America and Iran are "engaged," but why doesn't the world yet dare to celebrate?
America and Iran can start talking.
Hormuz is also open.
Oil also flows
But why is the boat still suspicious?
Why is insurance still expensive?
And why doesn't the world dare to say that the war is over?
The answer may not be oil.
But at "trust."
จากประสบการณ์และการติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศ ผมเห็นว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านไม่ใช่แค่การเจรจาทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับความเชื่อถือกันซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและใช้เวลานานกว่าจะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากภูมิภาคยังมีปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้ปริมาณน้ำมันในตลาดจะเพิ่มขึ้นและเรือเดินเรือผ่านไปได้ แต่ความกังวลเรื่องความปลอดภัยยังส่งผลให้ค่าประกันภัยพาณิชย์แพงมาก นอกจากนี้ ความไม่ไว้วางใจระหว่างสองฝ่ายนั้นสะท้อนผ่านสถานการณ์ในประเทศใกล้เคียง เช่น สงครามในเลบานอนที่ยังดำเนินอยู่และความไม่สงบในภูมิภาค ทำให้หลายฝ่ายยังไม่กล้าคาดการณ์ว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นจริง ในการพูดคุยสันติภาพ การมีข้อตกลงลายลักษณ์อักษรอาจดูเหมือนขั้นตอนที่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญกว่าคือความตั้งใจและความต่อเนื่องในการปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น รวมถึงการลดความตึงเครียดในเหตุการณ์ทางทหารและการเมืองภายในภูมิภาค ถ้าเรามองในมุมจิตวิทยา การสร้างความเชื่อใจในระดับนี้ต้องใช้เวลานับปี การปล่อยข่าวหรือสัญญาว่าสงครามจบแล้วอาจทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นช้า หรือสถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ดังนั้น แม้ข่าวการเจรจาสันติภาพจะเป็นสัญญาณดี แต่โลกยังคงระแวดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ผมเชื่อว่าความสงบที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อการกระทำของทุกฝ่ายสอดคล้องและความเชื่อใจเริ่มฟื้นฟูขึ้นอย่างแท้จริง การเป็นผู้เฝ้าสังเกตการณ์อย่างใจเย็น จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรเตรียมพร้อมในระยะเวลานี้






























































































