“โผนายพลตำรวจ 2569”

“โผนายพลตำรวจ 2569” เกมอำนาจสีกากี ใครขึ้น ใครลง

การแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจประจำปี 2569 กลายเป็นมหากาพย์ที่ถูกจับตามองอย่างเข้มข้นที่สุดในรอบหลายปี เพราะนอกจากจะเป็นครั้งแรกที่ใช้กฎหมายใหม่ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2565 อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ยังเป็น “ศึกชี้ชะตา” อนาคตของทั้งองค์กร ว่าเกณฑ์อาวุโสและความเหมาะสมจะถูกยึดถือจริงเพียงใด หรือจะยังมี “เกมใต้พรม” เหมือนเช่นทุกปี

รอง ผบ.ตร. ใครจะขึ้น ใครถูกเบรก

ปีนี้มีตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ว่าง 2 เก้าอี้

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. อาวุโสลำดับ 1 เตรียมขึ้นแท่นรอง ผบ.ตร.อย่างไร้ข้อกังขา

อีกเก้าอี้ควรเป็นของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ อาวุโสลำดับ 2 แต่เส้นทางกลับสะดุด เพราะถูกแพทยสภาลงโทษพักใช้ใบอนุญาตวิชาชีพแพทย์ จากปัญหาการก่อสร้างอาคาร รพ.ตำรวจ ทำให้อนาคตในโผครั้งนี้เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม — จะได้ขึ้นตามเกณฑ์ หรือถูกกันออกด้วยเหตุผลด้านจริยธรรม

ผู้ช่วย ผบ.ตร. 7 เก้าอี้ เกมใหญ่สายบังคับบัญชา

ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ปีนี้ว่างมากถึง 7 ตำแหน่ง ซึ่งเป็น “สนามชิง” ที่ดุเดือดที่สุด เพราะผู้ที่ก้าวขึ้นตรงนี้มีโอกาสสูงจะได้ลุ้นเก้าอี้ “บิ๊กสีกากี” ในอนาคต รายชื่อที่ถูกมองว่ามาแรง ได้แก่

พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 – เส้นทางตรงและสะอาด

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. – มือปราบคนดัง “บิ๊กต่อ” เจ้าของคดีใหญ่

พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 – สายงานภูธรแน่น

พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผบช.สง.กำลังพล – กุมกลไกอัตรากำลัง

พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผบช.สง.สืบสวนสอบสวน

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 – สายประชาสัมพันธ์-ภูธร

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. – เชี่ยวชาญคดีไซเบอร์

แต่ละคนต่างมีทั้งผลงานและเครือข่ายหนุนหลัง การขยับเก้าอี้ครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการวางไลน์ “ตัวเต็ง ผบ.ตร.อนาคต”

ผู้บัญชาการตำรวจ ใครไป ใครมา

ระดับ ผู้บัญชาการ (ผบช.) ก็ขยับไม่น้อย รายชื่อสำคัญที่คาดว่าจะสลับเก้าอี้ ได้แก่

พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ขึ้นเป็น ผบช.กองปราบปราม แทน “บิ๊กต่อ” ที่ขยับขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร.

พล.ต.ท.นิติธร จินตกานนท์ ถูกวางตัวเป็น ผบช.ตชด.

พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ย้ายมาคุม ภ.8

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ก้าวขึ้น ผบช.สอท.

พล.ต.ต.ยสวินท์ หรรษมนตร์ รับผิดชอบ ผบช.สสส.

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ก้าวสู่ ผบช.ปส.

ทั้งหมดนี้สะท้อนการจัดวางกำลังใหม่ที่โยงทั้งภูธร กองปราบ และสายปราบปรามยาเสพติดให้เข้ากับยุทธศาสตร์ความมั่นคง

เบื้องหลังเกมโผ – อาวุโส vs. ความเหมาะสม

ตามกฎหมายใหม่ ระดับ รอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร. ต้องใช้เกณฑ์อาวุโส 100% แต่ระดับผบช.ลงมาใช้ “อาวุโสครึ่งหนึ่ง + พิจารณาผลงานและความเหมาะสมครึ่งหนึ่ง” เปิดช่องให้เกิดแรงกดดันและการวิ่งเต้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

จุดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักที่สุดคือกรณี พล.ต.ท.โสภณรัชต์ หากเขาได้ขึ้นรอง ผบ.ตร.ตามเกณฑ์ จะถูกมองว่าองค์กรละเลยเรื่องคุณธรรม แต่ถ้าถูกกันออก ก็อาจเปิดประเด็นฟ้องร้องด้านสิทธิและความยุติธรรม

ผลสะเทือนในอนาคต

โผ 2569 จึงไม่ได้เป็นเพียง “รายชื่อใครขึ้นใครลง” แต่คือการวางหมากอนาคตของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะบรรดานายพลที่ก้าวขึ้นครั้งนี้จะเป็นตัวหลักในการกำหนดทิศทางการปฏิรูปองค์กรและการทำงานด้านความมั่นคงใน 5–10 ปีข้างหน้า

เรียกได้ว่า โผนายพลตำรวจปีนี้ ไม่ใช่แค่โผ แต่คือบททดสอบศรัทธาของสังคมที่มีต่อองค์กรตำรวจทั้งองค์กร

https://news-wanmai.blogspot.com/2025/08/2569.html

#ตำรวจไทย #ติดเทรนด์ #ข่าว #ข่าววันนี้

2025/8/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการแต่งตั้งโผนายพลตำรวจปี 2569 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องสอดคล้องกับกฎหมายใหม่ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2565 ซึ่งมีการเพิ่มเกณฑ์และมาตรฐานในการประเมินทั้งเรื่องอาวุโสและความเหมาะสม ทำให้การแต่งตั้งในปีนี้มีความซับซ้อนและต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทุกฝ่ายมากขึ้น จุดเด่นของโผปีนี้อยู่ที่ตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ที่ว่าง 2 เก้าอี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ที่แม้จะมีอาวุโสสูง แต่ต้องเจอข้อกังวลด้านจริยธรรมจากการลงโทษทางวิชาชีพเนื่องจากปัญหาในโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลตำรวจ ทำให้เกิดคำถามว่าการใช้เกณฑ์อาวุโสเพียงอย่างเดียวจะเพียงพอหรือควรให้ความสำคัญกับเรื่องคุณธรรมควบคู่กันไป ในส่วนตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ที่มีถึง 7 เก้าอี้ว่าง ถือเป็นสนามแข่งขันที่สำคัญ เพราะผู้ที่ได้รับเลือกจะเป็นผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต โดยกลุ่มตัวเต็งประกอบด้วย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร, พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช, และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ซึ่งแต่ละคนมีความเชี่ยวชาญในสายงานของตนและมีเครือข่ายหนุนหลังช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ระดับผู้บัญชาการตำรวจ (ผบช.) ปีนี้ก็มีการขยับที่สำคัญ เพื่อจัดวางกำลังใหม่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างสายภูธร, กองปราบปราม และสายปราบปรามยาเสพติด ซึ่งสะท้อนภาพรวมการวางหมากเพื่ออนาคตขององค์กรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งในปีนี้ต้องสมดุลระหว่างเกณฑ์อาวุโสและความเหมาะสมจริง ๆ เพื่อรักษาศรัทธาของสังคมต่อองค์กรตำรวจที่มีบทบาทด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ การจัดโผจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตำแหน่ง แต่เป็นบททดสอบเชิงคุณธรรมและประสิทธิภาพในการปฏิรูปตำรวจในช่วงหลายปีข้างหน้า สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารนี้ ควรจับตาดูผลการขยับตำแหน่งที่จะส่งผลต่อวิธีการบริหารจัดการตำรวจในอนาคต พร้อมทั้งย้ำความสำคัญของการโปร่งใสและความยุติธรรมในกระบวนการแต่งตั้งเพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในกองทัพสีกากีอย่างแท้จริง