Automatically translated.View original post

When God forgives us...

✝️ When God forgives us... how can we keep that love alone?

Do you remember that day, the day your heart was filled with sin, guilt and shame?

The day you were desperate for yourself, but God didn't abandon you...

Instead, he extends the arm of mercy around you.

Today... there's someone in this world

Crying in the dark the way you used to be

And he... may be waiting for you.

Waiting for someone to take him to know God, who forgives unconditionally.

💔 In a world full of broken hearts.

There are a lot of people who believe they don't deserve forgiveness.

But that's your mission.

You are the testimony of grace.

You are the light of redemption that reflects Jesus Christ, who forgives sinners.

📖 "Forgive one another, as God forgave you in Christ."

(Ephesians 4: 32 >

🙏 God doesn't just forgive you...

But He is inviting you to be a bridge.

A bridge that takes another person.

Skip from guilt... to the inexhaustible hand of love.

📌 Today's motto:

> "The true loved one is not kept alone... but shares with the world."

🔥 words of encouragement for today:

Try to quiet down for a moment...

Think of one name in your heart.

And decide that today you will give me the grace you received.

To that man with the heart of Christ.

Tell him:

"God still loves you always...."

And bring him home... back to the hands of the Lord.

2025/8/8 Edited to

... Read moreเวลาพูดถึง “พระคุณพระจิต” สำหรับฉันมันไม่ใช่คำศาสนาที่ยากๆ แต่เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในใจเรา ตอนที่เราอ่อนล้า รู้สึกผิด หรือแบกความละอายจนเหมือนอยู่ในความมืด พระจิตเจ้ามักทำงานแบบเงียบๆ ค่อยๆ ปลอบโยน ให้เรากลับมาหายใจได้อีกครั้ง และเชื่อว่าเรายังมีคุณค่าในสายตาพระเจ้า ฉันเคยมีช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเอง “ไม่สมควรได้รับการให้อภัย” ทำผิดซ้ำๆ จนคิดว่าพระเจ้าคงเหนื่อยกับเราแล้ว แต่ในช่วงที่อธิษฐานแบบพูดไม่ออก ได้แต่เงียบ น้ำตาไหล ฉันกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่าง เหมือนมีใครมาวางมือบนศีรษะและโอบกอดใจที่แตกสลายอยู่ตรงนั้น ภาพในหัวคล้ายพระเยซูกำลังปลอบโยนคนที่ร้องไห้ มีไม้กางเขนอยู่ด้านหลัง มันทำให้ฉันเข้าใจว่า การให้อภัยของพระเจ้าไม่ได้เริ่มจากความเก่งของเรา แต่มาจากความรักและพระเมตตาของพระองค์ ถ้าคุณกำลังค้นหาว่า “พระคุณพระจิตคืออะไร” ฉันสรุปแบบคนธรรมดาว่า พระจิตเจ้าทรงช่วยเรา 3 อย่างบ่อยมาก 1) เตือนใจให้กลับมาหาพระเจ้า ไม่หนี ไม่หลบ 2) ปลอบโยนและรักษาบาดแผลลึกๆ ที่เราไม่กล้าบอกใคร 3) ให้กำลังและปัญญาในการเริ่มใหม่ รวมถึงกล้าให้อภัยผู้อื่น และสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตจริงๆ คือ เมื่อเรารับพระคุณแล้ว เราจะเริ่ม “มองคนอื่นต่างไป” ฉันเคยโกรธบางคนมาก พอคิดถึงคำว่า “จงให้อภัยกันและกัน เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงให้อภัย” ก็ยังทำไม่ได้อยู่ดี แต่พอฉันขอให้พระจิตเจ้าช่วย ฉันเริ่มจากขั้นเล็กๆ เช่น อธิษฐานเผื่อเขา 1 นาที ส่งข้อความสั้นๆ ว่า “เป็นไงบ้าง” หรือเลือกไม่พูดทำร้ายซ้ำ แม้ยังไม่รู้สึกดีทั้งหมด นั่นแหละเป็นจุดเริ่มของการเป็น “สะพาน” ถ้าวันนี้คุณอยากลองเปิดพื้นที่ให้พระคุณพระจิตทำงาน ลองทำแบบนี้ได้เลย - เงียบสัก 3 นาที แล้วบอกพระเจ้าแบบตรงๆ ว่าคุณรู้สึกผิด/เจ็บ/เหนื่อยเรื่องอะไร - อ่านข้อพระคัมภีร์สั้นๆ แล้วถามตัวเองว่า “พระเจ้ากำลังชวนฉันทำก้าวไหน” - คิดถึง “หนึ่งชื่อ” ที่คุณอยากส่งต่อพระคุณให้ แล้วเริ่มจากการทักหรืออธิษฐานเผื่อ บางทีคนคนนั้นอาจกำลังร้องไห้อยู่ในความมืดแบบที่เราเคยเป็น และสิ่งที่เขารอ อาจเป็นคำง่ายๆ จากคุณว่า “พระเจ้ายังรักคุณเสมอ”