จิตคือธาตุรู้ เช่น รู้ว่าสุข รู้ว่าทุกข์ รู้ว่าเฉยๆ
แต่ตัวรู้นั้น ไม่สุข ไม่ทุกข์ ไม่เฉยๆ กับมัน
เป็นธาตุรู้ล้วนๆ
ชีวิตนี้ต้องมีความรู้สึกสุข ทุกข์ เฉยๆ สลับสับเปลี่ยนกันไปเป็นธรรมดา
ผู้ที่สำคัญมั่นหมายในเวทนา จึงขึ้นๆ ลงๆ ตามความแปรปรวนของมัน
ส่วนนักภาวนา จงหันมากำหนดธาตุรู้ เพราะเป็นหนทางไปสู่ที่พึ่งอันเกษม
ในชีวิตประจำวันของเรานั้น ความรู้สึกสุข ทุกข์ หรือเฉยๆ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นสลับกันไปตามสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งทำให้จิตใจของเรามีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่เราตระหนักถึงความรู้สึกเหล่านี้แต่ไม่ยึดติดกับมัน หรือที่เรียกว่าการเข้าใจ "ธาตุรู้" คือการรู้ว่ารู้ โดยไม่ให้ตัวรู้ไปมีส่วนร่วมกับความรู้สึกนั้นๆ นั่นเอง การภาวนาเพื่อกำหนดธาตุรู้ คือการฝึกสติและการมีปัญญารู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของจิตและอารมณ์ โดยไม่ปล่อยให้จิตตกอยู่ในภวังค์ของความสุขหรือทุกข์จนเกิดความวุ่นวาย การฝึกนี้ช่วยให้นักปฏิบัติสามารถรักษาความสงบและความมั่นคงของจิตใจได้ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พระอาจารย์ชยสาโรได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดธาตุรู้ว่าเป็นหนทางสู่ที่พึ่งอันเกษม ซึ่งหมายถึงการเข้าถึงความสงบภายในและเป็นอิสระจากความทุกข์ ความรู้สึกที่แปรปรวนเช่นสุข ทุกข์ และเฉยๆ เป็นธรรมดาของชีวิต แต่เมื่อเราสามารถฝึกจิตให้รู้โดยไม่สะท้อนกลับหรือไปยึดโยงกับความรู้สึกเหล่านั้นได้ เราก็จะก้าวไปสู่การมีจิตที่มั่นคงและสุขสงบอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่สนใจการปฏิบัติธรรม การเริ่มต้นจากการกำหนดธาตุรู้และเข้าใจธรรมชาติของจิตใจถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะจะช่วยให้เราสามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้อย่างมีสติและปัญญา รวมถึงเพิ่มพูนความเข้าใจในตนเองและชีวิตในมุมมองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
