ตามประวัติกล่าวว่า กษัตริย์ราชวงศ์มังรายก่อนจะขึ้นเสวยราชย์ทุกพระองค์ จะทรงผ้าชุดขาว (นุ่งขาวห่มขาว) ณ วัดผ้าขาว จากนั้นจะเสด็จ ไปสะเดาะเคราะห์ ณ วัดหมื่นตูม และจะเสด็จมาประกอบพิธีสรงน้ำพุทธาภิเษก ณ หนองน้ำวัดเจ็ดลิน ซึ่งจะมีรางน้ำ เรียกว่า "ลิน" ทำด้วยทองคำ หลั่งน้ำพุทธาภิเษกจากสุวรรณหอยสังข์ หล่อลงรางลินทำด้วยคำทั้ง 7 เพื่อสรงพระวรกาย แล้วจึงเปลี่ยนเครื่องทรงกษัตริย์ขึ้นเสวยรา ชย์ต่อไป
ในสมัย เจ้าแม่ฟ้ากุ ก่อนขึ้นเสวยราชย์ได้ทำพิธีราชาภิเษก โดยเสด็จ ไปสรงน้ำพระที่ วัดเจ็ดลิน "คำเชิญกษัตริย์เจ้า ไปลอยเคราะห์นอนหั้นแล 3 วัน แล้วไปอุสสาราช หล่อน้ำพุทธาภิเษกสุคนธาด้วยสุวรรณหอยสังข์ที่วัด 7 ลินคำ หั้นแล….."
ในอดีตวัดเจ็ดลินเคยรุ่งเรืองมาก ทราบได้จากหลักฐานโฉนดที่ดินในปี พ.ศ. 2482 ว่ามีเนื้อที่ 7 ไร่เศษ แต่ต่อมากลายเป็นวัดร้าง
ต่อมาได้รับการบูรณะในปี พ.ศ. 2545 โดยพระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ภายในวัดมีหนองน้ำขนาดใหญ่สภาพสมบูรณ์อยู่กลางวัด
จากนั้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2546 พระญาณสมโพธิ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้รับมอบหมาย จากคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นประธานพัฒนาฟื้นฟูวัดเจ็ดลิน และขอยกเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรร ษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญ พระชนมพรรษา 6 รอบ72 พรรษา และพัฒนาหนองน้ำที่กว้างให้คงเป็น หนองน้ำที่ใสสะอาดสวยงาม ให้คงเป็นหนองน้ำแห่งประวัติศาสตร์คู่เมืองเชียงใหม่
ปัจจุบันพระมหาวิษณุ จารุธัมโม ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเจ็ดลิน#วัดเจ็ดลิน
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยได้ไปเยี่ยมชมวัดเจ็ดลินในจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากจะได้เห็นความสวยงามของหนองน้ำที่ยังคงเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาดและสงบเงียบแล้ว ยังทำให้เราเข้าใจลึกซึ้งถึงพิธีกรรมและประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์ราชวงศ์มังราย สิ่งที่น่าประทับใจคือการทราบว่าพิธีสรงน้ำพุทธาภิเษก ณ หนองน้ำวัดเจ็ดลินนั้นมีความหมายทางจิตวิญญาณและความเป็นสิริมงคลสูงสุดสำหรับกษัตริย์ก่อนขึ้นครองราชย์ ใช้รางน้ำที่ทำจากทองคำและน้ำพุทธาภิเษกจากสุวรรณหอยสังข์หลั่งลงไปในลินทองคำทั้งเจ็ดที่ทำให้เห็นถึงความรังสรรค์ทางศิลปะและความพิถีพิถันในยุคสมัยนั้น ในช่วงที่วัดเจ็ดลินกลายเป็นวัดร้าง ผมเคยได้ยินเรื่องราวการบูรณะและฟื้นฟูอีกครั้งในปี พ.ศ. 2545 โดยพระเทพวรสิทธาจารย์ และการพัฒนาหนองน้ำให้กลับมาใสสะอาดและมีความโดดเด่นเหมือนเดิมนั้น เป็นตัวอย่างชัดเจนของความสำคัญในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและธรรมชาติควบคู่กัน หากใครได้มีโอกาสไปเชียงใหม่ แนะนำให้แวะเยี่ยมชมวัดเจ็ดลินไม่เพียงแต่เพื่อชมความงามของสถานที่เท่านั้น แต่ยังเพื่อเรียนรู้พิธีกรรมทางประวัติศาสตร์และความหมายลึกซึ้งของพิธีราชาภิเษกที่ยังคงความศักดิ์สิทธิ์และส่งต่อความรู้ผ่านยุคสมัยมาอย่างยาวนาน การได้สัมผัสและเข้าใจบริบทเหล่านี้จะช่วยเพิ่มมุมมองใหม่ ๆ และความเคารพในประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของพิธีกรรมที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ราชวงศ์ และสังคมชุมชนท้องถิ่นอย่างกลมกลืน
















🙏🏻🙏🏻🙏🏻 ครับ❤️