แชร์ประสบการณ์ เมื่อคลำเจอก้อนที่พุงจนกระทั่ง...
#40บวกต้องเจอ #ประสบการณ์เจ็บป่วย #ประกันสังคม
อ่านสั้นๆก็แค่นี้
😷 เป็นอะไร: เนื้องอกที่กล้ามเนื้อมดลูก ขนาด 7-8ซม.
🤒 อาการ: ประจำเดือนมาเยอะกว่าปกติ คลำเจอเองด้วย
🩺 การรักษา: หาหมอ เตรียมเงิน ผ่าตัด
🚫 ข้อห้าม: ห้ามละเลยการตรวจสุขภาพนะทุกคน
อ่านยาวๆข้างล่างนี้นะ เราอยากเล่ารายละเอียดเผื่อเพื่อนๆคนไหนยังกลัวที่จะไปหาหมอ
👉เริ่มต้น
มันน่าจะเริ่มจากตรงนี้ ช่วงประมาณปี 2563-2564 ปจด เรามาปริมาณเยอะขึ้นในวันที่1-2 แต่เราคิดว่าเป็นเพราะอายุและเราเริ่มอ้วนขึ้นด้วยจึงไม่ได้ใส่ใจ
จากนั้นตอนประมาณปี 2565 เรานอนๆ แล้วคลำเจอ ก้อนๆตรงพุงคิดว่าเป็น💩ในลำไส้ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรอีก และความอ้วนก็ยังคงอยู่และเริ่มมีอาการปวดฉี่ก่อนนอนประจำ ก็คิดว่าไขมันมันคงไปดันทำให้ปวดฉี่
ต่อมาช่วงปี 2566-67 เลยเริ่มออกกำลังกายน้ำหนักลดลงไปประมาณ 5 กิโลกรัม อาการปวดฉี่ตอนก่อนนอนก็หายไป
น้ำหนักก็ลดแล้วแต่ ปจด เยอะเหมือนเดิมและอีกหลายๆเดือนต่อมาเรามาค ลำที่พุงอีกทีทำไมยังมีก้อน💩เหมือนเดิมเราลองลูลๆคลำๆทุกวันรูปร่างไม่เปลี่ยนเลย มันไม่ใช่💩แล้ว
บวกด้วยตอนนั้นมีรุ่นน้องบอกว่ากำลังรักษามะเร็งปากมดลูกระยะ 3 เราเริ่มเครียดเลย🥺
🏥เริ่มหาหมอ ปกส.รพเอกชน1
เราเลยตัดสินใจไปหาหมอหลังเลิกงาน ที่ รพ🏥 เอกชนใกล้บ้านและเรามีประกันสังคม
หมอที่แผนกประกันสังคมมาตรวจตรงหน้าท้อง
ไม่มีอุปกรณ์ใดๆนอกจากมือ👐 สายตา👀 ละความรู้ของหมอ 🧠
หมอสรุปว่าเป็นเนื้องอกในมดลูก - เราไม่รู้ว่าคุณหมอที่ตรวจเราวันนั้นเป็นหมอด้านไหน 🧑⚕️
วันแรกที่ไปตรวจนั้นคุณหมอนัดให้มาตรวจอีกครั้งในสัปดาห์ถัดไป
เรามาตรวจตามหมอนัดเพราะคิดว่ามีหมอเฉพาะทางและมีอุปกรณ์ 😭 แต่เปล่าเลย 🧑⚕️คุณหมอตรวจด้วยมือ👐 สายตา👀 และความรู้🧠เหมือนเดิม พอตรวจเสร็จ
เราเลยตัดสินใจเด ินไปที่แผนกสูติและนรีเวช ของ รพ🏥 รอแป๊บเดียวก็ได้ตรวจแล้ว คุณหมอด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ ซึ่งตรวจภายใน และตรวจจากหน้าท้อง
ก็สรุปว่าเป็นก้อนเนื้องอกตรงมดลูกขนาดประมาณ 7-8 ซม.
คุณหมอถามว่าจะนัดผ่าเลยมั้ย แต่เรายังคิดอะไรไม่ออก และอีกอย่าง รพ นี้ เพื่อนเราที่เคยใช้บริการ ก็ไม่ค่อยประทับใจกันเท่าไหร่ เราเลยปฏิเสธไปก่อน
ออกมาจ่ายตังค์ 0บาท ใช้สิทธิ์ ปกส และ ประกันกลุ่มของบริษัท
🧑⚕️เริ่มหาหมอ รพ รัฐ1
เรามาคุยกับแฟน แฟนเลยแนะนำว่าให้ลองถามเพื่อนเราที่ทำงานที่ รพ รัฐ อีกแห่งหนึ่ง ไกลบ้านหน่อยและแม่เราชอบรพ รัฐ🏥นั้นด้วย
เพื่อนเรานัดหมอให้และได้วันนัดเป็น 2 สัปดาห์หลังจากนั้น
ตอนไปพบหมอก็โดนตรวจเหมือนตอนไป รพเอกชน
แต่ที่นี่เป็นหมอ ผช จ้า 😅 หมอแนะนำเพิ่มด้วยว่าจะผ่าหรือไม่ผ่าก็ได้ ถ้าไม่มีปัญหากับชีวิตประจำวัน ไม่ผ่าก็ได้ แต่ก็นัดมาตรวจประจำ
เจ้าก้อนนี้มีโอกาส - ขนาดอาจจะเท่าเดิมตลอดไป หรือ ใหญ่ขึ้น และโอกาสเล็กลงนั้น อาจจะเกิดตอนช่วงวัยทอง🧓 หรืออาจจะไม่เล็กลงก็ได้
วันนั้นเราตัดสินใจไม่ผ่า ขอดูอาการไปก่อน กลัวการผ่าตัดหลังเจ็บกลัวเสียตังค์เยอะ💸
หมอนัดอีก 3 เดือนถัดมา🗓️ วันนั้นตัดสินใจบอกหมอว่าจะผ่า ถ้ามันใหญ่ขึ้นแล้วอยากผ่าอาจจะยากกว่านี้
หมอแนะนำอีกว่ามีผ่าแบบเปิดหน้าท้อง และผ่าส่องกล้อง เอาแบบไหน
ผ่าเปิดหน้าท้องเจ็บก็กว่า พักฟื้นนานก็ว่า แต่ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าผ่าแบบส่องกล้อง
ตอนนั้นเราเลือกผ่าส่องกล้อง หมอเลยส่งเราไปที่หมออีกคนที่ทำผ่าส่องกล้องได้ หมอผ่าส่องกล้องเป็นหมอ ผญ
อันนี้เป็นราคาโดยประมาณที่คุณหมอแจ้งมานะคะ
ผ่าเปิดหน้าท้ อง ประมาณ 5-6 หมื่นบาท, ผ่า+ พักฟื้น รวม4 วัน นอน รพ
ผ่าแบบส่องกล้อง(ในเวลาราชการ) 6-7 หมื่นบาท
ผ่าแบบส่องกล้อง(นอกเวลาราชการ) 1.0-1.2 แสนบาท
เราไปสำรวจประกันทั้งหมดที่มีก่อนว่าครอบคลุมแค่ไหน สรุปเราเอา ผ่าแบบส่องกล้อง(ในเวลาราชการ) ผ่า+พักฟื้นนอน รพ รวม 3 วัน
🌈เริ่มแผนรักษา
หมอให้ฉีดยา💉ตัวนึงก่อนเป็นยาที่จะทำให้มดลูกและก้อนเนื้องอกฝ่อเล็กลง โดยฉีดเข้าที่สะโพกแต่ยานี้จะทำให้มี ปจด มาอีกแค่1รอบและจะเริ่มมีอาการเหมือนวัยทองซึ่งมากน้อยแล้วแต่ละบุคคล ซึ่งหมอจะนัดผ่าในอีกประมาณ 3 เดือนหลังฉีดยา
หมอนัดมาเซนเอกสารก่อนผ่าซึ่งมีเอกสารเกี่ยวกับการผ่าตัด, เอกสารเรื่องค่าใช้จ่าย💸(ในเอกสารแจ้งว่า6-7หมื่นบาท) และเอกสารการขอตรวจHIV !!!
และนอกจากนี้ก็อธิบายว่าจะตัดตั้งแต่ปีกมดลูก มดลูก ไปถึงปากมดลูก เหลือรังไข่ไว้สร้างฮอร์โมนต่อได้ และที่เอาปากมดลูกออกด้วยจะได้ไม่ต้องเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก ถ้าอายุยังน้อยและยังต้องการมีลูก👶 หมอจะเอาแค่ก้อนเนื้องอกออกเท่านั้นหรืออาจจะแล้วแต่คนไข้
เราถามหมอด้วยว่าก้อนเนื้อของเรามีโอกาสเป็นมะเร็งมั้ย หมอแจ้งว่าก้อนเนื้องอกบริเวณนี้มีโอกาสเป็นมะเร็งต่ำค่ะ เราก็สบายใจขึ้นหน่อย☺️
ทางรพ ให้เลือกว่าเป็นห้องรวม หรือห้องเดี่ยวด้วย มีค่าห้องต่างกัน เราเลือกห้องเดี่ยว
ก่อนผ่า🥹
มีนัดตรวจเลือดก่อนผ่าประมาณ 3 วัน
ถ้ามียาประจำตัวให้นำมาด้วย💊 แต่ถ้าไม่มีก็แนะนำว่าอย่าเพิ่งทานยาหรืออาหารเสริมอะไรในช่วงนี้ สุขภาพของเราปกติดีสุดๆค่ะ🤩พร้อมผ่าเลยล่ะสิ
มีพบแผนกกายภาพด้วยค่ะ เค้าจะแนะนำก่อนผ่าและหลังผ่าว่าควรทำไม่ควรทำอะไร พร้อมให้เอกสารมาศ ึกษาและฝึกด้วยค่ะ
สำหรับเราแนะนำเรื่องการฝึกหายใจ🧘 กับการฝึกไอคือดีมากได้ใช้แน่นอน
ก่อนกลับทาง รพ🏥แจ้งว่าต้องเข้าไปเตรียมตัวที่ รพ ก่อนผ่า 1 วัน ทางรพ จะโทรแจ้งในเช้าวันนั้นเลย
🚗วันที่เข้า รพ🏥
ทางรพ โทรมาตอนสายๆ แจ้งว่าให้ไปติดต่อแผนกหอผู้ป่วย ทำห้องพัก🛌ให้เรียบร้อยแล้ว เราจึงกินข้าวกลางวันก่อนแล้วค่อยออกจากบ้าน
พอถึง รพ เราไปที่เวชระเบียนตามปกติ แล้วไปคุยที่แผนกประกันก่อนเลยเพื่อทำเอกสารเกี่ยวกับประกัน🧾
🏥หอผู้ป่วย
พอถึงห้อง พยาบาลเอาชุดมาให้เปลี่ยนมีเจาะแขนให้น้ำเกลือ ตอนเย็นจะมีอาหาร🍛มาให้ จากนั้นจะมียาสวนทวาร และแจ้งว่าห้ามรับประทานน้ำและอาหารหลังเที่ยงคืน พรุ่งนี้เช้าให้อาบน้ำด้วยสบู่พิเศษสำหรับเตรียมผ่าตัดและเปลี่ยนชุดเป็นชุดสำหรับไปผ่าตัดเปลี่ยนชุด ให้เสร็จก่อน 9โมงเช้า รอบผ่าของเราคือ 11 โมง (และใช้เวลาผ่า 3ชั่วโมง) จบคืนที่1
🧑⚕️💉🏥วันผ่าตัด
เราตื่นมาประมาณ7:30 ก็เตรียมตัวอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนดูทีวี ประมาณ 9โมง🕘มีทีมมารับไปห้องผ่าตัด
พอไปถึงห้องผ่าตัดจะมีทีมพยาบาลมาซักประวัติและให้เรานอนรอมียาอะไรสักอย่างมาให้ทางสายน้ำเกลือด้วย ตอนที่เรานอนรอมีเตียงข้างๆเพิ่งเข้ามาได้ยินว่ามาตัดชิ้นเนื้อตรงมดลูก เราหันไปดูป้ายเห็นชื่อคุณหมอ🧑⚕️คนเดียวกับเราเลย ถ้าเราเข้าไปก่อนเตียงข้างๆเข้าตอนบ่าย3งี้เหรอ? แต่เปล่าเลย เตียงข้างๆถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดไปก่อน น่าจะเป็นตอน10โมง🕙 (แถวนั้นไม่มีนาฬิกาให้ดูเลย)
🕚ถึงเวลาเข้าห้องผ่าตัด
ทีมผ่าตัดมาลากเตียงเราเข้าห้องผ่าตัด เท่าที่เห็นในห้องก็คล้ายๆในหนังนะ หมอและพยาบาลลากเราขึ้นเขียงในท่านอ น ถอดเสื้อ+กางเอง เอาผ้าห่มมาห่มให้เราหนาวมากมีท่อลมอุ่นๆมาเป่าให้ มีสายมารัดขา หมอให้ดมออกซิเจน สักพักหมอให้ยาเรารู้สึกร้อนๆเข้ามาจากสายน้ำเกลือทางแขนซ้าย ไม่ถึง 5 วินาที หลับจ้า ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก
🛌หลังผ่าตัด
เรารู้สึกตัวว่ามีหมอพยาบาลอยู่รอบตัวเอา ลืมตามาไม่ใช่ห้องผ่าตัดแล้ว ฝั่งตรงข้ามเห็นเหมือนเตียงหรือเก้าอี้เรียงกันหลายตัว หนึ่งในนั้นมีคนไข้คนนึงอยู่ด้วยเราพยายามหันมองข้างๆแต่เหมือนหันหัวได้ไม่เยอะและตาพร่าๆเหมือนลืมตาได้ไม่เต็มที่ เราหนาวสั่นมาก ปากสั่นฟันแทบจะกระทบกันได้ยินหมอพยาบาลถามว่าหนาวหรอ เราบอกได้แค่ หนาว นึกคำพูดอะไรไม่ค่อยได้ ได้ยินว่าให้ฉีดยาเรารู้สึกเหมือนมีผ้ามาพันเต็มตัว เราพยายามมองไปรอบๆห้องเห็นนาฬิกาแบบเข็มแขวนอยู่แต่เราดูไม่ออกเลยว่ากี่โมง แล้ว(เราสายตาสั้นประมาณ100)เหมือนลืมตาไม่ขึ้น
หลังจากนั้นเราว่าเราหลับไปอีกที
ตื่นอีกทีคือรู้สึกว่าจะมีทีมงานกำลังพาเรากลับห้องพัก ระหว่างนี้เราเหลือบไปดูนาฬิกา เห็นเป็นเวลา4:30🕟
🛌ถึงห้องพัก
เรารู้สึกตัวระหว่างทางมาห้องพักนิดหน่อย พอถึงห้องพักก็โดนหอบจากเตียงเข็นมาบนเตียงนอน จำได้ว่ามาตื่นตอนหัวค่ำนิดหน่อย ไม่มีเจ็บอะไรตรงไหนเลยมีสายออกซิเจนต่อตรงเข้าจมูก มีต่อท่อปัสสาวะด้วย แล้วก็หลับต่อ คืนนี้เป็นคืนที่2 ที่เรานอนที่รพ ตอนประมาณ ตี 2 มีพยาบาลมาเปลี่ยนขวดน้ำเกลือ พอพยาบาลออกไปได้สักพัก เราเริ่มรู้สึกเจ็บกระบังลม และบริเวณไหล่มากๆ ยิ่งหายใจยิ่งเจ็บ เราไม่รู้ตัวว่าหายใจผิดวิธี เหมือนหายใจแล้วเหนื่อยหอบมาก(น่าจะpanicด้วย) ทั้งเจ็บและเหนื่อยไม่ไหวแล้ว จนต้องกดเรียกพยาบาล (ในใจนึกว่าโดนวางยา อ่านนิยายมากไปมั้ง) พยาบาลเข้ามา ช่วยแนะนำเรื่องการหายใจ ให้หายใจเข้าทางจมูกลึกๆ พยาบาลเพิ่มอัตราออกซิเจนจากระดับ3เป็น5 เราค่อยๆหายใจดีขึ้น ไม่เหนื่อย แต่ยังเจ็บอยู่ แผลไม่เจ็บ แต่เจ็บที่กระบังลมกับไกล้ๆไหปลาร้า-บ่า-ไหล่ สุดท้ายก็พยายามหลับให้ได้
เช้าวันที่3ของการอยู่ รพ🏥
ตอนเช้ามีซุปข้นๆกับน้ำข้าวต้ม เรากินได้นิดหน่อย หิวแต่รู้สึกกินลำบาก มึนๆเวียนหัว ปวดหัว เจ็บกระบังลมและแถวไหปลาร้าเป็นพักๆ เจ็บแผลน้อยสุดแล้ว
ตอนเช้า พยาบาลเอาสายปัสสาวะออกก่อนที่จะเช็ดตัวให้ เมื่อคืนนอนคันหลัง คันขา คันก้น เพราะเหงื่อออกและขยับตัวไม่ค่อยได้
พอเช็ดตัวเสร็จเราก็ให้แฟนพาไปฝึกเดิน เราเดินออกไปจนถึงหน้าลิฟท์แล้วเดินกลับห้อง มึนหัวตลอด ช่วงก่อนอาหารเที่ยงมีนักกายภาพมา พาเราไปเดินอีกรอบ นักกายภาพแจ้งว่าที่เราเจ็บกระบังลมและแถวไหปลาร้าหรือคอบ่าไหล่ เป็นเพราะตอนผ่าแบบส่องกล้องนั้นต้องมีการอัดลม(ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์)เข้าไปข้างในเพื่อให้คุณหมอเห็นด้านในที่จะทำการผ่าตัด
ทีนี้พอผ่าเสร็จลมบางส่วนที่ยังออกไปไม่หมดจะค้างอยู่ในช่องท้องดันกระบังลมทำให้เจ็บและเส้นประสาทกระบังลมมันเป็นเส้นเดียวกับที่ค่อบ่าไหล่จึงเจ็บมาด้วยกัน
เราต้องขยับตัว หรือเดินเยอะ ให้ลมมันค่อยๆซึมเข้าลำไส้แล้วให้มันปุ๋ง💨ออกมาเอง
วันนี้มีหมอเข้ามาด้วย เราบอกหมอว่าเวียนหัว ไม่ค่อยมีแรง หายใจไม่สุด เจ็บกระบังลมอยู่ หมอเลยขอเจาะเลือด และเอกซเรย์ปอด ถ้าค่าเลือดไม่ดีอาจจะต้องให้เลือด หมอแจ้งว่าตอนผ่า เราเสียเลือดไปประมาณ 500 cc. สรุปแล้วไม่ต้องให้เลือดแต่ได้ยาธาตุเหล็กมากินเป็นแผงเลย
🛌วันสุดท้ายใน รพ
นอน รพ มา3คืนแล้ว วันนี้จะได้กลับบ้าน ทานอาหารเช้าเสร็จ แฟนก็ออกไปหาซื้ออะไรมากิน จริงๆเราปวดหัวตั้งแต่เข้ารพ จนวันนี้ตื่นมาก็ยังปวดหัว ตอนเช้าคุณหมอมาเยี่ยมและแจ้งว่าวันนี้กลับบ้านได้แล้ว มดลูก+ก้อนที่เอาออกไปคุณหมอบอกว่ารวมๆก็หนักประมาณ 600กรัม (มดลูกเปล่าๆ ประมาณ80กรัม คุณหมอว่าง ี้) งั้นกลับบ้าน น้ำหนักชั้นจะลอดไปกิโลเดียวเองเหรอ (เลือด 500 cc + มดลูก เนื้องอก600 กรัม)
และที่พีคที่อยากเล่าคือ คุมแฟนถามหมอว่า ตอนนี้เรากินชา กาแฟ☕ ได้มั้ย คุณหมอให้กินได้ตามปกติเลยค่ะ เราให้แฟนรีบไปซื้อกาแฟเลย ดูดไปครึ่งแก้ว หายปวดหัวทันที ตอนนี้เราก็เตรียมตัวกลับบ้าน อาบน้ำเก็บของ ติดต่องานประกันจ่ายเงิน
ข้อห้ามที่คุณหมอแจ้งก็ ห้ามยกของหนัก ห้ามขับรถ ห้ามออกกำลังกาย 1 เดือน งดมี พสพ 3เดือน
สรุป
นอน รพ (รวมวันที่เข้าไปเตรียมตัวด้วย) 3 คืน
ค่าใช้จ่าย 8X,XXX บาท ประกันกลุ่ม +ประกันส่วนตัว จ่ายไป 6X,XXX บาท จ่ายเอง 1X,XXX บาท ส่วนที่จ่ายเองเราจะไปยื่นเคลมประกันอีกเจ้านึงได้ภายหลัง💸
ถึงตรงนี้ก็อยากให้เพื่อนดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ😷



























