ทำไมมีคนบอกว่า “ภาษาญี่ปุ่นชีวิตจริงไม่เหมือนในหนังสือ

ภาษาญี่ปุ่น ทำไมมีคนบอกว่า “ภาษาญี่ปุ่นชีวิตจริงไม่เหมือนในหนังสือ เรียนไปก็ไม่ได้ใช้” ?

เคยได้ยินไหมคะ 😅

“เรียนในตำราไปก็พูดไม่เหมือนคนญี่ปุ่น”

“จำประโยคในหนังสือได้ แต่ไปญี่ปุ่นแล้วไม่ค่อยได้ใช้เลย”

วันนี้ออยเซนเซจะอธิบายแบบตรงใจคนเรียน พร้อมยกตัวอย่างจาก みんなの日本語 (Minna no Nihongo) เลยนะคะ

🌸 1 เพราะ “ตำรา” สอนให้เรา “พูดถูก” ก่อน ไม่ใช่ “พูดธรรมชาติ” ทันที

ในหนังสือจะให้รูปที่สุภาพ ชัด และเป็นมาตรฐาน เช่น

わたしは がくせいです。

watashi wa gakusei desu

วาตาชิ วะ กักเซ เดสึ

ฉันเป็นนักเรียน

ชีวิตจริงคนญี่ปุ่นอาจพูดสั้นลงว่า

わたし、がくせい。

watashi, gakusei

วาตาชิ กักเซ

ฉันนักเรียนอะ

หรือบางทีแค่

がくせいです。

gakusei desu

กักเซ เดสึ

(ฉัน)เป็นนักเรียนค่ะ

หลายคนเลยรู้สึกว่า “เฮ้ย หนังสือไม่เหมือนชีวิตจริงนี่นา” ใช่ไหมคะ

แต่ประเด็นคือ…

ถ้าเราไม่รู้รูปเต็มในตำราก่อน เราจะไม่รู้ว่าตัดอะไรได้ ตัดแล้วหมายความว่ายังไง และสุภาพแค่ไหนค่ะ

🌸 2 เพราะคนเรียน “แค่เล่มเดียว” ยังมีคลังคำ + โครงประโยค “น้อยมาก”

ออยเซนเซพูดตรง ๆ เลยน้า

คนที่เรียน みんなの日本語 แค่เล่ม 1 จะรู้คำศัพท์และรูปประโยคอยู่แค่ระดับ “เริ่มต้น” มาก ๆ

เลยเกิดอาการนี้ค่ะ

ฟังคนญี่ปุ่นพูดแล้วเหมือนเขาพูดอีกภาษาหนึ่ง 😭

เพราะคำที่ใช้จริงมันกระจายอยู่ในบทที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ

ยกตัวอย่างในเล่มต้น ๆ เรามักได้ประโยคแบบ

これを ください。

kore o kudasai

โคเระ โอะ คุดาไซ

ขออันนี้ค่ะ

ซึ่งใช้ได้จริงนะคะ แต่ชีวิตจริงคนญี่ปุ่นมักพูดเพิ่มความธรรมชาติ เช่น

これ、ください。

kore, kudasai

โคเระ คุดาไซ

เอาอันนี้ค่ะ

หรือสุภาพขึ้นแบบร้านค้า

これを おねがいします。

kore o onegaishimasu

โคเระ โอะ โอะเนไงชิมัส

ขออันนี้ด้วยค่ะ

จะเห็นว่า “แกน” มาจากตำราเหมือนกัน แต่เขาปรับตามสถานการณ์ค่ะ

🌸 3 จะพูดแบบไม่เหมือนตำราได้ ต้องรู้ “สิ่งที่อยู่ในตำรา” ก่อน

อันนี้สำคัญมากค่ะ

คนที่พูดธรรมชาติ ไม่ใช่เขา “ไม่รู้ตำรา” นะคะ

แต่เขา “รู้ตำราแล้วตัด/ปรับ” ให้เหมาะกับสถานการณ์ต่างหาก

เปรียบเทียบง่าย ๆ

ตำรา = โครงกระดูก 🦴

ภาษาพูดจริง = กล้ามเนื้อ + สีหน้า + บริบท 💬

จะมีภาษาพูดได้ ต้องมีโครงกระดูกก่อนน้า

🌸 4 ถ้าเรียนไปถึงเล่ม 4 รับรองเจอประโยคที่ใช้จริงแน่นอน

ออยเซนเซกล้าพูดเลยค่ะ

ถ้าเรียนต่อเนื่องไปถึงเล่ม 4 (และฝึกพูดจริง ๆ) จะเริ่มเจอรูปประโยคและคำศัพท์ที่ “ใกล้ชีวิตจริงมากขึ้น” แน่นอน

เพราะระดับที่สูงขึ้นจะมี

การขอร้องให้เนียน

การอธิบายเหตุผล

การพูดเชิงความรู้สึก

การเล่าเหตุการณ์

การพูดแบบนุ่มนวล/ไม่ตรงเกินไป

ซึ่งเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นใช้ในชีวิตประจำวันบ่อยมากค่ะ

📌 สรุปชัด ๆ

ชีวิตจริงพูดไม่เหมือนตำรา = จริง

แต่ตำราไม่สำคัญ = ไม่จริง

ตำราคือพื้นฐานที่ทำให้เราพูดได้ถูก เข้าใจโครงสร้าง และรู้ว่าควรพูดแบบไหนในสถานการณ์ไหน

และถ้าเรียนแค่เล่มเดียว คลังคำยังน้อย เลยรู้สึกว่า “ไม่ได้ใช้” น้า

แต่ถ้าไปต่อถึงเล่ม 4 รับรองว่าเริ่มเจอสิ่งที่ใช้จริงแน่นอนค่ะ

แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ เคยเจอประโยคในชีวิตจริงที่ไม่เหมือนในหนังสือไหม?

คอมเมนต์มาแชร์กันได้น้า 💬✨

✨ออยเซนเซมีคอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่น 101Pro

เริ่มตั้งแต่ 0 ปูพื้นก่อนไป Minna no Nihongo

แจกไฟล์+คลิป ฟรี สนใจรับกดติดตาม

แล้วคอมเม้นไว้ได้เลยค่ะ

ที่มา Youtube : aoysensei

#ภาษาญี่ปุ่น #ทริคการเรียน #ฝึกภาษากับlemon8 #เรียนภาษาญี่ปุ่น

3/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น หลายคนมักจะรู้สึกว่าภาษาที่เรียนจากหนังสือเรียนกับภาษาที่ได้ยินหรือใช้ในชีวิตจริงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่ออยเซนเซได้อธิบายไว้อย่างละเอียดแล้วในบทความ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมอยากแชร์เพิ่มเติมว่า นอกจากเรื่องการเรียนรู้รูปประโยคและคำศัพท์ที่หลากหลายจากเล่มที่สูงขึ้นแล้ว การฝึกรับฟังและพูดกับเจ้าของภาษาหรือในสถานการณ์จริงก็เป็นเรื่องสำคัญมาก เมื่อได้ลองพูดกับคนญี่ปุ่นจริงๆ จะพบว่าเขามักใช้ประโยคที่ย่อ หรือเปลี่ยนวิธีพูดให้ฟังดูเป็นธรรมชาติและเป็นกันเองมากขึ้น เช่น การตัดคำบางคำออก หรือปรับระดับความสุภาพให้เหมาะสมกับผู้ฟังซึ่งไม่ได้ปรากฏในตำราที่เน้นความถูกต้องและสุภาพแบบมาตรฐาน อีกหนึ่งประเด็นที่คนเรียนภาษาญี่ปุ่นควรตระหนัก คือ การเข้าใจว่าภาษาพูดประกอบด้วยบริบทและวัฒนธรรมการสื่อสาร เช่น การใช้เสียงสูงต่ำ การหยุดพูด และสีหน้าท่าทาง ซึ่งทั้งหมดนี้สำคัญมากในการทำให้ภาษาเหมือนคนญี่ปุ่นจริง ๆ เพราะภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เป็นแค่ข้อความที่สื่อสารเท่านั้น แต่ยังซ่อนความอ่อนน้อม ความสุภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดและผู้ฟังไว้ด้วย นอกจากนี้ ผมแนะนำให้ใช้สื่อหลากหลาย เช่น ฟังเพลง ดูละครหรืออนิเมะที่มีบทสนทนาใกล้เคียงชีวิตจริง เรียนรู้วิธีคนญี่ปุ่นใช้ภาษาในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เพื่อเพิ่มคลังคำและโครงสร้างประโยคที่เป็นธรรมชาติ สุดท้าย อยากให้ทุกคนรู้ว่า "ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ" ในการเรียนรู้ภาษา การพูดแบบคนญี่ปุ่นที่แท้จริงต้องอาศัยเวลา ฝึกฝน และความเข้าใจในบริบท การเรียนให้ถึงเล่มสูงและฝึกพูดอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เราลดช่องว่างนี้ลงได้จริงๆ ถ้าใครกำลังรู้สึกว่าเรียนมานาน แต่ยังฟังพูดไม่เหมือนคนญี่ปุ่น ก็อย่าท้อ หมั่นฝึกฝนและสัมผัสประสบการณ์จริงเพิ่มเติม รับรองว่าภาษาญี่ปุ่นของคุณจะพัฒนาเป็นธรรมชาติมากขึ้นอย่างแน่นอน!

ค้นหา ·
ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ PEACH
PEACH

สนใจคับ

รูปภาพของ ไข่ต้มแซ่บๆ
ไข่ต้มแซ่บๆ

สนใจค่ะ

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพแสดงวลีภาษาญี่ปุ่น 30 วลีที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน พร้อมคำอ่านโรมาจิและความหมายภาษาไทย เช่น 'ขี้เกียจจังเลย', 'เข้าใจละ', 'ทำไมล่ะ', 'หนวกหูอ่ะ', 'อย่ากังวลไปเลยนะ', 'หงุดหงิดอะ', 'ผิดหวังเลยแหละ', 'เจ็บใจจัง', 'แป๊บนึงนะ', 'ก็ดีนะ', 'แน่นอนสิ', 'เอาไงก็ได้เลย'
แจก 60 วลีญี่ปุ่น🇯🇵ที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน
ทั้งทักทาย, ให้กำลังใจ, แสดงอารมณ์, ขอร้อง, ตอบกลับ แบบที่ดูอนิเมะก็เจอ เรียนกับเซนเซก็เจอ ใช้ในชีวิตจริงก็เจอ! อยากพูดญี่ปุ่นให้ดูธรรมชาติแบบเจ้าของภาษา? เริ่มจาก “วลีสั้น ๆ ที่ใช้ได้ทุกวัน” แบบนี้เลยค่ะ เซฟเก็บไว้ใช้ตอนดูอนิเมะ / เรียนกับเพื่อน / ไปญี่ปุ่นจริงก็เวิร์กหมด! #เรียนภาษาญี
Miyaokechannel

Miyaokechannel

ถูกใจ 234 ครั้ง

ภาษาญี่ปุ่น ยากจริงไหม? ทำไมหลายคนบอกว่าเรียนยากมาก แต่ก็ยังมี
ภาษาญี่ปุ่น ยากจริงไหม? ทำไมหลายคนบอกว่าเรียนยากมาก แต่ก็ยังมีคนทั่วโลกเรียนกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 😵‍💫 เคยไหมคะ ตอนเริ่มเรียน ภาษาญี่ปุ่น แล้วรู้สึกว่า… แค่เห็นตัวอักษรก็เหนื่อยแล้ว มีทั้ง 漢字(kanji / คันจิ / อักษรคันจิ) ひらがな(hiragana / ฮิรางานะ / ฮิรางานะ) カタカナ(katakana / คาตาคานะ / คาตาคานะ)
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 42 ครั้ง

ทำไมคนญี่ปุ่นชอบถามแบบ ปฏิเสธ ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง
หลายคนงงมาก 🤔 ร้อนไหม มีไซส์ M ไหม … ทำไมคนญี่ปุ่น ไม่ถามตรงๆ แต่ชอบพูดแบบ 暑くない? (atsukunai? / อะสึคุไน / ไม่ร้อนเหรอ?) Mサイズはありませんか (M saizu wa arimasen ka / เอ็มไซสุ วะ อาริมาเซ็นก๊ะ / ไม่มีไซส์ M เหรอคะ?) 📌 คำตอบคือ รูปปฏิเสธแบบนี้ = “รู้สึกแบบนั้นอยู่แล้วแต่ถามแค่อยากให้เห็นด้วย / ยื
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 121 ครั้ง

ภาพปกบทความแนะนำแนวทางการเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับผู้เริ่มต้น มีข้อความว่า "guideline แนวทางการเรียน ภาษาญี่ปุ่น (สำหรับคนเริ่มเรียน)" พร้อมภาพประกอบเด็กผู้หญิงญี่ปุ่น หนังสือ กองหนังสือ ธงชาติญี่ปุ่น ปลาคาร์ป และหนังสือโบราณ
ภาพเนื้อหาส่วนที่ 1 และ 2 ของบทความ อธิบายเรื่องตัวอักษรพื้นฐาน (ฮิรางา�นะ คาตาคานะ คันจิ) และรูปประโยค-ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น พร้อมตัวอย่างประโยคและคำอธิบายคำช่วย โดยมีภาพพู่กันญี่ปุ่นประกอบ
ภาพเนื้อหาส่วนที่ 3 ของบทความ แนะนำหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่น 3 เล่ม ได้แก่ โคะฮารุ อะกิโกะ โตะ โทะโมะดะจิ และ Minna no Nihongo พร้อมภาพปกหนังสือและรีวิวจากผู้เขียน
Guideline แนวทางการเรียนภาษาญี่ปุ่น (สำหรับคนเริ่มเรียน)✨
ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์โดยตรงของเราเด็กศิลป์-ญี่ปุ่นนะคะ หวังว่าทุกคนที่เริ่มเรียนจะได้รับแนวทางในการเรียนภาษาญี่ปุ่น แล้วก็ประสบความสำเร็จน้าา #เรียนญี่ปุ่นง่ายๆ #มาเรียนภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ #Lemon8ฮาวทู #เรียนญี่ปุ่นกัน #lemon8boxchallenege
ชากะนักเรียนหลังห้อง

ชากะนักเรียนหลังห้อง

ถูกใจ 3125 ครั้ง

すみません แปลว่า ขอโทษ แต่ทำไมใช้ ขอบคุณได้ ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง
หลายคนจำว่า すみません (sumimasen / สุมิมาเซ็น / ขอโทษ) แต่พอไปฟังคนญี่ปุ่นจริงๆ ดันใช้ตอน “ขอบคุณ” ด้วย!? 🤔 📌 ความหมายจริงลึกๆ คำนี้มีความรู้สึกว่า “รบกวนคุณแล้วนะ เกรงใจจัง” เลยใช้ได้ทั้ง “ขอโทษ” และ “ขอบคุณ” ค่ะ 🩷 สถานการณ์ที่ใช้ = ขอโทษ เช่น เดินชนคน すみません (sumimasen / สุมิมาเซ็น /
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 14 ครั้ง

How to เรียนญี่ปุ่นแบบไม่เน้นอ่านหนังสือ
1. อ่านมังงะไม่แปล 2. ฝึกฟังจาก YouTuber 3. ฟัง/อ่านข่าวบ่อยๆ 4. แปลเพลงเอง ไม่หาซับ #เรียนญี่ปุ่นง่ายๆ #เรียนญี่ปุ่น #nihongo #เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเอง #มาเรียนภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ
Kanoava

Kanoava

ถูกใจ 272 ครั้ง

ภาพแสดงไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นบทที่ 1 และ 2 ครอบคลุมโครงสร้างประโยคพื้นฐาน การใช้คำนาม, คำช่วย, คำสรรพนามชี้เฉพาะ และคำบอกสถานะ พร้อมภาพประกอบน่ารัก เช่น นกกระเรียนโอริกามิและตุ๊กตาญี่ปุ่น.
ภาพแสดงไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นบทที่ 2 (ต่อ), 3 และ 4 ครอบคลุมการถาม-ตอบ, การบอกสถานที่ และการผันคำกริยาในรูป ます/まし��た/ません/ませんでした พร้อมตารางสรุปและภาพประกอบ.
ภาพแสดงไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นบทที่ 4 (ต่อ) และ 5 ครอบคลุมการบอกเวลา, ระยะเวลา, การใช้คำกริยาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว (ไป/มา/กลับ), การบอกวิธีการเดินทาง และการถามว่า 'เมื่อไหร่' พร้อมภาพประกอบพัดญี่ปุ่นและเด็กญี่ปุ่น.
(1) สรุปไวยากรณ์มินนะภาษาญี่ปุ่น(N5) บทที่ 1-13 🧼⭐️🇯🇵💬
#ภาษาญี่ปุ่นพื้นฐาน #ภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ #ภาษาญี่ปุ่นเรียนเอง #ภาษาญี่ปุ่นn5 #ภาษาญี่ปุ่นN4
Kmcnst7

Kmcnst7

ถูกใจ 405 ครั้ง

ภาพผู้หญิงกำลังอ่านหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่น มีข้อความว่า 'ทำไมคันจิ ต้องมี องโยมิ กับ คุงโยมิ' พร้อมโลโก้ Lemon8 และชื่อผู้ใช้ @aoysensei
ข้อความอธิบายว่าคันจิมีสองแบบอ่าน (On'yomi และ Kun'yomi) เพราะญี่ปุ่นรับความหมายจากจีนมาใช้ แต่เสียงต่างกัน จึงเกิดระบบเสียงอ่านแบบอิงจีนและเสียงญี่ปุ่นดั้งเดิม
ตัวอย่างคันจิพื้นฐาน 3 ตัว (水, 山, 木) พร้อมเสียงอ่าน On'yomi และ Kun'yomi รวมถึงความหมายภาษาไทย แสดงให้เห็นว่าคันจิหนึ่งตัวมีหลายเสียงอ่าน
ทำไมคันจิมี เสียงอง กับ คุง แนะนำวิธีการเรียนคันจิภาษาญี่ปุ่น
คันจิมาจากจีน (hànzì) เดินทางผ่านเกาหลีเข้าญี่ปุ่น ญี่ปุ่นรับ “ความหมาย” มาใช้ได้ง่าย เช่น 食 = อาหาร แต่ “เสียงจีน” กับ “เสียงญี่ปุ่น” คนละระบบกัน ญี่ปุ่นเลยตัดสินใจให้คันจิ 1 ตัวมี 2 แบบอ่าน • On’yomi 音読み (on’yomi / องโยมิ) = เสียงที่ “อิงจีน” • Kun’yomi 訓読み (kun’yomi / คุงโยมิ) = เสียงญี
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 302 ครั้ง

ทำไมตอนเรียนใช้ 私は แต่คนญี่ปุ่นไม่ค่อยพูด ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง
หลายคนสงสัยใช่ไหมคะว่า เรียนทีไรต้องขึ้นต้นด้วย 私は (watashi wa / วาตาชิวะ / ฉันคือ...) ตลอดเลย 🤔 แต่ในชีวิตจริง คนญี่ปุ่น “มักละประธาน” ค่ะ ไม่เหมือนภาษาอังกฤษ ถ้าพูดถึงตัวเองต้อง I ตลอด หรือภาษาจีนเราจะเจอ 我 บ่อยมากๆ 📌 หลักจริงจากภาษาญี่ปุ่น เป็นภาษาที่เข้าใจจากบริบท เลยไม่ต้องพูด 私は (wat
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 391 ครั้ง

ภาษาญี่ปุ่นที่ไม่มีสอนในตำรา การใช้วงเล็บแบบต่างๆ
วงเล็บก็มีความหมาย! ใช้ผิดนิดเดียว ข้อความดูไม่ธรรมชาติทันที 😵‍💫 เคยไหมคะ เวลาเขียนภาษาญี่ปุ่น เรารู้คำศัพท์ รู้ไวยากรณ์ แต่พอจะพิมพ์ข้อความจริงกลับงงว่า… ควรใช้ 「 」 หรือ ( ) ? แล้ว 【 】 ต่างจาก 『 』 ยังไง? บางทีเขียนไปแล้วคนอ่านเข้าใจนะคะ…แต่ยัง “ไม่เป็นภาษาญี่ปุ่นธรรมชาติ” อยู่ดี เพราะใ
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 316 ครั้ง

วลีภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง แบบกันเอง เวลาไม่เห็นด้วย
✨แจกไฟล์ วลีญี่ปุ่นสาย “ไม่เห็นด้วย” ที่คนญี่ปุ่นใช้จริง กดติดตามแล้วคอมเม้นไว้ได้เลยค่ะ 💬 มะ! ลุยกันจ้า แต่รอบนี้ ขอแบบเน้นสั้น เข้าใจง่าย เอาไปใช้ได้ทันที สไตล์ ออยเซนเซ น้า ① いや iya (อิ-ยะ) = ไม่ใช่นะ / เดี๋ยวก่อน 💭 ใช้ขัดเบาๆ เวลาอีกฝ่ายเข้าใจผิดเรื่องเล็กๆ หรืออยากแก้ความเข้าใจแบ
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 18 ครั้ง

ภาพหน้าปกแสดงหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่น Minna no Nihongo สองเล่ม พร้อมข้อความภาษาไทยว่า "แอป&ช่อง เรียน ภาษาญี่ปุ่น" และชื่อหนังสือ 皆の日本語
ภาพหน้าจอแอปพลิเคชัน "Japanese: Minna no nihongo" บน App Store แสดงคะแนน 4.8 ดาว, 100K+ ดาวน์โหลด และข้อความเน้นว่ามี "ไวยากรณ์ คำศัพท์ คันจิ" สำหรับ N5-N4
ภาพหน้าจอแอปพลิเคชัน "Japanese Vocabulary: N5-N1" บน App Store แสดง 10K+ ดาวน์โหลด และข้อความเน้นว่า "คำศัพท์ครอบคลุม N5-N1"
แอป&ช่องเรียนภาษาญี่ปุ่น ดีจริง ใช้จริง🇯🇵
🍋✨แอป & ช่องเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ใช้จริงแล้วดีมาก! (N5–N1) เรียนเองก็ได้! สอบก็ผ่านได้! 💪🇯🇵 ใครกำลังเตรียมสอบ JLPT/ NAT-TEST หรืออยากปูพื้นให้แน่น ลอง 9 ตัวนี้เลยค่ะ --- ⭐ 1. Japanese Minna no Nihongo (N5–N1) แอปที่เหมือนสรุปเนื้อหาหนังสือมินนะตั้งแต่บท 1–50 ให้เข้าใจง่ายขึ้น ✔️ สอน
Yuki Igarashi

Yuki Igarashi

ถูกใจ 127 ครั้ง

「来る時 vs 来た時」 ต่างกันยังไง สรุปไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น
🌟 เริ่มจากประโยคหลักเลย 日本へ来る時、友達に会いました。 nihon e kuru toki tomodachi ni aimashita นิฮง เอะ คุรุ โทคิ โทโมดาจิ นิ ไอมาชิตะ ตอน “กำลังมา” ญี่ปุ่น ได้เจอเพื่อน 日本へ来た時、友達に会いました。 nihon e kita toki tomodachi ni aimashita นิฮง เอะ คิตะ โทคิ โทโมดาจิ นิ ไอมาชิตะ ตอน “มาถึงแล้ว” ญี่ปุ่น ได้เจอ
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 30 ครั้ง

ภาพหน้าหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่น Minna no Nihongo ที่มีแผนผังการเรียนรู้ พร้อมข้อความเตือนผู้ที่เรียนด้วยตัวเอง
ข้อความบนพื้นหลังสีขาวรูปก้อนเมฆ ระบุว่าผู้ที่เรียน Minna no Nihongo ด้วยตัวเองมักจะเหนื่อยแต่ไม่เห็นผล เพราะพลาดจุดสำคัญ
ข้อความบนพื้นหลังสีขาวรูปก้อนเมฆ แนะนำข้อแรกว่าอย่าเรียนเรียงหน้า ให้เปิดดูคำศัพท์ก่อนเสมอ
ภาษาญี่ปุ่น เตือนคนใช้ みんなの日本語 เรียนเอง… ห้ามพลาด 4 ข้อนี้!
สายเรียนเองมารวมตรงนี้เลยค่ะ 🙋‍♀️ มีคนซื้อ みんなの日本語 (Minna no Nihongo) มาแล้วเรียนไปเรื่อย ๆ แต่สุดท้าย “เหนื่อยแต่ไม่ค่อยเห็นผล” เพราะพลาดจุดเล็ก ๆ ที่สำคัญมากกกก 😭 วันนี้ออยเซนเซมาเตือนแบบเพื่อนเตือนเพื่อนนะคะ ว่า 4 ข้อนี้ห้ามพลาดน้า 🚫 1 อย่าเรียนตามลำดับหน้าในหนังสือไปเรื่อย ๆ หลายคนเปิดหน้า
ออยเซนเ��ซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 903 ครั้ง

อย่าตอบแบบนี้ เวลาโดนถาม ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง
อย่าตอบ 見なかった! เวลาโดนถาม “ดูหรือยัง” มันฟังแข็งนะ ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง เพื่อนถามว่า このNetflix見た? (kono Netflix mita / โคโนะ เน็ตโตะฟุริกกุสุ มิตะ / ดู Netflix เรื่องนี้ยัง?) หลายคนเผลอตอบ 見なかった (minakatta / มินาคัตตะ / ไม่ได้ดู) หรือ 見ませんでした (mimasen deshita / มิ มาเซ็น เดชิตะ /
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 128 ครั้ง

ภาพแสดงข้อความว่า 98% ของคนเรียนญี่ปุ่นไม่รู้และรู้แต่ไม่ทำ พร้อมภาพประกอบคนนอนหลับบนกองหนังสือ
ภาพอธิบายวิธีฝึกภาษาญี่ปุ่นแบบ ひとりごと (Hitorigoto) หรือการพูดกับตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่น พร้อมประโยชน์และเหตุผลที่ควรฝึก
ภาพแสดงตัวอย่างประโยคภาษาญี่ปุ่นสำหรับสถานการณ์ในร้านอาหาร เช่น การขอเมนูและการแสดงความเห็นว่าอาหารน่าอร่อย พร้อมคำอ่านและคำแปลภาษาไทย
98% ของคนเรียนภาษาญี่ปุ่นไม่รู้ รู้แต่ไม่ทำ วิธีฝึกแบบนี้ 独り言
อยากพูดภาษาญี่ปุ่นให้เก่ง แต่ก็ไม่กล้าพูดกับคนอื่น เรียนเยอะ แต่เวลาต้องพูดจริงกลับ “นึกไม่ออก” เซนเซอยากบอกว่า... มันไม่ใช่เพราะเราไม่เก่ง แต่เพราะเราไม่เคย “ฝึกใช้จริง” จ้า วิธีที่ออยเซนเซอยากให้เพื่อนๆ ลองมากๆ ก็คือ ひとりごと(Hitorigoto)= พูดกับตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่น ฟังดูแปลก แต่… 📌 น
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 826 ครั้ง

ผู้หญิงกำลังอ่านหนังสือบนเก้าอี้ มีแมวส้มอยู่ข้างหน้า พร้อมข้อความญี่ปุ่น 'omosasa 重さ' และ 'omomi 重み' ถามว่า 'ต่างกันยังไง' โดยมีโลโก้ Lemon8 และ @aoysensei
ภาพพื้นหลังสีอ่อนมีข้อความอธิบายความแตกต่างระหว่าง 重さ (ความหนักแบบวัดได้) และ 重み (ความหนักที่รู้สึกได้) พร้อมภาพการ์ตูนออยเซนเซและโลโก้ Lemon8
ภาพพื้นหลังสีอ่อนมีข้อความอธิบายว่า '~さ' ใช้กับคุณสมบัติที่วัดเป็นระดับหรือปริมาณได้ เช่น น้ำหนัก ความหนา ความสด พร้อมภาพการ์ตูนออยเซนเซและโลโก้ Lemon8
重さ vs 重み ต่างกันยังไง สรุปไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น
❓ ทำไมมีทั้ง 重さ (omosasa) โอะโมสะสะ = น้ำหนัก (เชิงตัวเลข) กับ 重み (omomi) โอะโมมิ = ความหนัก (เชิงความรู้สึก) 🌟 สรุปสั้นที่สุดก่อน 〜さ = วัดได้ 〜み = รู้สึกได้ 🧠 ① 「〜さ」 = “ความ…แบบวัดได้” 👉 ใช้กับ “คุณสมบัติทั่วไป” 👉 เน้น “ระดับ / ปริมาณ” 📌 ตัวอย่าง 重さ omosasa น้ำหนัก (กี่กิโล) 👉
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 15 ครั้ง

ภาพแสดงตัวอักษรญี่ปุ่น か゚ き゚ く゚ け゚ こ゚ พร้อมข้อความว่า “เรียนภาษาญี่ปุ่น มาตั้งนาน เพิ่งรู้! มีแบบนี้ด้วย?” และโลโก้ @aoysensei
ภาพอธิบายว่า か゚ คือ 鼻濁音 (bidakuon) หรือ “เสียงขุ่นทางจมูก” ใช้แสดงเสียง งะ งิ งุ เงะ โงะ ที่ขึ้นจมูก ไม่มีความหมายในคำศัพท์
ภาพระบุว่าคนญี่ปุ่นทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก か゚ き゚ く゚ け゚ こ゚ แล้ว แต่ยังได้ยินจากผู้ประกาศข่าว NHK, นักแสดง/นักร้อง, และครูเก่าๆ เพราะทำให้เสียงไพเราะและชัดเจน
ตัดอักษรภาษาญี่ปุ่นที่ไม่มีในตาราง แต่อาจเจอคนใช้จริง
ทำไมคอร์ส 101 ไม่มีสอน か゚ き゚ く゚ け゚ こ゚ อ่านว่าอะไร!? ทำไมเขียนแปลกจัง? เพื่อนๆ เคยเจอคำแบบนี้มั้ย 「か゜」 หลายคนอาจจะคิดว่า “เขียนผิดหรือเปล่า?” แต่จริงๆ แล้วนี่คือวิธีเขียนเสียงพิเศษในภาษาญี่ปุ่นที่เรียกว่า... 💡 鼻濁音(びだくおん / bidakuon) หรือ “เสียงขุ่นทางจมูก” ค่า 🌬️ 鼻濁音 คืออะไร? 鼻濁音 คือเสียง
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 470 ครั้ง

เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นยังไงดี?
Hey girls ทั้งหลาย!💖 มีใครกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นหรือกำลังเริ่มเรียนบ้าง มาแชร์ประสบการณ์สิ่งที่ตัวเองใช้เรียน และพบเจอกัน! ในส่วนของเรา เราย้อนรอยแบบอนุบาลเลย อนุบาลเรียนแบบไหน ภาษาญี่ปุ่นก็พยายามเรียนแบบนั้น ตั้งให้ตัวเองเรียน 4 ชม. 2 ชม.แรก จัดเต็มในการจำ การเขียน การท่อง 2ชม.หลัง ให้อิสระตั
Hey! Girls ♡︎₊˚

Hey! Girls ♡︎₊˚

ถูกใจ 637 ครั้ง

いい แปลว่า “ดี” หรือ “ไม่ดี” กันแน่ ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง
คำสั้นๆ อย่าง いい (ii / อี้ / ดี) แต่ทำไมบางทีเหมือนแปลว่า “ไม่เอา” ได้ด้วย!? 🤔 📌 ความหมายหลัก いい = “ดี / โอเค / ได้” 🩷 ใช้ในความหมาย “ดี” この本はいいです (kono hon wa ii desu / โคโนะ ฮง วะ อี้ เดส / หนังสือเล่มนี้ดี) 💛 แต่! ใช้ปฏิเสธได้ด้วย いいです(いいです) (ii desu / อี้ เดส / ไม่เอาค่ะ / พอแ
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 17 ครั้ง

ใครท้อใจบ้างคะ เรียนภาษาญี่ปุ่นมาตั้งนาน แต่ยังพูดไม่ได้สักที
ออยเซนเซอยากบอกว่า ไม่ต้องกังวลมากนะคะ เพราะตอนที่ออยเซนเซสอบได้ N2 ก็ยังพูดไม่ค่อยได้เหมือนกัน ตอนนั้นเราเร่งจำศัพท์ ท่องไวยากรณ์ ทำข้อสอบ เพราะอยากรีบสอบให้ผ่าน แล้วเอาผลสอบไปสมัครงาน เวลาสัมภาษณ์ก็ยังพูดเหมือนท่องประโยคจากตำรามาอยู่เลยค่ะ ออยเซนเซมาได้ฝึกพูดจริงๆ ก็ตอนได้ทำงานกับบอสชาวญี่ป
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 5 ครั้ง

ภาพคนกำลังถือหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่นในร้านกาแฟ พร้อมข้อความว่า “そうっす” และ “ภาษาญี่ปุ่นที่ไม่มีสอนในหนังสือเรียน (แต่คนญี่ปุ่นพูดบ่อยๆ)”
ข้อความอธิบายว่า “そうっす” ไม่ใช่ภาษาวัยรุ่นมั่วๆ แต่เป็นคำพูดที่อยู่ตรงกลางระหว่างสุภาพกับกันเอง พร้อมตัวการ์ตูนอาจารย์หญิง
ข้อความอธิบายว่า “っす” มาจากการย่อเสียงของ “です” ทำให้ “そうっす” ยังคงสุภาพแต่ฟังนิ่มนวลกว่า พร้อมตัวการ์ตูนอาจารย์หญิง
ภาษาญี่ปุ่น ทำไมวัยรุ่นญี่ปุ่นชอบพูด そうっす แทน そうです? ฟังเหมือนสุภาพ
ภาษาญี่ปุ่น ทำไมวัยรุ่นญี่ปุ่นชอบพูด そうっす แทน そうです? ฟังเหมือนสุภาพ แต่ก็กันเองไปพร้อมกัน! เคยไหมคะ พอเริ่มฟังภาษาญี่ปุ่นจริงนอกห้องเรียน แล้วได้ยินคำอย่าง そうっす(sou ssu / โซ สสึ / ใช่ครับ, ประมาณนั้นครับ) แทน そうです(sou desu / โซ เดสึ / ใช่ค่ะ, ใช่ครับ) แล้วงงว่า…ตกลงอันนี้พูดผิด? พูดลัด? หรือ
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 106 ครั้ง

ภาพหน้าปกหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่น みんなの日本語 (Minna no Nihongo) เล่ม 1 พร้อมข้อความว่า “เทคนิคใช้เล่มนี้เรียนญี่ปุ่นยังไงให้พูดคล่องเร็วขึ้น” และภาพประกอบของออยเซนเซ
ข้อความอธิบายว่าหลายคนซื้อหนังสือ Minna no Nihongo มาแล้วแต่ยังไม่กล้าพูด ปัญหาคือลำดับการเรียนยังไม่ถูกต้อง และเน้นย้ำว่าต้องเรียนตามลำดับแบบน��ักพูด
เทคนิคที่ 1: เรียนให้ถูกลำดับแบบนักพูด โดยเริ่มจาก คำศัพท์, ไวยากรณ์, โครงสร้างประโยคหลัก, ประโยคตัวอย่าง, บทสนทนา และแบบฝึกหัด ตามลำดับ
เทคนิคใช้ みんなの日本語 เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเองให้ พูดคล่องเร็วขึ้น
🍋 ภาษาญี่ปุ่น เรียน みんなの日本語 ยังไงให้พูดคล่องเร็วขึ้นแบบไม่ต้องรอครู! หลายคนซื้อหนังสือ みんなの日本語 (Minna no Nihongo) มาแล้ว แต่เรียนไปสักพักก็ยังไม่กล้าพูดใช่ไหมคะ 🥹 วันนี้ออยเซนเซจะสรุปเทคนิคแบบใช้ได้จริง โดยเฉพาะคนที่อยาก “พูดคล่องเร็วขึ้น” น้า จำไว้เลยค่ะ ❗ ห้ามเรียนเรียงตามลำดับหนังสือเด็ดขา
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 318 ครั้ง

ผู้หญิงกำลังอ่านหนังสือบนรถไฟ มีข้อความภาษาญี่ปุ่นและไทยว่า "のに けど ต่างกันยังไง" ซึ่งเป็นหัวข้อหลักของเนื้อหา
ภาพสรุปความแตกต่างระหว่าง のに และ けど โดย のに ใช้เมื่อผิดคาดและมีอารมณ์ ส่วน けど ใช้เชื่อมประโยคแบบกลางๆ มีภาพการ์ตูนครูอยู่มุมขวา
ภาพอธิบายการใช้ のに (noni) ที่แสดงความคาดหวังแต่ผลไม่เป็นไปตามนั้น พร้อมตัวอย่างประโยคภาษาญี่ปุ่นและคำแปลไทยว่า "เรียนแล้วแท้ๆ แต่คะแนนแย่" และภาพการ์ตูนครู
のに vs けどต่างกันยังไง สรุปไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น
💥 สรุปสั้นก่อนเลย のに 👉 ผิดคาด / น่าจะเป็นแบบนึง แต่ไม่เป็น 👉 มีอารมณ์ (งง / เซ็ง / ไม่พอใจ) けど / けれども 👉 แค่ “แต่…” เฉยๆ 👉 กลางๆ ไม่มีอารมณ์แรง 🌟 ① のに = “ทั้งๆ ที่… (แต่มันไม่เป็นแบบนั้น!)” 📌 ใช้เมื่อ ・มี “ความคาดหวัง” อยู่ก่อน ・แล้วผล “ไม่เป็นไปตามนั้น” 🌿 ตัวอย่าง 勉強したのに、成績が悪かった。
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 96 ครั้ง

สรุปไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น รูปประโยคที่คนไทยสับสน
メモを見て話す กับ メモを見ながら話す เหมือนกันไหม? สรุปไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น 😵‍💫 หลายคนเวลาแต่งประโยคญี่ปุ่นจะงงมากค่ะ พออยากพูดว่า “พูดไปดูโน้ตไป” ก็ไม่แน่ใจว่าใช้แบบไหนดีระหว่าง メモを見て話す memo o mite hanasu เมะโมะ โอะ มิเตะ ฮะนะสุ พูดโดยดูโน้ต / พูดพร้อมอาศัยการดูโน้ต กับ メモを見ながら話す memo o mi nagara
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 10 ครั้ง

ภาพมือถือหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่น มินนะ โนะ นิฮงโกะ พร้อมข้อความว่า "90 วัน เริ่มเรียนญี่ปุ่นจาก 0 ยังไง ให้ผ่าน JLPT N5" บนพื้นหลังอาคาร
ข้อความอธิบายว่า N5 เป็นระดับเริ่มต้นของภาษาญี่ปุ่น มีไวยากรณ์ประมาณ 50 ข้อ ศัพท์ 800 คำ และคันจิ 100 ตัว
ข้อความแนะนำแผนการเรียนภาษาญี่ปุ่น N5 โดยใช้หนังสือมินนะ 2 เล่ม (25 บท) เรียนวันละ 2 ชั่วโมง บทละ 3 วัน เพื่อจบใน 75 วัน
90 วันสุดท้ายของปี เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นจาก 0 ไป N5 ยังทันไหม?
ออยเซนเซเชื่อว่าหลายคนมีความฝันว่าอยาก "พูด อ่าน เขียน ภาษาญี่ปุ่นได้" สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเพราะชอบดูอนิเมะ ฟังเพลงญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น หรืออยากสอบวัดระดับ JLPT ✨ แต่หลายคนก็ลังเลว่าจะเริ่มดีไหม? เหลือเวลาอีกแค่ 3 เดือนของปี จะทันอะไรไหม? คำตอบคือ...ทันแน่นอนค่ะ! ถ้าเริ่มวันนี
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 701 ครั้ง

ปกหนังสือ "Handy Japanese Conversations" ที่มีตัวการ์ตูนน่ารักและภูเขาไฟฟูจิ พร้อมข้อความ "บอกต่อหนังสือสอนภาษาญี่ปุ่น สุดคิวท์ 'น่าเอ็นดูว์' สำหรับผู้เริ่มเรียน" เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนภาษาญี่ปุ่น
หน้าสารบัญของหนังสือ "Handy Japanese Conversations" แสดงหัวข้อบทสนทนาพื้นฐาน การกิน การช้อปปิ้ง และการท่องเที่ยว พร้อมข้อความ "Currently Reading BACK-TO-SCHOOL EDITION"
หน้าหนังสือที่สอนวลี "Konnichiwa" (สวัสดี) พร้อมภาพการ์ตูนประกอบบทสนทนา ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ และคำแนะนำต่างๆ เพื่อช่วยให้เข้าใจการทักทายในภาษาญี่ปุ่น
🇯🇵📘 รีวิวหนังสือภาษาญี่ปุ่นที่ควรมีติดกระเป๋า!
กำลังมีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น ✈️ หรืออยากคุยกับคนญี่ปุ่นแบบไม่ต้องพึ่ง Google Translate, chatGPT ไหม? ขอแนะนำ Handy Japanese Conversations เลยค่ะ! หนังสือรวมบทสนทนาภาษาญี่ปุ่นที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน ✨ อธิบายโดยเจ้าของภาษาแบบกวนๆนิดๆ อ่านสนุกด้วย การ์ตูน 4 ช่องน่ารักๆ ช่วยให้จำง่าย ไม่เครียด 🥰
เหมียวส้มชอบตีกับวัวนม

เหมียวส้มชอบตีกับวัวนม

ถูกใจ 51 ครั้ง

รีวิวหนังสือ💖 มาค้นหาสิ่งสำคัญและคนสำคัญของชีวิตกัน
รีวิวหนังสือ💖 มาค้นหาสิ่งสำคัญและคนสำคัญของชีวิตกัน จงทุ่มเทชีวิตที่สำคัญยิ่ง เพื่อสิ่งที่สำคัญที่สุด 💖👾 หนังสือที่จะพาเราไปค้นหาสิ่งสำคัญ คนสำคัญ และเป้าหมายของชีวิต เพราะเราโตพอที่จะโตที่จะรู้แล้วนะว่า…สิ่งไหนควรทุ่มเทและสิ่งไหนควรเททิ้ง #รีวิวหนังสือ #หนังสือจิตวิทยา #พัฒนาตัวเอ
Maruku.blog

Maruku.blog

ถูกใจ 22 ครั้ง

How to A-level ภาษาญี่ปุ่น 70 คะแนน💭🌀
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นวิธีการของเรา ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองได้เลยนะคะ หนังสือหรือสรุปเราไม่ได้เก็บไว้แล้วนะคะต้องขอโทษทุกคนด้วยจริงๆค่ะ😭🙏 #alevelญี่ปุ่น #เตรียมสอบภาษาญี่ปุ่น #dek67 #dek70 #dek71
viewtsuツ

viewtsuツ

ถูกใจ 19 ครั้ง

ภาพหน้าปกบทเรียนเรื่องการใช้ だ ในภาษาญี่ปุ่น มีตัวการ์ตูนผู้หญิงถือโทรศัพท์มือถือและข้อความ 'สรุปวิธีใช้ だ ลงท้ายประโยค' บนพื้นหลังสีเขียว
ข้อความอธิบายความแตกต่างระหว่าง です และ だ โดยเน้นว่า です มุ่งไปหาผู้ฟัง และ だ วนเวียนอยู่กับตัวผู้พูด บนพื้นหลังสีเขียวอ่อน
ข้อความอธิบายแนวคิดของ だ ว่าใช้เมื่อแสดงความรู้สึกของตัวเอง ไม่ได้คิดเรื่องความสุภาพ พร้อมตัวอย่างประโยค 'อี๋ หนู!' บนพื้นหลังสีเขียวอ่อน
ภาษาญี่ปุ่น だ vs です ใช้ยังไงกันแน่? ทำไมเรียนมาตามตำรา แต่พอฟัง
ภาษาญี่ปุ่น だ vs です ใช้ยังไงกันแน่? ทำไมเรียนมาตามตำรา แต่พอฟังคนญี่ปุ่นจริงแล้วงงกว่าเดิม!? ใครเคยเป็นบ้างคะ 🙋‍♀️ เรียนมาว่า です = สุภาพ だ = กันเอง แต่พอไปดูอนิเมะ ฟังเจ้าของภาษา หรืออ่านโพสต์คนญี่ปุ่น บางทีเขาไม่ใช้ตาม “กฎในตำรา” เลย! หลายคนเลยเริ่มสับสนว่า ตกลงมันใช้ยังไงกันแน่? 😵‍💫
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 76 ครั้ง

ฟังไม่ทันแล้วพูด “ฮะ?” ทำไมคนญี่ปุ่นไม่พอใจ ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง
หลายคนติดพูด は? (ha? / ฮะ? / อะไรนะ?) เพราะคิดว่าเหมือนภาษาไทย 😅 แต่ในญี่ปุ่นคำนี้ “แรงมาก” นะคะ! 📌 ความหมายจริง は? (ha? / ฮะ? / อะไรของคุณ?) 👉 น้ำเสียงให้ความรู้สึก “หา!? พูดอะไรเนี่ย?” (ออกแนวไม่พอใจ) 🩷 เลยทำให้คนฟังรู้สึกโดนใส่อารมณ์ทันทีค่ะ 📌 ถ้าฟังไม่ทัน ควรพูดแบบนี้ もう一度お願いしま
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 32 ครั้ง

ほしい ほしがる てほしい ต่างกันน้า . #หนังสือเตรียมสอบ #ภาษาญี่ปุ่น
. #หนังสือเตรียมสอบ #ภาษาญี่ปุ่น #ภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้น #ชีทสรุปภาษาญี่ปุ่น
J Class_nihongo

J Class_nihongo

ถูกใจ 19 ครั้ง

ภาพหน้าปกบทความบนพื้นหลังตำราเรียนภาษาญี่ปุ่น มีข้อความว่า "ทำไม ภาษาญี่ปุ่น ชอบเปลี่ยนเสียงบ่อย เวลานับจำนวน ตัวเลข" และโลโก้ Lemon8 @aoysensei
ภาพอธิบายว่าผู้เริ่มต้นมักสับสนกับการเปลี่ยนเสียงของคำลักษณนาม 匹 (hiki) เมื่อนับจำนวน เช่น 1匹 (ippiki), 2匹 (nihiki), 3匹 (sanbiki) โดยระบุว่าเกิดจาก "แรงชนของเสียง" เพื่อให้พูดง่ายขึ้น
ภาพอธิบายว่า 匹 (hiki) เป็นคำลักษณนาม (助数詞) และภาษาญี่ปุ่นมีคำลักษณนามจำนวนมาก เช่น 本 (hon), 枚 (mai), 個 (ko) ซึ่งเมื่อเลขและลักษณนามมาเจอกัน เสียงมักจะเปลี่ยนตามกัน
ภาษาญี่ปุ่นเวลานับเลข ทำไมเปลี่ยนเสียงเยอะจัง มีหลักการจำยังไง
ภาษาญี่ปุ่น ทำไม 1匹 อ่านว่า いっぴき แต่ 2匹 กลายเป็น にひき และ 3匹 ดันเป็น さんびき!? เรื่องนี้ไม่ได้ต้องท่องอย่างเดียว แต่มีเหตุผลซ่อนอยู่ 😵‍💫 เคยไหมคะ เวลาเรียนภาษาญี่ปุ่นระดับต้น พอเจอการนับสัตว์แล้วรู้สึกว่า… ทำไม 匹(hiki / ฮิคิ / ตัว ใช้นับสัตว์ตัวเล็ก)คำเดียว อ่านไม่เหมือนเดิมเลย 1匹(ippiki / อิปปิ
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 130 ครั้ง

ภาพปกเตือนนักเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ติดพูดคำว่า はい (hai) เสมอ โดยมีหนังสือเรียนและเครื่องดื่มวางอยู่บนโต๊ะในร้านกาแฟ
ข้อความอธิบายว่า はい ไม่ได้แปลว่าแค่ “ใช่” แต่หมายถึง “รับรู้/เข้าใจ/รับทราบ” และสามารถทำงานตามที่สั่งได้ พร้อมภาพการ์ตูนอาจารย์
ข้อความแสดงตัวอย่างการใช้ はい ที่ถูกต้องเมื่อรับทราบคำสั่ง และการใช้ผิดเมื่อไม่เข้าใจแต่ตอบรับ ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าเข้าใจแล้ว
ระวังติดคำว่า はい ใช้ผิด ความหมายเปลี่ยนทันที ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริง
หลายคนเรียนแล้วติดพูด はい (hai / ไฮ / ค่ะ, ครับ) ตลอดเลยใช่ไหมคะ 🤔 แต่จริงๆ แล้ว はい ไม่ได้แปลว่า “ใช่” อย่างเดียวค่ะ! 📌 ความหมายจริง はい = “รับรู้ / เข้าใจ / ตอบสนอง” 🩷 ใช้ถูก = รับรู้คำสั่ง 先生:これをしてください (kore o shite kudasai / โคเระ โอะ ชิเตะ คุดาไซ / ช่วยทำสิ่งนี้) 👉 はい (hai / ไฮ /
ออยเซนเซ

ออยเซนเซ

ถูกใจ 93 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม