รีวิวหนังสือ เราต่างงดงามและจางหาย | เจ็บปวดและแตกสลาย 🖤

รีวิวหนังสือเล่มที่ 41/2025: On Earth We're Briefly Gorgeous เราต่างงดงามแล้วจางหาย

เขียน Ocean Vuong

แปล วรรษชล ศิริจันทนันท์

สนพ. แซลมอน

272 หน้า / 360 บาท

.

การอ่านเล่มนี้ไม่มีคำว่าเส้นตรง แต่เหมือนการหลุดเข้าไปในบังเกอร์ความทรงจำขุ่นเทาด้วยหมอกควันของสงครามเวียดนามและความสับสนของชีวิตในอเมริกา เราใช้เวลาหลายเดือนในการย่อย ไม่ใช่เพราะความยาว แต่เพราะความหนักของมวลอารมณ์ที่ Ocean Vuong บรรจงเขียนลงในแต่ละถ้อยคำและบรรทัด

.

สไตล์การเขียน ทำให้เรานึกถึง The Catcher in the Rye (อีกครั้ง) และ The Perks of Being Wallflower ในแง่ของการสำรวจความโดดเดี่ยวและการพยายามหาที่ทางของตัวเองในโลกที่ดูเหมือนจะไม่ต้อนรับเรา (และเหมือนเราหัวอกเดียวกันไม่มากก็น้อย) เขาเลือกเล่าเชิงจดหมายคล้าย The Perks แต่เป็นฉบับที่แม่ไม่มีวันได้อ่าน (เพราะแม่ไม่อ่านหนังสือ)

.

มันเลยเป็นงานเขียนกึ่งสารภาพบาป กึ่งพรรณนา และกึ่งละเมอเพ้อพบถึงชีวิตของคน(เอเชีย)นอกในอเมริกา และเป็นคนแปลกหน้าในครอบครัวของตัวเอง

.

ภาพในหัวตอนอ่านเลยตัดไปมาเหมือนหนังกลางแปลงม้วนเก่า บ้างชัดชวนเจ็บปวด บ้างเลือน บ้างเมีเสียง บ้างหมือนละครใบ้

.

ท่อนที่ชอบและสิ่งที่ได้

.

"บางสิ่งที่ไร้น้ำหนัก แต่กลับถูกแบกไว้เสมอไปเยี่ยงเสียงเต้นของหัวใจ"

ท่อนนี้เหมือนจะบอกว่า วินาทีที่เราเกิดมา เราแบกบาดแผลของบรรพบุรุษ และความคาดหวังที่มองไม่เห็น

.

“แม่กับผม เราเป็นอเมริกัน จนกระทั่งเราลืมตา”

เสรีภาพ เป็นเพียงกรงขนาดใหญ่ที่เรามองไม่เห็น หรือเลือกที่จะหลอกตัวเองว่านั่นคืออิสรภาพเพียงเพื่อให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้

.

"บางครา การถูกทะนุถนอมอาจเป็นข้อพิสูจน์ชัดเจนที่สุดว่า เราเคยถูกทำให้แตกสลายมาก่อนแล้ว"

ความงดงาม(ในมุมของผู้เขียน) ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่คือร่องรอยของการซ่อมแซม ความรักของแม่และลูกในเรื่องนี้ ดูเผินๆ เหมือนจะมีแต่บาดแผลและความเจ็บปวด แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือความพยายามที่จะดูแลกันแม้หัวใจแตกสลายไปแล้ว

.

My Bookmark(s)

เพื่อจะเดินต่อไป เราจำต้องหลีกทางให้ตัวเอง

.

ถ้านายเป็นดวงอาทิตย์ นายจะไม่มีวันเห็นตัวเอง นายจะรู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ตรงไหนบนท้องฟ้า

.

เราจะลืมสิ่งต่างๆเกี่ยวกับวันแรกที่เราพบว่าตัวเองงดงามได้อย่างไร

.

เราไม่อาจลอยขึ้นได้โดยไม่มีสิ่งใดอยู่เบื้องล่าง

.

การเห็นว่าเรายังคงเป็น ตัวเอง คือการหลบหลีที่คนไม่เคยถูกปฏิเสธไม่อาจเข้าใจ

.

คนพูดเสมอว่าไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดกาล แต่จริงๆแล้ว พวกเขาแค่กลัวว่ามันจะคงอยู่นานเกินกว่าจะรักมันไหว

.

ผมเกลียดเขาเพราะเขาพูดถูก

.

ความสุขอันสมบูรณ์ขับไสกระทั่งความรู้สึกเป็นสุขในตัวมันเอง ด้วยในจิตวิญญาณที่มีวัตถุอัดแน่นย่อมไม่เหลือซอกมุมใดให้ใช้คำว่า “ฉัน” (ซีโมน ไวล์)

.

ผมเรียนรู้ว่า ความงามนี่เองที่เราต่างเสียชีวิตให้ได้มา

.

เมื่อไหร่ไร้ชื่อนาม สิ่งต่างๆ ย่อมหล่นหาย

.

อิสรภาพทุกรูปแบบล้วนแปรผันผูกพันอยู่กับสิ่งอื่น -แม่รู้ดีอยู่แล้ว- และบางทีก็ไม่มีอิสรภาพอยู่ที่ไหนเลยจะมีก็แต่กรงที่ขยายใหญ่ ห่างออกไปจากเรา ซี่กรงยังเห็นเป็นเค้าลาง แม้ไกลห่างแต่ยังคงอยู่ ไม่ต่างจากตอนพวกเขา "ปล่อย" สัตว์ป่าสู่ธรรมชาติเพียงเพื่อจะขังพวกมันอีกครั้งในเขตแดนที่ใหญ่กว่าเดิม แต่ผมก็เลือกมันอยู่ดี ผมเลือกซี่กรงที่ถดห่างกว้างขึ้นเพราะบางครั้ง แค่ไม่เห็นซี่กรงก็เพียงพอ

.

ใครๆ ก็บอกว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลของมัน - แต่ผมตอบไม่ได้ ว่าทำไมถึงมีคนตายมากมายกว่าคนเป็นเสมอ

.

ลิง กวางมูส วัว สุนัข ผีเสื้อ ควาย เหตุผลกลใดที่เราต้องหยิบยืมชีวิตแสนโศกเศร้าของเหล่าสัตว์มาเล่าเรื่องราวของมนุษย์ -ในเมื่อชีวิตคนเราก็เป็นเรื่องของสัตว์ชนิดหนึ่งอยู่แล้ว

#อ่านตามlemon8 #onearthwerebrieflygorgeous #salmonbooks #เราต่างงดงามแล้วจางหาย #ความไม่สมบูณ์แบบ

2025/12/22 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมหนังสือ On Earth We're Briefly Gorgeous หรือในชื่อไทย "เราต่างงดงามและจางหาย" เป็นผลงานเล่มสำคัญที่สะท้อนมิติทางอารมณ์และวัฒนธรรมของคนเอเชียนอเมริกันผ่านการเล่าเรื่องในรูปแบบจดหมาย ซึ่งผู้เขียน Ocean Vuong ได้ถ่ายทอดความรู้สึกของความโดดเดี่ยว ความเจ็บปวด และการค้นหาตัวตนที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจะเข้าใจตัวเองและอีกด้านหนึ่งคือการรับมือกับบาดแผลที่สืบทอดมาจากความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์อย่างสงครามเวียดนาม สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้โดดเด่นคือการใช้ภาษาซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลัง ทั้งในแง่ของความงดงามทางวรรณศิลป์และความลึกซึ้งทางอารมณ์ ที่มีลักษณะกลมกลืนกับสไตล์งานเขียนสารภาพบาปและการพรรณนาจินตนาการ ผู้เขียนไม่ได้เล่าเรื่องอย่างเส้นตรง แต่พาเราเดินทางผ่านภาพความทรงจำที่บิดเบี้ยว มีทั้งความเจ็บปวด ความหวังและความงดงามที่ขมขื่น นอกจากนี้ในเรื่องยังสะท้อนความคิดเกี่ยวกับอิสรภาพที่อาจเป็นกรงที่เรามองไม่เห็น การแบกบาดแผลที่โยงใยจากอดีตสู่ปัจจุบัน และการเติบโตที่เกิดจากบาดแผลเหล่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกในเรื่อง แสดงให้เห็นความรักและความพยายามในการรักษาบาดแผลของใจ แม้จะถูกทำให้แตกสลายมาก่อนก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่างคือการเชื่อมโยงชีวิตมนุษย์กับชีวิตสัตว์ ซึ่งสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น ลิง กวางมูส วัว สุนัข และผีเสื้อ ถูกหยิบยืมมาเล่าเรื่องราวที่สะท้อนความเศร้าและความไม่แน่นอนของชีวิตมนุษย์เองโดยเปรียบเหมือนส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่เปราะบางและต้องเผชิญกับการสูญเสีย ด้วยความละเอียดอ่อนและความจริงใจในเชิงวรรณกรรม On Earth We're Briefly Gorgeous จึงนับเป็นหนังสือที่ให้ทั้งความรู้สึกสะเทือนใจและการตั้งคำถามลึกซึ้งเกี่ยวกับตัวตน ชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และการดำรงอยู่ มีพลังมากพอที่จะทำให้ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจถึงความงดงามบนพื้นฐานของความเปราะบางและความไม่สมบูรณ์แบบ จึงไม่แปลกใจที่ผลงานเล่มนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางและกลายเป็นหนึ่งในหนังสือที่ถูกกล่าวถึงอย่างลึกซึ้งในวงการวรรณกรรมสมัยใหม่ อีกทั้งยังเป็นแสงสะท้อนที่ช่วยปลุกใจและให้ความหวังแก่ผู้ที่เคยรู้สึกว่าเป็นคนแปลกหน้าในโลกใบนี้