Automatically translated.View original post

Golden Time 10 o'clock! Secrets, sensitive workers.

3/9 Edited to

... Read moreหลายคนถามกันบ่อยว่า golden time คืออะไร และ golden time แปลว่าอะไร จริง ๆ แล้วคำนี้แปลตรงตัวได้ว่า “เวลาทอง” หรือ “ช่วงเวลาที่ดีที่สุด” ซึ่งความหมายจะเปลี่ยนไปตามบริบท เช่น การทำงาน/อ่านหนังสือก็หมายถึงช่วงที่เรามีสมาธิดี พลังงานเต็ม และจัดการงานได้ไวเป็นพิเศษ สำหรับสายทำงานอย่างเรา ๆ Golden Time มักถูกพูดถึงในบริบท “ช่วงเช้า” (บางคนคือ 7–10 โมง บางคนพีคตอน 9–11 โมง) เพราะสมองยังไม่โดนรบกวนจากเรื่องจุกจิกทั้งวัน สิ่งที่ฉันลองทำแล้วรู้สึกว่าเวิร์กมากคือการ “จัดระเบียบสมองก่อนเริ่มงานตอนเช้า” ให้ได้ก่อน แล้วค่อยลงมือทำงานที่ยากที่สุด วิธีที่ฉันใช้เพื่อเคลียร์สมอง/เคลียร์งานในช่วง Golden Time มีประมาณนี้ 1) ตื่นมาอย่างแรก: ไม่เปิดโซเชียลทันที ถ้าเปิดมือถือไถฟีดปุ๊บ สมองจะโดนข้อมูลยัดเข้ามาแบบไม่ตั้งใจ ทำให้หลุดโฟกัสเร็ว ฉันจะให้ตัวเองมีช่วงเงียบ ๆ ก่อน 15–30 นาที เพื่อ “คิดตกตะกอนตัวเอง” ว่าวันนี้จะทำอะไร 2) ทำ Brain Dump 3–5 นาที หยิบกระดาษหรือโน้ตในโทรศัพท์แล้วเขียนทุกอย่างที่ค้างในหัวออกมาให้หมด (งาน/เรื่องส่วนตัว/สิ่งที่กังวล) จุดนี้ช่วยจัดระเบียบสมองมาก พอเห็นเป็นรายการ เราจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างมันรุมพร้อมกัน 3) เลือก 1 งานสำคัญสุดของวัน (MIT) หลังจากลิสต์แล้ว ฉันจะเลือก “งานเดียว” ที่ถ้าทำเสร็จแล้ววันนี้ถือว่าคุ้ม จากนั้นล็อกช่วงเวลา 60–90 นาทีให้กับงานนี้ในตอนเช้า โดยพยายามไม่ให้ใครมายุ่งกับเวลาช่วงเช้า 4) แยกงานเป็น 2 กอง: เคลียร์งาน vs เคลียร์สมอง เคลียร์งาน = ทำชิ้นงานที่วัดผลได้ (เขียน/สรุป/ทำสไลด์) เคลียร์สมอง = ทำให้สมองพร้อม (จัดโต๊ะ วางแผนวัน ออกกำลังกายเบา ๆ) ถ้าวันไหนหัวตื้อ ฉันจะเริ่มจากเคลียร์สมองก่อน เช่น เดินเร็ว/ยืดเหยียด 10 นาที แล้วค่อยกลับมาลุย 5) สูตรกันโดนขัดจังหวะช่วง Golden Time ตั้งโหมดห้ามรบกวน ปิดแจ้งเตือน และบอกคนรอบตัวไว้ล่วงหน้า (หรือใส่ในปฏิทิน) ว่า “ช่วงนี้ขอโฟกัส” เพราะ Golden Time จะมีค่ามากก็ต่อเมื่อเรารักษามันได้จริง สรุปสั้น ๆ: golden time คือ “เวลาทอง” ที่เหมาะกับการทำงานยาก ๆ และถ้าเราใช้ช่วงเช้าเพื่อเคลียร์สมอง เคลียร์งาน และไม่ปล่อยให้สิ่งรบกวนเข้ามาเร็วเกินไป ประสิทธิภาพใน 1–2 ปีถัดไปจะต่างแบบรู้สึกได้เลย