แดดแรงแค่ไหนก็ไม่กลัว
ถ้าใครเจอปัญหา “คันแดด” (โดนแดดแล้วผิวคัน แดง แสบ หรือเป็นผื่นยิบ ๆ โดยเฉพาะแก้ม หน้าผาก จมูก) เราเป็นคนหนึ่งที่เป็นบ่อยมาก โดยเฉพาะวันที่ออกไปข้างนอกช่วงเที่ยง ๆ หรืออยู่ในที่ร้อนอบ ๆ เหงื่อออกง่าย พอลองเปลี่ยนวิธีทากันแดดให้ถูก จุดที่เคยคันระหว่างวันลดลงแบบรู้สึกได้ เลยมาแชร์ทริคเพิ่มให้ใช้คู่กับกันแดดแนวเซรั่มอย่าง AMHERB Sun Serum SPF 50+ PA++++ ค่ะ 1) เลือกกันแดดที่ “อ่อนโยน + ปกป้องครบ” หลายครั้งที่คัน ไม่ได้มาจากแดดอย่างเดียว แต่อาจมาจากผิวระคายเคืองร่วมกับฝุ่น/มลภาวะด้วย เราเลยชอบกันแดดที่ระบุว่าปกป้อง UVA, UVB และมีการพูดถึง Blue Light, PM2.5 ด้วย (อย่างที่บนแพ็กเกจของ Sun Serum ระบุไว้) เพราะวันทำงานเราเจอทั้งแดด ทั้งหน้าจอ ทั้งฝุ่นริมถนน 2) วิธีทาที่ช่วยลดคัน/แสบ - ทาหลังบำรุงผิวให้ชุ่มก่อน: ถ้าผิวแห้งมาก กันแดดบางตัวจะรู้สึกตึงแล้วคันง่าย เราจะลงมอยส์เจอร์บาง ๆ ก่อน - ปริมาณต้องพอ: กันแดดทาบางเกินไป พอโดนแดดจริงผิวจะรับ UV มากขึ้น โอกาสแสบคันก็มากขึ้น เราจะทาให้ทั่วหน้าและลำคอ แล้วรอให้เซ็ตตัวก่อนออกแดด - หลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ: ตอนเกลี่ยใช้วิธีแตะ ๆ แล้วค่อย ๆ ลูบเบา ๆ จะสบายผิวกว่า 3) อย่าลืม “ทาซ้ำ” โดยเฉพาะวันที่เหงื่อออก คันแดดของเรามักเกิดวันที่ออกแดดนานหรือเหงื่อออกเยอะ กันแดดหลุดง่าย แนะนำพกทาซ้ำทุก 2-3 ชม. ถ้าอยู่กลางแจ้ง หรืออย่างน้อยหลังซับเหงื่อ/ล้างหน้า 4) เช็กสัญญาณว่าผิวกำลังแพ้หรือระคายเคือง ถ้าคันมาก มีผื่นนูน แดงเป็นปื้น หรือแสบต่อเนื่อง แม้ไม่ได้ออกแดด อาจไม่ใช่แค่คันแดด แต่อาจแพ้ส่วนผสมหรือผิวกำลังอักเสบ แนะนำหยุดใช้ชั่วคราวและลองทดสอบที่ท้องแขนก่อนกลับมาใช้ใหม่ 5) เพิ่มเกราะป้องกันด้วยกายภาพ ถึงจะมีกันแดด SPF 50+ PA++++ แล้ว เราว่าหมวก ร่ม แว่นกันแดด และหน้ากากยังช่วยได้มาก โดยเฉพาะวันที่แดดจัดมาก ๆ จะลดโอกาสคันแดดได้ไวกว่าแค่พึ่งครีมอย่างเดียว สรุปสำหรับเรา กันแดดเนื้อเซรั่มที่ทาแล้วสบายผิวเป็นกุญแจสำคัญ เพราะถ้าเหนอะหรือระคายเคือง จะยิ่งเกาและยิ่งคันง่าย ใครที่มีปัญหาคันแดด ลองปรับทั้ง “ชนิดกันแดด + วิธีทา + ทาซ้ำ + กันแดดกายภาพ” ไปพร้อมกัน ผิวจะอยู่กับแดดแรง ๆ ได้แบบไม่ทรมานขึ้นค่ะ





