Automatically translated.View original post

Friends.. say (wear) like this?

We used to have a friend who thought

He's a "close friend."

But many times his words make us very sad.

Like we feel with many of his words

But one of the events that made us feel terrible was

"He said our mother."

That day we told him a story.

Phil told each other funny.

That our mother teased the younger generation who bought a strange car that

"You can't buy money alone. You must be stupid."

But let me first say that this sentence can come because

My friend, my mother, finished buying. He came to complain about the disadvantages of this car.

And then he sat down and talked on a drinking day.

So our mother teased back and laughed, and everyone laughed.

So we told our friends because we thought it was funny.

But friends said to us that

"You can't say this alone. You must be jealous."

We know he's not joking.

Because the face, tone and manner are not funny at all.

Which we didn't think to hear this word from his mouth

And this isn't the only time he likes to talk like this at us.

Which we're not okay with that sentence he said.

Because it's like our mother went too. 🥲

# Love experience

# Love, relationships

# Peak story

# Relationship narrative

2025/8/15 Edited to

... Read moreตอนนั้นเรายอมรับเลยว่า “เสียความรู้สึก” แบบพูดไม่ออก เพราะมันไม่ใช่แค่คำแซวเล่นๆ แต่เป็นน้ำเสียง/สีหน้าที่เหมือนตั้งใจให้เราเจ็บ แถมยังพาดพิงไปถึงแม่เราอีก ยิ่งทำให้รู้สึกว่าความเป็น “เพื่อนสนิท” มันควรปลอดภัยกว่านี้ ถ้าใครเจอสถานการณ์คล้ายกัน เราลองทำตามนี้แล้วช่วยจัดการความรู้สึกได้ดีขึ้นนะ 1) แยกก่อนว่า “พลาด” หรือ “ตั้งใจทำร้าย” บางคนหลุดพูดแรงเพราะอารมณ์หรือไม่คิด แต่บางคนใช้คำพูดกดเราเป็นนิสัย สังเกตได้จากการเกิดซ้ำๆ และไม่เคยขอโทษจริงจัง ถ้าเกิดบ่อยจนเรากังวลทุกครั้งที่จะคุย นั่นเป็นสัญญาณว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก 2) ตั้งขอบเขตให้ชัด โดยพูดเป็นประโยคสั้นๆ เราลองใช้ประโยคแนวนี้ (ไม่ต้องเถียงยาว) - “เมื่อกี้ที่พูดถึงแม่เรา เราไม่โอเคนะ ขออย่าพูดแบบนั้นอีก” - “ถ้าจะคุยกัน ขอคุยแบบให้เกียรติกัน” - “มุกได้ แต่พาดพิงครอบครัวเราไม่ได้” โฟกัสที่ความรู้สึกของเรา ไม่ต้องอธิบายจนกลายเป็นเปิดช่องให้เขาเถียง 3) ดู ‘การตอบสนอง’ สำคัญกว่าคำแก้ตัว ถ้าเขาพูดว่า “โอเค ขอโทษนะ” แล้วปรับจริง อันนี้พอคุยกันต่อได้ แต่ถ้าเขาตอบว่า “คิดมากไปเอง”, “แค่นี้รับไม่ได้เหรอ”, “ล้อเล่น” แล้วทำซ้ำ นั่นคือการไม่เคารพขอบเขตเรา 4) ลดการแชร์เรื่องส่วนตัวกับคนที่ทำให้เราไม่ปลอดภัย บางทีเราเล่าเรื่องขำๆ แต่คนฟังเอาไปตีความ/ย้อนแทง ถ้ารู้ว่าเขาชอบใช้คำพูดแรง เราเลือกเล่าแค่เรื่องทั่วไป หรือไม่เล่าเลย เพื่อปกป้องตัวเองก่อน 5) ให้คะแนนความสัมพันธ์ตามผลลัพธ์ ลองถามตัวเองว่า หลังเจอเขา เรารู้สึกดีขึ้นหรือแย่ลง? ถ้าความสัมพันธ์ทำให้เราเสียความมั่นใจ เครียด หรือกลัวการโดนเหน็บตลอด การถอยห่างไม่ใช่เรื่องผิด บางครั้งการเป็นเพื่อนที่ดีคือการรู้ว่า “พอแล้ว” สุดท้ายเราอยากบอกว่า การเสียความรู้สึกกับคำพูดของเพื่อนไม่ได้แปลว่าเราอ่อนไหวเกินไป มันคือสัญญาณว่าเราควรถูกปฏิบัติด้วยความเคารพเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว ถ้าเจอแบบนี้อีกครั้ง ลองตั้งขอบเขตให้ชัด แล้วดูการกระทำของเขาเป็นคำตอบ