Biscoff cheese cake
Biscoff cheese cake strawberry (บิสคอฟชีสเค้กสตรอว์เบอร์รี่)
• Biscoff 80 g. (บิสคอฟ)
• Melted butter 30 g. (เนยละลาย)
• Cream cheese 200 g. (ครีมชีส)
• Sugar 20 g. (น้ำตาล)
• Whipping cream 150 g. (วิปปิ้งครีม)
• strawberry (สตรอว์เบอร์รี่)
วิธีทำ
• บดบิสคอฟ แล้วคลุกกับเนยละลาย
• นำไปกรุบนพิมพ์ขนมกดให้แน่น แล้วนำไปแช่เย็นให้เซ็ทตัว
• ตีครีมชีสกับน้ำตาลให้ฟู และตีวิปปิ้งครีมให้ตั้งยอดอ่อน
• นำครีมชีสมาผสมกับวิปปิ้งครีม ใส่สตรอว์เบอร์รี่กับ บิสคอฟบดหยาบ คนผสมให้เข้ากัน แล้ว ใส่ลงไปในพิมพ์ที่กรุบิสคอฟไว้
• จัดแต่งด้วยบิสคอฟชิ้น แช่เย็นให้เซ็ทตัวก่อนให้นำมาตัดแล้วจัดเสิร์ฟ #biscoffcheesecake #บิสคอฟชีสพาย #ติดเทรนด์ #เข้าครัวกับlemon
ผมขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวในการทำบิสคอฟชีสเค้กสตรอว์เบอร์รี่ที่บ้านครับ ครั้งแรกที่ลองทำรู้สึกประทับใจมากเพราะรสชาติของบิสคอฟให้กลิ่นหอมของเครื่องเทศและความกรุบกรอบที่ลงตัวกับความเนียนของครีมชีสและวิปปิ้งครีม ผมใช้บิสคอฟประมาณ 80 กรัมบดละเอียดแล้วคลุกกับเนยละลาย เพื่อให้ฐานเค้กมีความแน่นและร่วนกรอบ เมื่อกดบิสคอฟลงบนพิมพ์แล้วนำไปแช่เย็น จะช่วยให้ฐานเซ็ตตัวดีไม่แตกเวลาเสิร์ฟ ขั้นตอนตีครีมชีสกับน้ำตาลจนฟูจะทำให้เค้กรสชาติหวานนุ่ม ละมุนมากขึ้น ตีวิปปิ้งครีมให้ตั้งยอดอ่อนแล้วผสมรวมกับครีมชีสจะช่วยให้เนื้อสัมผัสเบาและนุ่ม อีกทั้งการใส่สตรอว์เบอร์รี่สดและบิสคอฟบดหยาบลงไปในส่วนผสม ยังเพิ่มมิติของรสชาติ และเนื้อสัมผัสให้เค้กดูน่ากินยิ่งขึ้น ผมมักตกแต่งด้วยชิ้นบิสคอฟด้านบนก่อนนำเค้กเข้าแช่เย็นเพื่อเซ็ตตัว ช่วยให้ดูน่ารับประทานและยังเพิ่มรสสัมผัสกรอบๆ เวลาเคี้ยวด้วย สำหรับผู้ที่ชอบทำขนม บิสคอฟชีสเค้กนี้เหมาะกับทั้งมือใหม่และผู้ที่มีประสบการณ์ เพราะส่วนผสมไม่ซับซ้อนและอุปกรณ์ก็ไม่ยุ่งยาก การแช่เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมงถือเป็นเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้เค้กเซ็ตตัวได้ดีและรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น ผมแนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนผลไม้ตามฤดูกาล เช่น ใช้บลูเบอร์รี่หรือกีวี่แทนสตรอว์เบอร์รี่ เพื่อสร้างความแปลกใหม่ในแต่ละครั้งที่ทำ นอกจากนี้การเลือกใช้บิสคอฟที่มีคุณภาพสูงและเนยสดเกรดดี จะช่วยยกระดับรสชาติให้เค้กออกมาดีที่สุด ลองทำบิสคอฟชีสเค้กนี้ดูนะครับ รับรองติดใจแน่นอน



