เจ้าของทรัพย์สิน (landlord/property owner) สามารถตกลงจ่าย ค่าบริการเพิ่มเติม ให้นายหน้าเพื่อดูแลผู้เช่าระหว่างปี หรือในช่วงอายุสัญญาเช่าได้ ซึ่งบริการนี้มักถูกเรียกว่า Property Management (PM) หรือบริการจัดการทรัพย์สินให้เช่า

ข้อแตกต่างของค่าบริการ

โดยทั่วไปแล้ว ค่าบริการนายหน้าจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก:

1.ค่านายหน้าจัดหาผู้เช่า (Agent Commission/Leasing Fee):

* เป็นค่าตอบแทนที่นายหน้าได้รับเมื่อสามารถหาผู้เช่าได้สำเร็จ และมีการเซ็นสัญญาเช่า

* ในประเทศไทย มักเป็นอัตรา 1 เดือนของค่าเช่า สำหรับสัญญาเช่า 1 ปี หรือตามสัดส่วนที่ตกลงกัน

* ค่าธรรมเนียมนี้เป็นแบบ จ่ายครั้งเดียว เมื่อทำสัญญาเสร็จสิ้น

2. ค่าบริการจัดการทรัพย์สิน (Property Management Fee):

* เป็นค่าตอบแทนสำหรับการ ดูแลทรัพย์สินและผู้เช่า ตลอดอายุสัญญาเช่า (ระหว่างปี)

* บริการนี้รวมถึงการดูแลผู้เช่า, การรับแจ้งปัญหา, การประสานงานซ่อมแซม, การเก็บค่าเช่า (ในบางกรณี), การดูแลสภาพทรัพย์ ฯลฯ

* อัตราค่าบริการนี้อาจคิดเป็น เปอร์เซ็นต์ของค่าเช่ารายเดือน (เช่น 10-15%) หรือคิดเป็น ค่าบริการรายปี ที่มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า (เช่น ครึ่งเดือนของค่าเช่าต่อการต่อสัญญา/ดูแลในปีถัดไป)

* หากเจ้าของทรัพย์ต้องการให้นายหน้าดูแลระหว่างปี จะต้องมีการตกลงทำ สัญญาบริการจัดการทรัพย์สิน (PM Agreement) แยกต่างหาก หรือรวมอยู่ในสัญญานายหน้าให้ชัดเจน

ดังนั้น หากเจ้าของต้องการให้นายหน้าทำหน้าที่ ดูแลลูกค้า (ซึ่งถือเป็นบริการ Property Management) ก็สามารถเรียกค่าทำงานการดูแลเพิ่มได้ และควรมีการตกลงขอบเขตงานและอัตราค่าบริการให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

2025/10/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการบริหารจัดการทรัพย์สินให้เช่าในประเทศไทยมีรายละเอียดและข้อควรระวังที่เจ้าของทรัพย์สินควรรู้เพิ่มเติมเพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด นอกเหนือจากค่าบริการที่กล่าวถึงในบทความแล้ว เจ้าของทรัพย์สินควรตระหนักถึงการทำสัญญากับนายหน้าอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะกรณีการใช้บริการ Property Management ซึ่งนอกจากอัตราค่าบริการที่มักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าเช่ารายเดือนแล้ว ยังควรกำหนดรายละเอียดเรื่องการดูแลทั้งในส่วนของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เช่าและทรัพย์สิน เช่น การซ่อมแซม การตรวจสอบสภาพทรัพย์สิน และการเก็บรักษาความเรียบร้อยภายในพื้นที่เช่า นอกจากนี้ ควรมีการตกลงเรื่องความถี่ในการรายงานสถานะและปัญหาต่างๆ เพื่อให้เจ้าของทรัพย์สินรับทราบและควบคุมการบริหารจัดการได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงการกำหนดขั้นตอนการเก็บค่าเช่าที่ชัดเจนและปลอดภัย เพื่อป้องกันความผิดพลาดหรือการสูญเสียรายได้ อีกทั้ง บริการ Property Management ยังช่วยให้เจ้าของทรัพย์สินลดภาระงานและลดความเสี่ยงจากการบริหารจัดการโดยตรง โดยเฉพาะสำหรับเจ้าของที่มีหลายทรัพย์สินหรือไม่สะดวกดูแลเองตลอดเวลาหรือในช่วงเวลาที่ไม่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นๆ ในเรื่องของสัญญา PM Agreement ควรรวมเงื่อนไขที่ครอบคลุมชัดเจน เช่น ระยะเวลาการให้บริการ สิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย วิธีการยกเลิกสัญญาหรือปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการ รวมถึงการกำหนดมาตรฐานการบริการที่ต้องรักษา เพื่อป้องกันความขัดแย้งและสร้างความมั่นใจว่าบริการจะเป็นไปตามที่ตกลงกัน ในภาพรวม ความเข้าใจอย่างละเอียดเกี่ยวกับค่านายหน้าและค่าบริการจัดการทรัพย์สินจะช่วยให้เจ้าของทรัพย์สินสามารถบริหารจัดการทรัพย์ให้เช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรักษาผลประโยชน์สูงสุดและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าของและผู้เช่าอย่างยั่งยืน