Automatically translated.View original post

Coming on time doesn't mean working hard.

Being late doesn't mean working badly. Being on time doesn't mean working well. ⏰💡

This era doesn't just measure performance at the clockwise.

But measured in output, output and output.

Who has ever encountered a problem, only looking at the time of entry, even when the work is finished, the quality is full??

Come to share together 💬

# Salary man # Worklife balance # Performance # Late # Trending

9/7 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัวในการทำงาน พบว่าในบางครั้งเรามักจะถูกตัดสินจากเวลาเข้างานอย่างเดียว ทั้งๆ ที่ผลงานและคุณภาพงานกลับเหนือความคาดหมาย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการมาทำงานตรงเวลาหรือมาสายไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความมุ่งมั่นหรือประสิทธิภาพโดยตรง ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีและรูปแบบการทำงานก็เปลี่ยนแปลงไปมาก หลายองค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับ Performance และ Output มากกว่าการยึดตารางเวลาที่ตายตัว การมองที่คุณภาพงานและผลลัพธ์ที่แท้จริงช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เน้นผลลัพธ์มากขึ้น และส่งเสริมแรงจูงใจในการทำงานอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถมาสายได้โดยไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ บางคนอาจมีเหตุผลส่วนตัวหรือสถานการณ์ที่ทำให้เข้าทำงานช้ากว่าเวลาที่กำหนด แต่เมื่อถึงเวลาทำงาน ผลงานที่ออกมากลับมีคุณภาพและตรงตามเป้าหมายอย่างชัดเจน ดังนั้น การขยายมุมมองในการประเมินพนักงานจากเวลาเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ จากคำพูดที่ว่า "ประสิทธิภาพของคนไม่ได้วัดกันที่เข็มนาฬิกาเพียงอย่างเดียว" เป็นข้อเตือนใจที่ดีว่าเราควรมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงการปรับวิธีการวัดผลการทำงานให้เหมาะสมกับยุคสมัยและลักษณะงานที่เปลี่ยนแปลงไป การสนทนาในที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้สามารถช่วยเปิดใจและเข้าใจถึงความหลากหลายของวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพได้ดีมากขึ้น หากใครเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ จะช่วยให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจนว่าเวลามาไม่ใช่ทั้งหมดของความตั้งใจจริงในการทำงาน รวมทั้งสร้างความเข้าใจและความยืดหยุ่นในองค์กรเพื่อให้ทุกคนสามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่