Automatically translated.View original post

🏠How long can the eaves of the house be extended? The end of the fence, except 50?

There is no law that requires the eaves to be less than 50 centimeters from the land boundary. The eaves can be filed up to the land boundary, but the eaves must not cause damage to the side land, such as water from the roof falling on the neighbor's land. Leaf debris from the roof falls on the side land.

Important to lodging eaves is the law on 30% of the construction area. This law will count the space beyond the eaves. It must be no less than 30%. This means that no less than 30% of the eaves will be lodged, but no less than 30% of the space will be left.

For BMA, see BMA's legislation.

For other areas, see Ministry Law No. 55, Article 33.

2025/10/9 Edited to

... Read moreหลายคนเข้าใจว่า “ชายคาต้องเว้น 50 ซม.” แต่จากที่ผมเจอเวลาเช็กกฎหมายและคุยกับช่าง/สถาปนิก จริงๆ ประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวชายคาอย่างเดียว แต่อยู่ที่ 2 เรื่องนี้มากกว่า: (1) ทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อนหรือไม่ และ (2) ยังทำให้ที่ดินมี “ที่ว่างภายนอกอาคาร” ตามเกณฑ์หรือเปล่า 1) ชายคายื่นได้กี่เมตร? ทำไมถึงไม่ฟันธงเป็นตัวเลขเดียว หลายบ้านถามว่าหลังคายื่นได้กี่เมตร หรือชายคาควรยื่นเท่าไหร่ คำตอบแบบใช้งานจริงคือ “ยื่นได้ตามแบบที่เหมาะกับบ้าน” แต่ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิข้างเคียง และต้องไม่ทำให้ผิดเงื่อนไขผังที่ว่างของอาคาร ดังนั้นจะยื่น 60 ซม. 1 ม. หรือมากกว่านั้นก็เจอได้ ขึ้นกับแบบโครงสร้าง/กันสาด/การระบายน้ำ และเงื่อนไขพื้นที่ดินของแต่ละแปลง 2) จุดที่โดนร้องเรียนบ่อย: น้ำฝนไหลลงที่ดินข้างเคียง ต่อให้ชายคาไม่ผิดระยะ แต่ถ้าน้ำจากหลังคาไหลไปตกใส่ที่ดินเพื่อนบ้าน มักเป็นต้นเหตุของปัญหา ผมแนะนำให้ทำ “รางน้ำฝน + ท่อระบายน้ำลงในพื้นที่ตัวเอง” ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เลือกตำแหน่งปล่อยน้ำที่ไม่ไหลย้อนออกนอกแนว และทำบ่อพัก/ท่อให้พอรับปริมาณฝน (โดยเฉพาะบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ชายคายื่นยาว) 3) เศษใบไม้/ฝุ่นจากหลังคา ก็ถือเป็นความเดือดร้อนได้ บ้านที่มีต้นไม้ใกล้แนวเขต ถ้าชายคายื่นไปใกล้เพื่อนบ้านมากๆ เศษใบไม้ลงรางน้ำแล้วล้น หรือปลิวไปฝั่งข้างเคียง มีโอกาสเกิดข้อโต้แย้ง แก้ได้ด้วยตะแกรงกันใบไม้ ทำความสะอาดรางน้ำสม่ำเสมอ และออกแบบปลายชายคาให้หยดน้ำไม่สาดข้ามเขต 4) เช็ก “ที่ว่าง 30%” ให้ครบก่อนสรุปว่ายื่นได้แค่ไหน ประเด็นสำคัญที่หลายคนพลาดคือกฎหมายเรื่อง “ที่ว่างภายนอกอาคาร” (บ้านอยู่อาศัยโดยทั่วไปต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า 30%) และการนับที่ว่างจะนับพื้นที่ที่อยู่นอกแนวชายคาปกคลุมด้วย พูดง่ายๆ คือ ยิ่งชายคาคลุมพื้นที่ดินมาก พื้นที่ที่นับเป็น “ที่ว่าง” จะยิ่งลดลง ดังนั้นก่อนจะยื่นชายคายาวๆ ให้ลองวัดคร่าวๆ ว่าเมื่อรวมแนวชายคาแล้ว ที่ว่างยังเหลือถึง 30% ไหม 5) ระยะที่วัด “ผนัง/ตัวอาคาร” ไม่ใช่ชายคา (แต่ต้องไม่ขัดกฎหมายอื่น) อีกจุดที่ผมมักบอกเพื่อนๆ คือ หลายข้อกำหนดจะพูดถึงการวัดระยะจาก “ผนัง” หรือ “ตัวอาคาร/ระเบียง” มากกว่าชายคา ทำให้คนเลยสับสนว่า 50 ซม. คืออะไร สรุปคืออย่าเอาตัวเลขเดียวมาตัดสิน ให้ดูว่าแบบบ้านของเราตัวอาคารอยู่ตรงไหน ชายคาคลุมเท่าไหร่ และระบบระบายน้ำทำให้ไม่เดือดร้อนหรือยัง 6) ถ้าอยู่ กทม. หรือหมู่บ้านจัดสรร ต้องดูข้อกำหนดเฉพาะเพิ่ม กทม. อาจมีข้อบัญญัติ/แนวทางเฉพาะ และหมู่บ้านจัดสรรมักมี “กฎโครงการ” เรื่องแนวร่น รูปแบบชายคา หรือทิศทางการระบายน้ำ แนะนำให้เช็กกับเขต/นิติฯ ก่อนเริ่มทำจริง จะลดโอกาสแก้แบบหน้างาน สรุปวิธีเช็กเร็วๆ ก่อนทำชายคา: วางแนวชายคาในแบบ → คำนวณที่ว่างให้ถึง 30% → ออกแบบรางน้ำฝน/ท่อให้ลงพื้นที่ตัวเอง → ดูข้อกำหนดท้องถิ่น (โดยเฉพาะ กทม.) เท่านี้ก็ยื่นชายคาได้อย่างสบายใจและลดปัญหากับเพื่อนบ้านครับ