Automatically translated.View original post

🧠Psychology reads smooth people, how to notice liars.⁉️

💬 liars are not broken because of words.

But because of uncontrollable "small behavior," 👀

Combine psychology of catching liars without being a detective ✅.

📌 how to deal when someone is suspected of lying.

- Don't hurry.

- Ask the same question at different times.

- Listen to more than talk.

- See action. More than description.

1) Answer the question "Too long is necessary."

Put in a lot of detail.

Reexplain.

Try to make the story look real.

2) Avoid answering straight questions.

Change the subject.

Answer indirectly

Answer another question instead.

3) The tone changed from normal.

Higher pitch

Speak faster.

Or unusually quiet.

4) The narrative changes small details.

Lad time

The chronology changed.

The description is not the same.

5) Avoid eye contact or excessive eye contact

Some people dare not look.

Some people stare too much to show confidence.

💌 any friends like this kind of contrast. Don't forget to press the fall. In the future, we will find a self-improvement concept to serve to everyone and talk. Let's comment.

# Lemon 8 Howtoo # Develop yourself # Mind health # Psychology # Psychology reads people's minds

1/19 Edited to

... Read moreเสริมจากที่เล่าไว้ ขอแชร์มุม “ใช้จริงในชีวิตประจำวัน” เวลาเจอคนที่โกหกจนเป็นสันดาน (หรืออย่างน้อยก็ชอบบิดเรื่อง) เพราะหลายครั้งเขาไม่ได้โป๊ะแค่คำพูด แต่โป๊ะจากรูปแบบเดิม ๆ ที่ทำซ้ำค่ะ 1) ตั้งหลักก่อน: อย่าเพิ่งสรุปว่าเขาโกหก จิตวิทยาคนโกหกมีหลายแบบ บางคนพูดวกวนเพราะกังวล/กลัวโดนดุ ไม่ได้ตั้งใจโกหกเสมอไป วิธีที่ช่วยมากคือ “สังเกต baseline” หรือพฤติกรรมปกติของเขาก่อน เช่น ปกติเขาพูดเร็วอยู่แล้วไหม ชอบอธิบายเยอะอยู่แล้วหรือเปล่า แล้วค่อยเทียบตอนเล่าเรื่องสำคัญ 2) เทคนิคถามซ้ำแบบเนียน ๆ (ไม่ใช่ซักฟอก) ทริคที่เวิร์กคือถามคำถามเดิม “ต่างเวลา” และ “ต่างรูปแบบ” เช่น รอบแรกถามว่า “ไปถึงกี่โมง” อีกรอบค่อยถามว่า “ตอนถึงฝนตกไหม” หรือ “ก่อนถึงแวะที่ไหน” คนที่แต่งเรื่องมักจะหลุดตรงเวลา/ลำดับเหตุการณ์ เพราะต้องจำสคริปต์ให้ตรงกัน 3) ฟังโครงเรื่องมากกว่ารายละเอียดสวย ๆ คนโกหกมักใส่รายละเอียดเยอะเพื่อให้ดูจริง แต่ถ้าลองจับ “แกนเรื่อง” จะพบช่องโหว่ เช่น เหตุผลกับการกระทำไม่สัมพันธ์กัน หรือมีช่วงเวลาหายไป การสังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ เช่น หยุดคิดนานตอนตอบจุดสำคัญ/เปลี่ยนเรื่องฉับไว จะช่วยได้มาก 4) อ่านสัญญาณเสียงและคำพูดแบบจับแพตเทิร์น น้ำเสียงเปลี่ยน พูดเร็วขึ้น เสียงสูงขึ้น หรือเงียบผิดปกติเป็นสัญญาณที่เจอบ่อย แต่ให้ดูร่วมกับคำพูดด้วย เช่น ใช้คำกำกวม (“ประมาณนั้น”, “น่าจะ”, “จำไม่ได้เลย”) หรือพยายามยืนยันความน่าเชื่อถือเกินเหตุ (“สาบานได้”, “เชื่อดิ ๆ”) ทั้งหมดไม่ได้ชี้ชัด 100% แต่ถ้ามารัว ๆ พร้อมกัน ควรระวัง 5) การสบตา: อย่ายึดกฎเดียว บางคนเลี่ยงการสบตาเพราะรู้สึกผิด แต่บางคน “จ้องเกินไป” เพื่อคุมเกมให้ดูมั่นใจ ถ้าอยากใช้จิตวิทยาจับคนโกหกแบบปลอดภัย ให้ดูร่วมกับภาษากายอื่น ๆ เช่น ยิ้มไม่สุด หน้าเกร็ง มือจับหน้า/ปิดปาก/ลูบคอ หรือขยับตัวถี่ขึ้นตอนโดนถาม 6) วิธีรับมือเมื่อเริ่มไม่ไว้ใจ (แบบไม่ทำให้บ้านแตก) - เก็บหลักฐาน/ข้อเท็จจริงไว้ก่อนคุย: เวลา รูป แชต - พูดด้วยประโยค “ฉันรู้สึกว่า…” มากกว่า “เธอโกหก” - ขอความชัดเจนเป็นข้อ ๆ: “ขอไทม์ไลน์ตั้งแต่…ถึง…” - ถ้าอีกฝ่ายบิดซ้ำ ๆ ให้ตั้งขอบเขต: เรื่องไหนรับได้/รับไม่ได้ และผลลัพธ์ถ้ายังทำ 7) ถ้าอยากต่อยอดเป็น “จิตวิทยาอ่านใจคน 10 ข้อ” นอกจาก 5 ข้อนี้ ลองเพิ่มอีก 5 มุมที่ช่วยอ่านคนได้ดี: 1) ความสม่ำเสมอของคำพูดกับการกระทำ 2) วิธีรับผิดเมื่อผิด 3) การโทษคนอื่นเป็นนิสัย 4) การเล่าเรื่องแบบยกตัวเองเป็นเหยื่อเสมอ 5) การเปลี่ยนอารมณ์เร็วเมื่อถูกถามเรื่องจริง สุดท้าย ถ้าเจอคนที่โกหกจนเป็นสันดานจริง ๆ สิ่งที่ช่วยที่สุดไม่ใช่การจับให้ได้ทุกครั้ง แต่คือการปกป้องตัวเอง: ลดการให้ข้อมูลสำคัญ ตั้งขอบเขตชัด และเลือกเชื่อจาก “การกระทำ” มากกว่าคำอธิบายค่ะ