หลวงพ่อชาเคยเล่าให้คณะสงฆ์ฟังว่า สมัยที่ท่านยังเป็นพระหนุ่ม ท่านเคยตัดสินใจรีบหนีออกจากสถานการณ์ที่น่าลำบากใจครั้งหนึ่ง

เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงหนึ่งท่านไปพักอยู่ในวัดร้างแห่งหนึ่งกับปะขาว แล้วมีแม่ม่ายสาวเริ่มพาลูกชายตัวน้อยมาถวายอาหารท่านทุกเช้า ไม่นานนัก ท่านก็เริ่มสงสัยเจตนาของแม่ม่ายที่มีต่อท่าน ดูเหมือนนางจะใช้ลูกชายที่น่ารักน่าเอ็นดูเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์กับท่าน และมันก็ได้ผล ท่านเริ่มรู้สึกว่าจิตใจชักจะหวั่นไหวไปกับแม่ม่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ คืนหนึ่ง หลวงพ่อชาตื่นขึ้นมาเหงื่อกาฬแตก ท่านปลุกปะขาวผู้ร่วมเดินทาง ทันทีที่เก็บบริขารข้าวของเสร็จ ก็อาศัยแสงจันทร์ออกเดินทางเข้าป่าไปในกลางดึกคืนนั้นเอง

หลวงพ่อชามักสอนให้เรามีความกล้า และเผชิญหน้ากับปัญหา ไฟไหม้ตรงไหน ก็ให้ดับตรงนั้น ขณะเดียวกัน ท่านก็สอนให้เราอยู่กับความเป็นจริง ให้ยอมรับข้อจำกัดของตนด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน ถ้ารู้ว่ากำลังสู้ในศึกที่ไม่มีทางชนะ การถอยไปตั้งหลักในที่ปลอดภัยก่อน แล้วรวบรวมกำลังใหม่ ย่อมเป็นทางที่ดีกว่า

ที่จริงแล้ว หลวงพ่อชาไม่ได้ถอยหนีจากปัญหาที่แท้จริง ซึ่งก็คือกิเลสในใจของท่าน แต่ท่านถอยออกจากสถานการณ์ที่กระตุ้นกิเลสเหล่านั้นในระดับที่ท่านยังไม่พร้อมจะเผชิญ เมื่อเล่าเรื่องนี้ ท่านเตือนพวกเราทุกคนให้เห็นถึงความแตกต่างอันสำคัญยิ่งระหว่างความกล้ากับความประมาท

ธรรมะคำสอน โดย #พระอาจารย์ชยสาโร

แปลถอดความ โดย ศิษย์ทีมสื่อดิจิทัลฯ

#หลวงพ่อชาสุภัทโท

6/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อได้อ่านเรื่องราวของหลวงพ่อชาแล้ว ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ท่านสอนนั้นมีความหมายลึกซึ้งและยังคงใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันของเรา หลวงพ่อชาตัดสินใจหนีออกจากสถานการณ์ที่กระตุ้นกิเลสในจิตใจของท่าน เช่นเดียวกับที่เราบางครั้งอาจเจอสถานการณ์ที่ยากหรือน่าดึงดูดใจจนเรารู้สึกไม่มั่นคงในจิตใจ เช่น ความโกรธ ความอยาก หรือความผูกพันต่าง ๆ การมีความกล้าหาญไม่ใช่หมายความว่าเราต้องสู้จนหมดแรง แต่ควรรู้จักประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบว่าการถอยออกมาเพื่อพักฟื้นจิตใจ หรือหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า จากประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อผมเคยเผชิญกับความขัดแย้งในที่ทำงาน หรือความเครียดในครอบครัว ผมพบว่าความกล้าคือการยอมรับว่าตัวเองยังอ่อนแอในตอนนั้น และเลือกถอนตัวชั่วคราวเพื่อให้ได้เวลาตั้งสติและเตรียมพร้อม การถอยออกมาไม่ใช่การแพ้แต่เป็นการรักษาพลังใจและเตรียมแผนรับมือที่ดีกว่าในอนาคต คำสอนของหลวงพ่อชาเรื่อง "ยอมรับข้อจำกัดของตนด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน" ทำให้ผมนึกถึงความสำคัญของการรู้จักตัวเองและไม่ยึดติดกับความสำเร็จหรือความล้มเหลวจนเกินไป การใช้ชีวิตโดยไม่ประมาทและมีสติอยู่เสมอช่วยให้เรามีพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่แข็งแรงมากขึ้น การศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนนี้ ทำให้ผมตระหนักว่าความเป็นจริงบางครั้งเราต้องรู้จักถอย และเมื่อเวลาที่เหมาะสมก็มุ่งหน้าสู้ใหม่ด้วยจิตใจที่มั่นคงกว่าเดิม ซึ่งเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับคนยุคปัจจุบันที่ต้องเผชิญความเครียดและความวุ่นวายหลายอย่างในชีวิต