🚦“พรบ.โบราณ กับประเทศที่รถติดเพราะกฎหมายยังอยู่ในปี 2522”

🚦“พรบ.โบราณ กับประเทศที่รถติดเพราะกฎหมายยังอยู่ในปี 2522”

โดย:aekdon

ประเทศไทยมีรถไฟฟ้าวิ่ง รถ EV วิ่ง รถไร้คนขับเริ่มทดสอบ แต่...กฎหมายจราจรของเรายังยึดตาม พรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 — กฎหมายที่ออกตั้งแต่ยุคโทรศัพท์บ้านยังหมุนสาย!

ทุกวันนี้ คนขับมอเตอร์ไซค์โดนจับเพราะ “ไม่ใส่หมวกกันน็อก” แต่รถบรรทุกขนของล้นถนนกลับแล่นได้อย่างภาคภูมิใจ ตำรวจบางนายยืนกลางแดดเหมือนเทพผู้ถือใบสั่ง — “กฎคือกู” ไม่ใช่ “กฎหมายคือกฎ”

ส่วนกฎหมาย... ก็เหมือนเครื่องมือในกระเป๋าไว้ “เรียกผลประโยชน์” มากกว่าจัดระเบียบ

เรายังใช้กฎหมายยุคที่น้ำมันลิตรละ 10 บาท มาควบคุมสังคมที่มี Grab, GPS, และกล้องวงจรปิดรอบเมือง แล้วผลคืออะไร?

รถบรรทุกขนของหนักๆ ทำถนนพัง แต่คนต้องจ่ายภาษีซ่อม

มอเตอร์ไซค์วิ่งข้างทางโดนจับ แต่คนขับรถหรูเปิดไฟฉุกเฉินจอดหน้าคาเฟ่ “เพื่อซื้อกาแฟ 5 นาที” กลับไม่มีใครกล้าทำอะไร

ตำรวจบอก “ทำตามกฎหมาย” แต่กฎหมายมันไม่ได้อัปเดตให้เข้ากับยุคสมัย

นี่เรากำลังอยู่ในยุค 2025 หรือย้อนกลับไปปี 2522 กันแน่?

บทสรุป:

ถ้ากฎหมายไม่ทันสังคม มันก็ไม่ต่างจากสัญญาณไฟจราจรที่พังแล้วไม่มีใครซ่อม — มีไว้เพื่อสร้างระเบียบ หรือแค่สร้างช่องทางให้ “บางคน” ได้ผลประโยชน์?

📢 ถึงเวลาทบทวนไม่ใช่แค่พฤติกรรมคนใช้ถนน แต่รวมถึง “กฎหมายที่หมดอายุ” กับ “จิตสำนึกของผู้บังคับใช้” ด้วย

https://news-wanmai.blogspot.com/2025/10/2522.html

#กฎจราจร #ติดเทรนด์ #บทความดีๆ #บทความดีๆที่อยากแชร์

2025/10/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมพรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและวิถีชีวิตของสังคมไทยในปัจจุบัน ทั้งที่ประเทศไทยมีรถไฟฟ้าวิ่ง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และแม้แต่รถไร้คนขับที่เริ่มมีการทดสอบแล้ว แต่กฎหมายยังคงยึดโยงกับยุคที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้าเหมือนวันนี้ ผลกระทบจึงตามมา เช่น การใช้งานรถบรรทุกน้ำหนักมากที่ทำให้ถนนพังเสียหาย ซึ่งสุดท้ายผู้เสียภาษีต้องเป็นผู้รับภาระซ่อมแซมถนน หรือการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น การจับกุมผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์เพราะไม่สวมหมวกกันน็อก ขณะที่การฝ่าฝืนกฎหมายของรถหรูหรือการใช้ไฟฉุกเฉินจอดขวางทางสาธารณะกลับไม่ถูกลงโทษอย่างจริงจัง ปัญหาหนึ่งที่ชัดเจนคือความไม่เท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมายจราจร รวมถึงจิตสำนึกและการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนที่เหมือนมีแรงจูงใจส่วนตัวมากกว่าการสร้างระเบียบสังคม นอกจากนี้ สัญญาณไฟจราจรและกฎจราจรบางส่วนที่ยังคงใช้งานอยู่ก็ขาดการปรับปรุง ทำให้ระบบจราจรล่มสลายและทำให้เกิดความสับสนแก่ผู้ใช้งาน การแก้ไขปัญหาที่แท้จริงต้องเริ่มจากการทบทวนกฎหมายให้ทันสมัยเท่าทันเทคโนโลยีและวิถีชีวิตสมัยใหม่ รวมถึงการฝึกอบรมสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เพราะกฎหมายที่ล้าสมัยและการบังคับใช้ที่ไม่เป็นธรรม นอกจากจะทำให้ปัญหารถติดไม่มีทางแก้ไขแล้ว ยังเพิ่มความรู้สึกไม่พอใจและความไม่ไว้วางใจในระบบกฎหมายของผู้คนในสังคม การพัฒนากฎหมายจราจรควรรวมถึงมาตรการควบคุมและจัดการกับรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีรถไร้คนขับอย่างเหมาะสม พร้อมมีการกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับสภาพการใช้งานจริงบนถนน เสริมระบบอุ่นใจปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีเช่น กล้องวงจรปิดและ GPS ตลอดจนสร้างระบบปรับปรุงและซ่อมบำรุงสัญญาณไฟและเครื่องหมายจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การจัดการจราจรในเมืองใหญ่ของไทยดีขึ้น ลดความแออัดและความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างแท้จริง โดยสรุป หากประเทศไทยยังยึดติดกับพรบ.จราจรยุคเก่าไม่ปรับปรุงให้รับกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมสังคมร่วมสมัย ปัญหาจราจรที่เป็นปัญหาระยะยาวอย่างการจราจรติดขัดและความไม่เป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายก็จะคงอยู่ต่อไป ดังนั้น การปฏิรูปกฎหมายและสร้างจิตสำนึกผู้บังคับใช้ที่ดีควรได้รับความสำคัญเท่าเทียมกัน เพื่อให้ประเทศไทยไม่ใช่เพียงแค่ประเทศที่รถติด แต่เป็นประเทศที่มีระบบจราจรที่ทันสมัยและเป็นธรรมจริงๆ