Automatically translated.View original post

The parable ‼️. The house is off reserve. 🏡

Share the experience of buying a home off the reservation. 📌🏡

The event is that we went to see the project house, which was actually not intended to be bought here, but to compare, and then the rhythm before leaving the project, the cell went to see "the house that fell out of reserve," because the previous person failed to recover, and the reservation contract would run out by the end of the month.

The families who went to see it together liked each other, and before that, they didn't like it, and we finally decided to book that house by that evening.

But what we missed ‼️ was to confirm the price in writing 📝, because when we agreed, the price was 5.5 million, there was a small reservation, but it was a different conversion, which we thought was to write the price and the converted number in case it was dropped. At the beginning of the month, the original contract expired at the end of the month, and then changed the contract after two weeks. The cell called that the discount was not as told. The price would be 5.6X million, which added 1 hundred thousand more. We were like, ‼️, not like what we said. When we went back to see the reservation, we just wrote a conversion number that was not written. 🥹 called it. It was a story for a while. At first I didn't want it, but the family still liked the house, so I finally had to do it.

It's an illustration to everyone that... check carefully, very thoroughly, because we can lose the benefit.

There are many other peak stories for buying a house, and I'll tell you another story. 🤣

# Peak story

# Our home wants a review

# First house

# Home experience

# ArrayeDiary

2025/8/29 Edited to

... Read moreหลายคนถามว่า “บ้านหลุดจอง” คืออะไร แล้วต่างจากบ้านปกติยังไง จากประสบการณ์เรา บ้านหลุดจองคือบ้านที่มีคนวางเงินจอง/ทำสัญญาไว้ก่อน แต่สุดท้ายไปต่อไม่ได้ (ส่วนใหญ่คือกู้ไม่ผ่าน เอกสารไม่ครบ หรือยกเลิกเอง) แล้วบ้านกลับมาเปิดขายอีกครั้ง บางโครงการจะบอกว่าเป็นโอกาสเพราะอาจมีโปร/ส่วนลดเร่งปิดยอด แต่ในมุมคนซื้อ เราว่าต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจังหวะมัน “เร่ง” ทำให้เราตัดสินใจเร็วและพลาดรายละเอียดได้ง่าย สิ่งที่เราอยากแชร์เพิ่ม (เผื่อใครกำลังเล็งบ้านหลุดจองอยู่) คือเช็กลิสต์ที่ควรถาม/ควรขอเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่วันจอง เพื่อไม่ให้เจอสถานการณ์ราคาเปลี่ยนแบบเราอีก 1) ยืนยัน “ราคาสุทธิ” เป็นลายลักษณ์อักษร อย่าคุยกันแค่ปากเปล่า ให้ขอเอกสาร/ใบเสนอราคา/สรุปยอดที่ระบุชัดว่า ราคาหน้าสัญญาเท่าไร ส่วนลดอะไรบ้าง ราคาสุทธิหลังหักส่วนลดเท่าไร และแนบเลขที่แปลง/แบบบ้านให้ตรงกัน ถ้าในใบจองมีช่องให้กรอกยอด ต้องกรอกให้ครบ ไม่ใช่มีแค่เลขแปลงอย่างเดียว 2) ขอรายละเอียดโปรที่ผูกกับ “เงื่อนไขเวลา” บ้านหลุดจองมักมีคำว่า “โปรถึงสิ้นเดือน” หรือ “ต้องทำสัญญาภายในวันนั้น” ให้ถามเลยว่า ถ้าข้ามเดดไลน์ โปรจะเปลี่ยนยังไง และให้เขียนเงื่อนไขไว้ เช่น ต้องโอนภายในกี่วัน ต้องยื่นกู้กับธนาคารไหนบ้าง หรือโปรใช้ได้เฉพาะลูกค้าที่คุณสมบัติแบบใด 3) แยกให้ชัด: ส่วนลด vs ของแถม vs ค่าธรรมเนียมวันโอน บางทีเหมือนลดเยอะ แต่ไปบวกใน “ค่าใช้จ่ายวันโอน” แทน เช่น ค่าจดจำนอง ค่าโอน ค่าส่วนกลางล่วงหน้า ค่ามิเตอร์น้ำไฟ ค่าประเมิน ให้ขอรายการประมาณการค่าใช้จ่ายวันโอนเป็นตัวเลข จะได้เทียบหลายโครงการได้จริง 4) ตรวจสถานะบ้านหลุดจองว่าเกิดจากอะไร ถ้าหลุดจองเพราะกู้ไม่ผ่าน ให้ถามว่ามีประเด็นอะไรไหม เช่น รายได้ไม่พอ หรือมีปัญหาเอกสารบ้าน/แบบบ้าน/การประเมิน (บางเคสประเมินไม่ถึงทำให้กู้ไม่ผ่าน) เราไม่ได้บอกว่าอันนี้ต้องมีปัญหาทุกเคส แต่ถามไว้จะสบายใจกว่า 5) นัดตรวจบ้าน (Pre-Inspection) แม้เป็นบ้านใหม่ บ้านในโครงการก็มีโอกาสงานเก็บไม่เรียบร้อย โดยเฉพาะบ้านที่ปล่อยทิ้งช่วงจากการหลุดจอง ลองเดินเช็กพื้นกระเบื้อง ผนังร้าว รอยรั่วซึม ประตูหน้าต่างบานเลื่อน ระบบน้ำ-ไฟ และถ่ายรูปเก็บไว้ ถ้าทำได้ให้ทำบันทึกรายการแก้งานแนบเป็นเอกสาร สรุปคือ บ้านหลุดจองอาจเป็นโอกาสที่ดี แต่ต้อง “ช้าลงนิดนึง” ในเรื่องเอกสาร โดยเฉพาะราคาและเงื่อนไขโปร ถ้าใครกำลังจะจอง แนะนำให้ถือหลักว่า ทุกอย่างที่คุยกัน ต้องมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ จะได้ไม่เสียสิทธิ์/เสียเงินเพิ่มแบบที่เราเจอค่ะ