หลังจากได้ลอง LUNA Hydrobiome Moisturizer ช่วงหนึ่ง สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือ “หน้าฉ่ำมาก” แบบผิวดูอิ่มน้ำขึ้นทันที แต่ไม่ได้เป็นความมันเยิ้ม จุดนี้ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงบอกว่า “หน้ามันรอด หน้าแห้งเอาอยู่” เพราะฟินิชมันเป็นฉ่ำสุขภาพดีมากกว่าเงามันค่ะ เนื้อสัมผัส/ความรู้สึกหลังทา เนื้อครีมจะให้ความชุ่มชื้นค่อนข้างดี พอวอร์มบนมือแล้วทาลงผิวจะซึมไว ระหว่างวันผิวดูนุ่มขึ้น ไม่ค่อยเป็นขุยเวลาแต่งหน้า (เหมาะกับคนที่ชอบงานผิว) แต่ถ้าใครผิวมันมากๆ แนะนำเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน โดยเฉพาะโซน T-zone เพื่อไม่ให้รู้สึกหนักผิว เหมาะกับสภาพผิวไหน - ผิวแห้ง/ขาดน้ำ: ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น เหมือนผิวได้เติมน้ำ ทำให้แต่งหน้าติดง่ายกว่าเดิม - ผิวมัน/ผิวผสม: ใช้ได้ แต่ควรทาแบบบางๆ หรือเน้นเฉพาะจุดที่แห้ง จะได้ “ฉ่ำ” แบบพอดี ไม่ลื่น - ผิวระคายเคืองง่าย: แนะนำเทสต์ที่กราม/หลังหูก่อน 2-3 วัน เพราะสกินแคร์แต่ละคนแพ้ง่ายไม่เหมือนกัน วิธีใช้ให้ได้ผล (ทริคที่ทำแล้วเวิร์ก) 1) ทาหลังลงเซรั่มตอนผิวยังหมาดๆ จะล็อกความชุ่มชื้นได้ดีและผิวดูฉ่ำขึ้น 2) กลางวันใช้ปริมาณประมาณเมล็ดถั่วเขียวก็พอ โดยเฉพาะถ้าต้องแต่งหน้า 3) กลางคืนสามารถทาหนาเพิ่มบริเวณที่แห้งมาก เช่น แก้ม มุมปาก เพื่อช่วยให้ผิวฟูตอนตื่น ใช้คู่กับอะไรแล้วเข้ากัน ส่วนตัวชอบจับคู่กับเซรั่มเติมน้ำ/ปลอบประโลมผิว เพราะทำให้มอยส์เจอไรเซอร์ทำงานเต็มขึ้น และถ้าวันไหนอยู่ห้องแอร์ทั้งวัน จะรู้สึกว่าผิวไม่แห้งตึงง่าย ข้อสังเกตเล็กๆ ถ้าทาเยอะเกินไป โดยเฉพาะคนผิวมัน อาจรู้สึกว่าหน้ามันวาวระหว่างวันได้ แนะนำค่อยๆ เพิ่มปริมาณจนเจอจุดที่พอดีกับผิวตัวเอง สรุปจากประสบการณ์ส่วนตัว LUNA Hydrobiome Moisturizer ให้ลุคหน้าฉ่ำแบบสุขภาพดี ช่วยพยุงผิวทั้งคนผิวมันและผิวแห้งได้จริง ถ้าปรับปริมาณให้เหมาะกับสภาพผิวตัวเอง โอกาสเจอฟีล “เจอแน่!! หน้าฉ่ำมากกกก” มีสูงเลยค่ะ
0 คนบันทึกแล้ว
1
3/14 แก้ไขเป็น
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง



มอยซ์ถูกและดี no spon
#มอยส์ #มอยซ์เจอไรเซอร์ #ป้ายยากั บlemon8 #รีวิวบิ้วตี้ #ป้ายยาสกินแคร์
ถูกใจ 126 ครั้ง

