การนั่งสมาธิแล้วจิตสงบนิ่ง พอจิตออกจากความสงบนิ่งนั้น ความรู้สึกนึกคิดเริ่มจะปรากฏ นักปฏิบัติบางคนเกิดเสียดายความสงบ พยายามจะให้จิตกลับไปสงบเหมือนเดิม บางคนก็คิดว่าหมดเวลาแล้ว จิตใจไม่สงบแล้วก็เลิกนั่ง การที่จิตเราสงบแล้ว ถอนออกจากความสงบนั้น ไม่ใช่ความเสื่อม มันเป็นจังหวะของมัน เหมือนกับเรานอนหลับ หลับอิ่มพอสมควรแล้ว เราตื่นขึ้นมา มันเป็นธรรมชาติของมัน ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี สมาธิก็เหมือนการพักผ่อนของจิต เมื่อจิตถอนออกจากสมาธิ ก็มีกำลังที่จะน้อมไปสู่การพิจารณา จิตใจมันอ่อนโยน เชื่อฟัง มีผู้รู้ จะให้พิจารณาสิ่งใดก็ยอม และเมื่อเริ่มมีความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ปรากฏ ท่านให้เราเจริญปัญญา ไม่ใช่หยุดนั่ง ไม่ต้องพยายามบังคับให้กลับไปสู่ความสงบอีกครั้ง มันเป็นโอกาสให้เจริญปัญญา

แต่ถ้าพอจิตถอนออกจากสมาธิแล้วเราพยายามให้สงบอย่างนั้นอีก หรือว่าเลิกทำสมาธิตรงจุดนั้น ปัญญาระดับวิปัสสนาจะไม่เกิด เรื่องการพิจารณาธรรม หลวงพ่อชาของเราท่านชอบเปรียบเทียบกับแมงมุม แมงมุมที่นิ่งอยู่เฉย ๆ แต่พอมีแมลงวันหรือมีแมงต่าง ๆ มาติดที่หยากไย่ แมงมุมก็ออกมาจับ เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้วก็กลับไปอยู่นิ่ง ๆ ต่อที่เดิม ท่านบอกว่าถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เราก็ต้องไปจัดการกับเรื่องนั้น แล้วกลับมาสู่ที่เดิมของเรา ในการทำสมาธิ ถ้าเราต้องการให้มันสงบตลอด ถ้าเป็นอย่างอื่นไม่เอา มันก็เหมือนกับฤาษีที่ชอบอยู่ในถ้ำ พอต้องเจอกับคนหรือเจอกับสิ่งที่ทำให้มีอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่เอาแล้ว นี่จะเป็นการทำลายประโยชน์ของตัวเอง ไม่มีโอกาสได้เจริญปัญญาที่จะได้เห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง

#พระอาจารย์ชยสาโร

7/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การนั่งสมาธิของผมเอง เข้าใจว่าช่วงเวลาที่จิตใจสงบเป็นราวกับการพักผ่อนที่สำคัญสำหรับจิตใจ เหมือนกับการนอนหลับที่ทำให้ร่างกายได้ฟื้นฟู แต่เมื่อจิตใจถอนตัวออกจากความสงบนั้น ความคิดและอารมณ์ต่างๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นตามธรรมชาติ และเป็นจังหวะที่ต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่ามันไม่ใช่ความผิดปกติหรือล้มเหลวในการนั่งสมาธิแต่อย่างใด หลายครั้งที่ผมเองก็รู้สึกเสียดายความสงบที่เพิ่งจะประสบ แต่จากข้อคิดที่ได้รับจากพระอาจารย์ชยสาโร คือการไม่ควรพยายามบังคับให้กลับไปสู่ความสงบโดยเร็วหรือคิดว่าต้องนั่งสมาธิให้สงบอยู่ตลอด เพราะความสงบในสมาธิเป็นเหมือนการพักผ่อนของจิตใจ เมื่อถอนออกมาแล้วจิตใจก็มีพลังพร้อมที่จะตั้งมั่นและพิจารณาธรรมอย่างลึกซึ้งขึ้น ทำให้เจริญปัญญาที่แท้จริงเกิดขึ้น ในระหว่างที่จิตใจเริ่มมีความคิดบ้าง พระอาจารย์เปรียบเหมือนแมงมุมที่นิ่งเฉยรอจนมีแมลงมาติดที่ใยแล้วออกมาตอบสนองและจัดการ ก่อนจะกลับไปนิ่ง ๆ ที่เดิม เราก็เช่นกัน ตอนที่มีอารมณ์หรือความคิดต่าง ๆ เกิดขึ้น ไม่ควรพยายามหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธ แต่ควรจัดการและรับรู้มันอย่างใจเย็นและอ่อนโยน เมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็นำจิตกลับสู่ความสงบ วิธีปฏิบัตินี้ช่วยให้สมาธิไม่ใช่เพียงแค่พักผ่อนชั่วคราว แต่ยังเป็นบันไดไปสู่การเจริญปัญญาและความเข้าใจธรรมะอย่างแท้จริง เพราะถ้าเราเลือกที่จะไม่เผชิญสิ่งที่พาให้เกิดความคิดหรือความรู้สึกใด ๆ เลย การปฏิบัติของเราจะเหมือนฤาษีที่อยากอยู่แต่ในถ้ำ สุดท้ายก็จะสูญเสียโอกาสในการเติบโตทางจิตใจ และไม่สามารถเห็นความจริงของสิ่งต่าง ๆ ตามที่มันเป็น การนั่งสมาธิที่ดีจึงต้องยอมรับธรรมชาติของจิตใจ ทั้งความสงบและความเคลื่อนไหว ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเจริญปัญญาอย่างยั่งยืน