What I eat in a day : Day 6 (ปจด.วันที่ 3)

Breakfast: ข้าวคลุกปลาทูน่าใส่น้ำสลัด 1 ช้อนโต๊ะ + มัทฉะลาเต้ (น้ำตาล 3 กรัม)

Lunch : ข้าวสวยราดผักโขมอบชีส 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำพริกแมงดา + ปลาดอลลี่นึ่ง

Dinner : นมโปรตีนพืชรสมัทฉะ

Snack (เช้า) : อเมริกาโน่ร้อนไม่หวาน

Snack (บ่าย) : เครปมัทฉะครึ่งชิ้น + เกี๊ยว 3 ชิ้น

>วันของการอยากกินชาเขียว มัทฉะจริง ๆ กินได้ทุกอย่างแต่แบ่งกินด้วย พยายามออกกำลังกายเบา ๆ แต่สม่ำเสมอ สมองเราจะรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุขมากขึ้น มันจะทำให้เราเลือกกินและยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ดีขึ้น ลองใจเย็นกับตัวเอง อน่าเครียดกับการโฟกัสกับตัวเลข ชั่งน้ำหนักทุกวันได้ แต่ไม่โฟกัสกับมันจนเกินไป ถ้ารู้สึกสบายตัวเวลาใส่เสื้อผ้าก็ถือว่ามาถูกทางแล้ว

#Ahanlog #whatieayinaday

8/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้ลองบันทึกเมนูอาหารในแต่ละวันโดยเน้นชาเขียวมัทฉะและอาหารเพื่อสุขภาพ พบว่าการแบ่งมื้ออาหารอย่างเหมาะสมช่วยให้วางแผนการกินง่ายขึ้นและไม่รู้สึกหิวเกินไป มัทฉะนอกจากให้คาเฟอีนและสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกสดชื่นและสมาธิ การดื่มนมโปรตีนพืชในมื้อเย็นเป็นทางเลือกที่ดีเพราะช่วยเพิ่มโปรตีนและลดไขมันจากสัตว์ อีกทั้งน้ำพริกแมงดาซึ่งเป็นอาหารเสริมไทยทำให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย อาหารจำพวกปลานึ่งและผักโขมอบชีสเป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียม ดีต่อการดูแลสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อ สิ่งที่ช่วยให้การควบคุมอาหารนี้ง่ายขึ้นคือการออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินในที่ร่ม 2-3 กิโลเมตรต่อวัน ที่ช่วยให้สมองผ่อนคลายจากความเครียด รวมถึงความสุขจากกิจกรรมเหล่านี้ช่วยกระตุ้นให้เราเลือกอาหารดี ๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ติดกับดักน้ำหนัก หรือเครียดเกินควรกับตัวเลขบนตราชั่ง ดังนั้น ความสำเร็จในการดูแลร่างกายไม่ได้อยู่ที่การเข้มงวดจนเกินไป แต่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติให้สมดุล เหมาะกับตัวเอง เมื่อรู้สึกสบายตัวและสุขภาพดีขึ้น อาจจะเป็นสัญญาณว่าคุณมาถูกทางแล้วจริง ๆ