This hair dye, which has been dyed black, can come back to dye bright.
ใครที่กำลังเล็ง Beautylabo Cream Dark Tone Natural Black หรือ Brown Black แล้วลังเลเพราะ “ย้อมดำ = กลัวแก้ยาก” เราเข้าใจมากค่ะ เมื่อก่อนเราก็คิดว่าพอย้อมดำแล้วจะต้องติดดาร์กไปยาว ๆ แต่ตัวนี้ให้ฟีล “ดำแบบมีมิติ” มากกว่า ไม่ได้ทึบตันจนหน้าดูดุ และที่ชอบคือมันทำให้ผมดูเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับวันที่อยากกลับมาผมเข้ม ๆ แบบสุภาพ แต่ยังอยากเผื่อทางไว้สำหรับการเปลี่ยนสีในอนาคต โทนที่คนถามเยอะจะมี 2 สีคือ Natural Black กับ Brown Black - Natural Black: ดำชัด ดูคลีน เหมาะกับคนอยากได้ลุคดำธรรมชาติแบบผมสุขภาพดี - Brown Black: จะนุ่มกว่า ดำอม น้ำตาลนิด ๆ เวลาโดนแดดจะเห็นมิติมากขึ้น เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้ดำเข้มเกิน วิธีที่เราทำ (ให้สีติดสม่ำเสมอและแก้ผมด่างได้ดีขึ้น) 1) ก่อนย้อม 1 วัน งดครีมนวด/ออยล์หนัก ๆ เพื่อไม่ให้มีฟิล์มเคลือบเส้นผม 2) แบ่งผมเป็นช่อ ๆ แล้วค่อยลงสี จะคุมทั่วหัวได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะคนที่มีปัญหา “ผมด่าง” หรือสีเก่าหลุดไม่เท่ากัน 3) ขั้นตอนย้อมของเขาคือ ผสม + เขย่า + ชโลม จากนั้นรอประมาณ 30 นาที (เราใช้จับเวลาเลย) 4) ล้างออกจนกว่าน้ำจะใส แล้วค่อยลงทรีตเมนต์/ครีมนวดปลายผม ทริคเล็ก ๆ ให้ดำสวยและไม่ตัน - ถ้าปลายผมเคยทำสีอ่อนมาก่อน ให้ลงช่วงกลาง-ปลายก่อนสักพัก แล้วค่อยย้อนมาโคน จะช่วยให้สีออกมาใกล้เคียงกัน - หลังย้อม 48 ชม. แรก พยายามเลี่ยงแชมพูแรง ๆ และน้ำร้อนจัด สีจะนิ่งและเงากว่า เรื่อง “ย้อมแล้วเปลี่ยนสีต่อได้ไหม” ส่วนตัวเรารู้สึกว่ามันไม่ได้ทิ้งความทึบแน่นแบบบางยี่ห้อ ทำให้วางแผนไปทางสีน้ำตาล/โทนสว่างในรอบถัดไปได้ง่ายขึ้น (แต่ถ้าอยากสว่างมาก ๆ แนะนำค่อย ๆ ทำและปรึกษาช่างนะคะ เพราะพื้นผมเดิมแต่ละคนไม่เหมือนกัน) สรุปรีวิว Beautylabo Cream Dark Tone: ถ้าอยากย้อมดำให้ดูสวย จบ เปลี่ยนสีต่อได้ และชอบลุคดำที่มีมิติ Natural Black กับ Brown Black เป็นตัวเลือกที่ใช้ได้จริง ย้อมเองที่บ้านสะดวก โดยเฉพาะคนที่กลัวดำแล้วแก้ยากค่ะ







































































































