นิทานชาดกเรื่องหนึ่งเล่าว่า เศรษฐีผู้หนึ่งมั่งคั่งแต่เชื่อคนง่าย จึงเอาทองทั้งหมดไปฝังไว้ในเขตอาศรมของฤาษีที่ตนศรัทธา แต่ฤาษีรูปนั้นเป็นคนคด แอบขุดเอาทองไปซ่อนที่อื่น
รุ่งขึ้น ฤาษีก็ไปลาเศรษฐีผู้เป็นอุปัฏฐาก อ้างว่าถ้าอยู่ที่เดียวนานเกินไป จะติดที่มากเกินไป พอออกเดินทางก็นึกกังวลว่า ถ้าเศรษฐีพบว่าทองหายไป ตนเองจะตกเป็นผู้ต้องสงสัย จึงย้อนกลับไปเรือนเศรษฐี ชี้ไปยังเศษฟางที่ติดบนผ ม บอกว่าเอามาคืน สงสัยจะหล่นจากหลังคาบ้าน เขาเป็นผู้ทรงศีลจะไม่หยิบเอาอะไรที่เจ้าของมิได้ให้ แม้แต่ฟางเส้นเดียว
เหตุการณ์เป็นไปตามคาด เศรษฐีเลื่อมใสอย่างยิ่งในความเคร่งครัดของฤาษี แต่เพื่อนเศรษฐีเกิดตงิดใจขึ้น จึงรีบบอกให้ไปตรวจดูว่าทองยังอยู่ไหม แน่นอนว่าหายจนหมดเกลี้ยง จึงรีบตามไปจับตัวฤาษีแล้วขู่ให้บอกที่ซ่อนทอง
พระพุทธองค์ตรัสว่า บางคนเลื่อมใสครูบาอาจารย์ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ด้วยน้ำเสียง ด้วยชื่อเสียงเลื่องลือ บางคนศรัทธาในความเคร่งครัดและเข้มงวด ทว่า ทั้งหมดนี้หาได้เป็นเครื่องวัดความสุจริตไม่ แม้แต่อิทธิฤทธิ์ก็ยังแสร้งขึ้นได้ หลักที่เชื่อได้แท้จริงมีเพียงข้อเดียว คือ ครูบาอาจารย์นั้นได้สำรวมตนอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา อย่างแท้จริงหรือไม่
ธรรมะคำ สอน โดย #พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ศิษย์ทีมสื่อดิจิทัลฯ










































