให้คะแนนปี 2025 แบบไม่ดราม่า
หน้าทบทวนปี 2025 ที่มีตารางให้คะแนน (งาน การเงิน ความสัมพันธ์ สุขภาพ ฯลฯ) เราชอบทำ “รอบเดียวให้จบ” แล้วค่อยกลับมาเติมรายละเอียดทีหลัง ทริคคือเขียนสั้นๆ ว่าอะไรทำให้คะแนนสูง/ต่ำ เช่น “สุขภาพ 6/10 เพราะนอนน้อย” แค่นี้ก็พอจะเห็นจุดพัฒนาปี 2026 แล้ว
2) 2026 Inner Chart: แปลงเป้าหมายใหญ่เป็นขั้นตอนเล็กที่ทำได้จริง
หน้า 2026 INNER CHART เป็นส่วนที่ทำให้แพลนเนอร์เล่มนี้ต่างจากสมุดทั่วไป เราจะเลือกโฟกัสหลัก 1–3 เรื่องก่อน (เช่น สุขภาพ/การเงิน/งาน) แล้วแตกเป็น “ขั้นตอนเล็กๆ รายวัน” ที่ทำได้จริง เช่น ดื่มน้ำให้ถึงเป้า, ออกกำลังกาย 15 นาที, เก็บห้อง 10 นาที ข้อดีคือวันที่ยุ่งมากๆ เราก็ยังทำเวอร์ชันเล็กได้ ไม่หลุดทั้งระบบ
3) Vision Board 6 ด้าน: ทำให้เห็นภาพชีวิตโทนปี 2026
หน้า Vision Board ที่แบ่งเป็น 6 ด้านใหญ่ๆ (งาน ความสัมพันธ์ สุขภาพจิต ฯลฯ) เราชอบใช้วิธีเลือก “คำความรู้สึก” ก่อน เช่น สงบ มั่นคง คล่องตัว แล้วค่อยหาภาพประกอบ จะช่วยให้บอร์ดไม่หลุดธีม และไม่กลายเป็นแค่รูปสวยๆ แนะนำให้เลือกภาพแบบพอดีๆ เว้นพื้นที่ให้หายใจ เวลาเปิดมาดูจะไม่แน่นจนล้า
4) Yearly Plan: ล็อกหมุดหมายของปีแบบยืดหยุ่น
หน้า Yearly Plan ให้ลองใส่หมุดหมายเป็น “ไตรมาส” หรือ “ฤดูกาล” แทนการยัดลงทุกเดือน เช่น Q1 เน้นสุขภาพ, Q2 อัปสกิล, Q3 วางแผนการเงิน, Q4 ทบทวนและพัก เติมหัวข้อแต่ละหมวด (สุขภาพ/พัฒนาตนเอง/การเงิน) แบบ 1–2 บรรทัดพอ จะทำให้แผนทั้งปีดูจริงและไม่กดดัน
5) Monthly Calendar: ใส่ของสำคัญก่อน แล้วค่อยเติมกิจวัตร
ในหน้า Monthly Calendar (เช่น มกราคม) เราจะใส่วันสำคัญ/นัดหมาย/เดดไลน์ก่อน จากนั้นค่อยเติมกิจวัตรเบาๆ เช่น วันดูแลตัวเอง วันเคลียร์บ้าน วันทำบัญชี วิธีนี้ช่วยให้ตารางไม่แน่นเกิน และยังมีช่องว่างให้ชีวิตจริง
6) กระดาษจดท้ายเล่ม: ที่เก็บ “เรื่องระหว่างทาง”
หน้าท้ายเล่มที่มีทั้งแบบมีเส้นและแบบว่าง เราใช้จดไอเดีย ความคิดที่ผุดขึ้นมา หรือสรุปบทเรียนประจำเดือน บางวันแค่เขียน 3 บรรทัดก็พอ ทำให้เล่มนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของเรา
สุดท้าย อยากย้ำว่า set up planner ไม่ต้องเป๊ะตั้งแต่หน้าแรก แค่เริ่มด้วยความตั้งใจ แล้วค่อยๆ เขียน Innergy Planner 2026 ไปพร้อมกันก็พอ
เขียนสวยมากๆค่า ดูรู้เลยว่าตั้งใจเขียนมากๆ HNY นะคะ💖