間に合うとは思わないでください。
「間に合うとは思わないでください。」
時々だから。。。 列車は待ってくれない
今日、鉄道にまたがる交通渋滞のニュースがあり、その後大きな事故がありました。
私が最初に考えたことはでした。。。
「このような写真は、慣れるまで見ます。」
特に多くの鉄道の交差点。
交通渋滞。。。 赤信号だ。。 ロングトレーリングカー
多くの人が前かゆみに沿ってゆっくりと流れます。
最後に、レール上で誤って停止してください。
一番怖いのは
しばしばそれは「生き残る」。
人々が考え始めるまで生き残る
「大丈夫です。終わりますよ。」
しかし、真実は、
電車はバイクではありません。
サロンではありません。
バスじゃない。
巨大です。
そして、非常に長いブレーキング距離を使用します。
時々、列車の運転手は遠くから車を見ます。
しかし、本当に止まった
考えるべきことは
いくつかの列車のポイントは、定期的に車が通過するのを待つために駐車しなければならない地点に達します。
普通のように聞こえます。
しかし、実際には「危険サイン」です。
リスクが大きくなるたびに、
いつか必ず起こるでしょう。
誰かを責めるために書いたわけではありません。
何度もドライバーが強制的な交通状況に見舞われるため
前のかゆみが動く。私たちは動かなければならない。
気づいたら。。。 車輪はレールの上にあった。
しかし、簡単に説明したいと思います
レールページがトンの場合
緑色の信号が点灯していても、渡らないでください。
もう数分待ってください。
家に帰る機会がない方がいい。
いくつかの事故。
スピードによるものではありません。
しかし、言葉から
私は間に合います。
จากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันก็เคยเจอสถานการณ์รถติดหน้าทางรถไฟเหมือนกัน และต้องยอมรับว่าหลายครั้งเราอาจประเมินเวลาผ่านทางผิดพลาดจนล้อรถไปหยุดอยู่บนรางรถไฟอย่างไม่ตั้งใจ ยิ่งรถไฟเป็นพาหนะที่มีน้ำหนักมหาศาลและต้องการระยะเบรกยาวมาก ทำให้แม้คนขับจะเห็นรถกีดขวางตั้งแต่ไกลก็ไม่อาจหยุดทันได้ สิ่งนี้ทำให้ "อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็ทัน" กลายเป็นคำเตือนที่เปี่ยมด้วยความหมาย ในแต่ละวัน จุดตัดรถไฟหลายแห่งมีการจอดรอรถยนต์ผ่านอย่างเป็นปกติ หลายคนเลือกที่จะขยับตามคันหน้าด้วยความหวังว่าจะผ่านไปได้ทันไฟเขียวแต่บางครั้งกลับติดค้างบนรางโดยไม่รู้ตัวและรอดนั่นกลายเป็นความเคยชินที่อันตรายมาก เพื่อความปลอดภัย ฉันแนะนำว่าถ้าเห็นว่าทางด้านหน้าตันหรือไม่แน่ใจว่าผ่านทัน ให้หยุดรถทันทีแม้ไฟจะเขียว การรอแค่ไม่กี่นาทีแลกกับความปลอดภัยและโอกาสได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยนั้นคุ้มค่ามากกว่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ของอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมและใจเย็นในการขับขี่ช่วยให้เรามีสติไม่ตัดสินใจผิดพลาด การใส่ใจในจุดเสี่ยงอย่างจุดตัดรถไฟแม้จะดูธรรมดา แต่ก็ช่วยป้องกันเหตุการณ์ใหญ่ได้ สุดท้าย ฉันคิดว่าการเปลี่ยน mindset จากความคิด "เดี๋ยวก็ทัน" เป็น "ไม่เสี่ยงดีกว่า" จะช่วยลดอุบัติเหตุและส่งเสริมความปลอดภัยให้ทุกคนบนท้องถนนมากขึ้นครับ
