มา share วิธีการเตรียม GMAT และ IELTS ฉบับคนทำงานที่ไม่มีเวลาอ่านในวันธรรมดากันจ้า
1. แยกเวลาอ่าน GMAT กับ IELTS ไม่ให้อยู่ติดกัน ไม่งั้นจะหนักเกินไป
2. GMAT: ช่วงแรกจะอ่านแยก Part และเรียนแยก Part ด้วย ช่องที่เราชอบดูพวกทริคการทำข้อสอบหรือวิธีการตีโจทย์คือ GMAT Ninja จริงๆ น่าจะเป็นช่องที่ถ้าใครสอบ GMAT น่าจะต้องดูช่องนี้แทบทุกคน เมื่อฝึกทำข้อสอบครบทั้ง 3 พาร์ท จะจับเวลาทำข้อสอบ เพราะตอ นสอบ GMAT สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ “เวลา”
3. IELTS: ตั้งแต่รู้ว่า British Council มีแถม IELTS Ready Premium ก็ทำให้ตัดสินใจจะสอบกับที่นี่ตลอด คือดีมากเลยนะ เหมือนมีคนมาช่วย Guide ให้ มีข้อสอบให้ลองทำ มี Class เรียนครบทุก Skill ส่วน Part Writing กับ Speaking ก็มี AI Review ให้ด้วย แถม British Council ก็มีโปรโมชั่น Code ลดบ่อยอยู่เหมือนกัน อย่างตอนนี้มี Get More Campaign อยู่โดยทาง British Council จะคอยซัพพอร์ตให้ผู้สอบ ได้รับความคุ้มค่าแบบจัดเต็มในทุกสเต็ปของการเตรียมตัวสอบ IELTS เลย
แล้วสอบ IELTS กับ British Council ได้มากกว่าอย่างไร?
- ได้รับการยอมรับมากกว่า
- พร้อมกว่า ก่อนวันสอบ
- วันสอบและโปรโมชันเยอะกว่า
- สะดวกกว่า
- อุ่นใจกว่า เมื่อมีคนคอยช่วยเหลือ
- ไปต่อได้เร็วกว่าและไกลกว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
IELTS Ready Premium: https://takeielts.britishcouncil.org/take-ielts/prepare/ielts-ready?
Campaign ของ British Council: https://www.britishcouncil.or.th/exam-ielts-british-council-special-offer
4. ตั้งแต่เรียนจบมา ก็ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษเลย ซึ่งการสอบทั้ง GMAT และ IELTS ต้องใช้อังกฤษหนักมาก เลยคิดว่าอีกอย่างที่ช่วยได้เยอะ คือการให้มีภาษาอังกฤษอยู่ในชีวิตประจำวันเลย ไม่ว่าจะเป็น การฟัง Podcast / การดูหนังหรือ Series / การเล่นเกมส์ อันนี้สามารถทำได้ทุกวันเลย ไม่ว่าจะงานยุ่งแค่ไหน และไม่ทำให้เครียดด้วยค่า ลองไปทำตามกันดูน้าา ☺️
#IELTSPrize2025 #GetMorewithBritishCouncilIELTS #สอบไอเอล #ielts #สอบIELTSกับบีซีอีซี่เสมอ












