แชร์ประสบการณ์การเป็นผู้ป่วยจิตเวช?!

หลาย ๆ คนฟังแล้วคงรู้สึกว่า “จิตเวช” ดูเป็นโรคทางอารมณ์และจิตใจที่น่ากลัวใช่ไหมคะ😂 ออมสินอยากบอกว่าการเป็นผู้ป่ววยจิตเวชไม่ได้โหดร้ายและน่ากลัวอย่างที่คิดเลยค่ะ สำหรับใครที่สงสัยว่าตัวเองมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้า หรือโรคอื่น ๆ ด้านจิตเวช ออมสินอยากแนะนำให้ทุกคนลองไปพบคุณหมอนะคะ🥰

วิธีการเข้าพบคุณหมอ?

1.สำหรับผู้ป่วยใหม่(แผนกจิตเวช) ของรพ.จุฬาจะรับจำนวนจำกัดต่อวันค่ะ (แนะนำว่าไปเช้าๆ)

2.หลังจากที่เราเป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลแล้ว ก็มาตามนัดที่คุณหมอนัด โดยนำใบนัดมากดที่ตู้หน้าตึก ภปร.

3.หลังจากนั้นจะได้ใบนำทางมาเพื่อพบคุณหมอ ชั่งน้ำหนัก ส่วนสูง วัดความดัน และรอเรียกคิว

4.รอเรียกคิวประมาณ 1-2 ชม. (ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ป่วย) และอัพเดทอาการให้คุณหมอฟัง

5.จ่ายค่ารักษาและรับยา ขึ้นอยู่กับจำนวนยาที่คุณหมอสั่งและระยะเวลาความถี่ในการนัดค่ะ ออมสินกินยาประมาณ 2 ตัวนัดทุก ๆ 2 เดือน จะตกที่ 300-500 บาทต่อครั้ง

การไปพบคุณหมอหรือจิตแพทย์ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลยค่ะ ออมสินอยากให้ทุกคนที่กำลังสับสนในสิ่งที่ตัวเองเป็น หรือเกิดอาการใด ๆ ที่ไม่โอเค อยากให้หาคนสบายใจสักคนไว้คอยปรึกษาหรือเล่าเรื่องราวต่าง ๆ นะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยค่า :)

#จิตเวช #โรคซึมเศร้า #ผู้ป่วยซึมเศร้า #ผู้ป่วยจิตเวช #จิตเวชเด็กและวัยรุ่น

2025/10/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังค้นหาว่า “แผนกจิตเวช คืออะไร” และต้องเตรียมตัวยังไงก่อนเข้าไปที่แผนกจิตเวช (เช่น จิตเวช รพ.จุฬา/จิตแพทย์ จุฬา) เราขอสรุปแบบเข้าใจง่ายจากประสบการณ์ไปจริงค่ะ จะได้ไม่กังวลตั้งแต่หน้าห้องจิตเวช แผนกจิตเวชคือแผนกที่ดูแลเรื่องสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล แพนิค นอนไม่หลับจากความเครียด ปรับตัวลำบาก หรือมีอาการที่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน จิตแพทย์จะช่วยประเมินอาการ วางแผนการรักษา ซึ่งอาจเป็นการพูดคุยบำบัด การปรับพฤติกรรม การให้ยา หรือส่งต่อไปพบนักจิตวิทยา/ทีมสหวิชาชีพตามความเหมาะสม ก่อนวันไปพบคุณหมอ เราแนะนำให้ “จดอาการ” ไปสั้น ๆ จะช่วยมาก เช่น 1) เริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ 2) อาการหลักคืออะไร (เศร้า เบื่อ ชา เครียดร้องไห้บ่อย ใจสั่น นอนไม่หลับ) 3) กระทบงาน/เรียน/ความสัมพันธ์แค่ไหน 4) เคยใช้ยาอะไรอยู่ไหม หรือมีโรคประจำตัว/แพ้ยาไหม และ 5) คำถามที่อยากถามคุณหมอ (เช่น ยานี้กินแล้วง่วงไหม ต้องกินนานแค่ไหน) เรื่อง “หน้าห้องจิตเวช/ห้องจิตแพทย์” ที่หลายคนกังวล จริง ๆ บรรยากาศจะคล้ายคลินิกทั่วไป มีป้ายแผนกชัดเจน และมีขั้นตอนให้ทำตามเป็นลำดับ เช่น กดบัตรคิว (แยกมีนัด/ไม่มีนัด) รับใบนำทาง แล้วไปชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน จากนั้นนั่งรอเรียกคิว ซึ่งเวลารอ 1–2 ชม. เป็นเรื่องที่เจอได้ โดยเฉพาะวันที่คนเยอะ แนะนำพกน้ำ/ของกินเล็ก ๆ และหาอะไรทำระหว่างรอจะช่วยลดความตึงเครียดค่ะ หลายคนถามเรื่อง “จิตแพทย์ จุฬา เสาร์ อาทิตย์” ส่วนนี้เราไม่อยากเดาเวลาเปิดให้คลาดเคลื่อน เพราะตารางคลินิกอาจเปลี่ยน แนะนำโทรสอบถามโรงพยาบาลหรือเช็กประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง จะได้ไม่เสียเที่ยว โดยเฉพาะผู้ป่วยใหม่ที่บางวันรับจำนวนจำกัด การไปเช้า ๆ ยังเป็นทริคที่ช่วยได้จริง สุดท้ายเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าได้ยา ค่าใช้จ่ายจะขึ้นกับชนิดยาและจำนวนยาที่ได้รับ บางคนอาจจ่ายไม่เท่ากันในแต่ละครั้ง ถ้าอยากประหยัด แนะนำแจ้งคุณหมอ/พยาบาลตรง ๆ ว่ามีงบประมาณประมาณไหน หรือมีสิทธิการรักษาอะไรอยู่ (เช่น ประกันสังคม/บัตรทอง/สวัสดิการ) เพื่อให้ทีมช่วยแนะนำแนวทางที่เหมาะสม ถ้าตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่า “ควรไปพบจิตแพทย์ไหม” เกณฑ์ง่าย ๆ ที่เราใช้คือ ถ้าอาการทำให้ใช้ชีวิตยากต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง/สิ้นหวังมาก ๆ ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ การไปแผนกจิตเวชไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และเป็นการดูแลตัวเองที่กล้าหาญมาก ๆ ค่ะ

ค้นหา ·
ประสบการณ์นอนโรงพยาบาลจิตเวช

31 ความคิดเห็น

รูปภาพของ mrpanyamongkolcha
mrpanyamongkolcha

อาการหลัก คือนอนหลับไม่สนิท ชอบฝันบ่อยๆ อาจฝันได้ทุกวัน คนที่เป็นโรคส่วนใหญ่ ไม่ได้ไปทำอะไรให้ใครเสียหายเลย และเวลาออกสังคมก็ปกติครับ ไม่ได้ก้าวร้าว ชวนหาเรื่องใครต่อใคร ผมเองเป็นมาเกือบ50ปีแล้ว ยังกินยาอยู่ ไม่เคยไปทำให้ใครเดือดร้อน

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ oodood01
oodood01

มีงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้เขาพบว่าโรคซึมเศร้าบางส่วนมีอิทธิพลมาจากโครงสร้างของไมโครไบโอมเสียสมดุลแปลเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายคือแบคทีเลียในร่างกายผิดปกติครับโดยเฉพาะในลำไส้ของเรามีแบคทีเลียที่ไม่ดีมากเกินไป วิธีการแก้คือกินโปรไบโอติกเข้าสู่ร่างกายให้มากขึ้นเช่นโยเกิตผักดองกะปิปลาร้าถั่วเน่าและอื่นๆอีกมาก คือถ้าร่างกายมีจุลินทรีย์ดีจากอาหารเหล่านี้ เชื้อดีจะปล่อยสารที่แก้โรคซึมเศร้าได้เองโดยไม่ต้องกินยาจิตเวชเลยครับ

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

แค่ไหน? ควรพบจิตแพทย์
👉 นี่คือเช็กลิสต์สั้น ๆ สำหรับสังเกตตัวเองว่า "ควรพบจิตแพทย์หรือไม่" ✅ เช็กลิสต์ 10 ข้อ 1. รู้สึกเศร้า หดหู่ หรือว่างเปล่าแทบทุกวันนานเกิน 2 สัปดาห์ 2. กังวลมาก คิดวน หรือกลัวเรื่องเดิมซ้ำ ๆ จนหยุดไม่ได้ 3. นอนไม่หลับ หลับยาก ตื่นบ่อย หรือหลับมากผิดปกติ 4. เบื่ออาหาร กินมากขึ้น
เป็ดน้อย🦆

เป็ดน้อย🦆

ถูกใจ 62 ครั้ง

จากประสบการณ์เข้าเครื่อง mri สู่อาการป่วยทางจิต
รีวิวความป่วย 😷 เป็นอะไร: panic+depress 🤒 อาการ: 1. หายใจติดขัด และหายใจไม่ทั่วท้อง 2. น้องชามาเยือน คือ มือชา เท้าชา บางครั้งหัวสมองก็ชา จนทรงตัวเดินไม่ได้ 3. เจ็บหน้าอก 4. ไม่ชอบตัวเอง โทษตัวเองว่าเป็นอะไร ทำไมก่อนหน้านี้ชั้นไม่เคยเป็น 5. รู้สึกเศร้า ร้องไห้ อยากอยู่คนเดียว 🩺 การรักษา:
Pla Ris

Pla Ris

ถูกใจ 1 ครั้ง

ชีวิตหลังออกจากวอร์ดจิตเวช
จากคนไข้แอดมิทแผนกจิตเวช สู่ Content & Creative & Editor กว่าจะเป็น “ซันนี่” ไม่ง่ายเลย เราเป็นโรคซึมเศร้า ย้ำคิดย้ำทำ (OCD) และแพนิค มีช่วงหนึ่งที่ใช้ชีวิตเองไม่ได้ กลางดึกต้องเรียกรถโรงพยาบาลมารับไปแอดมิทด้วยตัวเอง เอาตัวเองไปถูกกักบริเวณเพื่อให้แน่ใจว่าเราจะยังปลอดภัย
Sunnyyy

Sunnyyy

ถูกใจ 2 ครั้ง

เอเฟคยาต้านเศร้าแต่ละตัวพร้อมทางแก้ 💊
รีวิวความป่วย ซึมเศร้า (ถ้ากินยา 2-3 วีคแล้วไม่ดีขึ้นต้องหาหมอทันทีนะคะ) 😷 ปากแห้ง เวียนหัว : ทานน้ำวันละ 2-3 ลิตรช่วยได้ 😮‍💨ท้องผูก : กินพรีไบโอติกหรือ โพรไบโอติก ☹️ ทานได้น้อย : แบ่งมื้อทานเป็นมื้อ 🤢 คลื่นไส้ : แนะนำซื้อยาแก้คลื่นไส้กินร่วมค่ะ 🫩 นอนไม่หลับ : กินยาก่อนนอน 2 ชม เลิกเล่นมือ
PP.PAPIT

PP.PAPIT

ถูกใจ 72 ครั้ง

ป้ายโรงพยาบาลศรีธัญญา มีข้อความว่า 'หาจิตแพทย์ครั้งแรก โดนหมอพูดใส่จนแตกสลาย' และต้นปาล์ม
ประนามการกระทำของจิตแพทย์ที่ศรีธัญญา
เราพึ่งตัดสินใจไปหาจิตแพทย์ครั้งแรก เลือกเป็นที่ศรีธัญญา เพราะเห็นว่าเป็นรพ.เกี่ยวกับสุขภาพจิตโดยตรง ตื่นแต่เช้า รีบไป พนักงานก็จะซักประวัติ อาการ แล้วส่งต่อให้นักสังคมสงเคราะห์ถามเพิ่มเติม ต่อด้วยได้คุยกับจิตแพทย์โดยตรง ของเราคือมีปมเรื่องครอบครัว เรื่องการเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก ทั้งพนักงาน นักสังคมส
lunarnewyear 🎁

lunarnewyear 🎁

ถูกใจ 478 ครั้ง

แชร์ทริคหายจากโรคซึมเศร้าที่ทำลายตัวตน 5 ปี...💊🌧️🩺🐣🍃
ใครมีคำถามหรืออยากติดต่อพิมพ์ทิ้งไว้ได้นะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า ♥️ #ซึมเศร้า #Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่ #แชร์ทริค #ติดเทรนด์
dodydiariesgirl

dodydiariesgirl

ถูกใจ 9 ครั้ง

Depersonalization (การรู้สึกตัดขาดจากตัวเอง) ในผู้ที่มีภาวะจิตเวช
**Depersonalization (การรู้สึกตัดขาดจากตัวเอง)** ในผู้ที่มีภาวะจิตเวช (เช่น โรคตื่นตระหนก, PTSD, หรือโรคซึมเศร้า) ไม่ใช่แค่การ "เหม่อลอย" แต่มันคือประสบการณ์ที่น่าพรั่นพรึงและโดดเดี่ยวอย่างยิ่ง หากจะถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมาเป็นคำพูด มันคือความรู้สึกประมาณนี้ . 1. ตัวตนที่กลายเป็น "ค
โลกวิตกกังวลและคิดวน

โลกวิตกกังวลและคิดวน

ถูกใจ 4 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม