How to order Thai varieties to not be fat 🥤🩷
It's getting hotter lately. Finding a cold drink to refresh is hard to stop. 😂
During festivals, the shop always has new drinks for us to order. The more Thai varieties, we can think of various add-ons as you like.
Today will tell you how to order a Thai water menu. 🥤
How not to feel guilty about being fat!!!!
We ordered it as a menu. Shocko. Strawberry spin. 🍓
How to order:
- No condensed milk. Use sauce sweetness 🍓 instead.
- The sweetest level of the store, such as 25%.
- About 109 baht. Get a medium glass of the store.
Normally, beige sweetness stores will wear condensed milk anyway, so we ask the Pong to see if it can't be worn.
This glass is about 500 cal 🥹, but at least this glass has been reduced more or less. 🤣 Long time, order, but it's fine. 😂
But if anyone who doesn't like the milk menu, there's a clear shop.
The menu we eat regularly is
- Coffee garde, no cyrup, 25% sweet.
- Pure Matcha.
- Matcha, this one is spread, not cyrup, 25% sweet.
Everything will focus on ordering a little sweet and may ask Pong what the sweetness is usually worn by the shop. Pong will advise us that if not eating very sweet, maybe like that. This is very good. 🩷
Everything we eat, then come back to exercise too. 🏋🏻♀️
This makes us not fat anymore. 😊
P.S. Anyone who has a regular order menu can share it.
# Howling to eat clean # Lemon 8 Howtoo # How to eat, not fat# Bariatric # Thai coffee
หลายคนอยากสั่ง “เมนูพันธุ์ไทยไม่อ้วน/แคลน้อย” แต่พอถึงหน้าร้านก็ไม่รู้จะเริ่มคุยกับพนักงานยังไง เราเลยสรุปเป็นแนวทางสั้นๆ ที่ใช้ได้กับเกือบทุกเมนู (โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องกาแฟพันธุ์ไทยแคลอรี่/พันธุ์ไทยแคลอรี่) 1) กฎเหล็ก: เริ่มจากความหวานก่อน ปกติเราจะเริ่มที่ “หวาน 25%” ก่อนเลย เพราะเป็นตัวลดแคลที่เห็นผลสุดในแก้วเดียว ถ้าลองแล้วจืดไปค่อยขยับเป็น 50% รอบหน้า แต่ถ้าเป็นเมนูปั่นหรือมีซอสอยู่แล้ว 25% มักกำลังดี 2) ขอ “ไม่ใส่นมข้นหวาน/ไม่ใส่ไซรัป” แล้วใช้ความหวานจากซอสแทน เมนูปั่นหลายแก้วจะมีนมข้นหวานเป็นเบส เราจะถามพนักงานตรงๆ ว่า “แก้วนี้ปกติใส่นมข้นหวานไหม ขอไม่ใส่ได้มั้ย” แล้วค่อยให้ความหวานมาจากซอสที่เป็นรสชาติหลัก (เช่น สตรอว์เบอร์รี่/ช็อกโกแลต) จะได้ยังอร่อยแต่ไม่หวานพุ่ง 3) วิปครีมพันธุ์ไทย: เลือกได้ 3 ทาง - ตัดออกเลย (สายคุมแคลจริงจัง) - ขอ “วิปน้อย” แค่พอให้ได้ฟีล - กินแบบมีวิป แต่ลดหวานในแก้วลง (บาลานซ์ความสุข) ส่วนตัวถ้าช่วงนั้นกินคุมอยู่ เราจะตัดวิปหรือขอวิปน้อย เพราะท็อปปิ้งมักทำให้แคลเพิ่มแบบไม่รู้ตัว 4) เมนูแนะนำที่สั่งง่าย (โฟกัสแคลน้อย) - จี๊ดกาแฟ: ขอไม่ใส่ไซรัป + หวาน 25% (ถ้าอยากเข้มขึ้นให้เพิ่มช็อตแทนเพิ่มหวาน) - เพียวมัทฉะ: ถ้ากลัวขมเริ่มที่ 25% ก่อน แล้วค่อยปรับ - มัทฉะอันนี่ลาม: ไม่ใส่ไซรัป + หวาน 25% ได้รสมัทฉะชัดขึ้น 5) ถ้าเล็งเมนู “ดับเบิ้ลช็อกโกแลต” หรือสายช็อกเข้ม ทำยังไงให้เบาลง แนวทางที่เราใช้คือ “หวาน 25% + ไม่ใส่นมข้นหวาน + ลดท็อปปิ้ง” เพราะเมนูช็อกโกแลตมักมีทั้งซอสและส่วนผสมนมอยู่แล้ว ถ้าอยากให้พนักงานช่วย แนะนำถามว่า “ตัวไหนเป็นตัวเพิ่มความหวานหลักในแก้วนี้” จะได้เลือกตัดถูกจุด 6) เรื่องแคลอรี่: ดูเป็นแนวโน้ม ไม่ต้องเป๊ะทุกตัวเลข บางแก้วอาจยังอยู่ระดับหลักร้อยแคล (โดยเฉพาะเมนูปั่น) แต่การปรับหวาน/ตัดนมข้น/ลดวิป จะช่วยลดลงได้จริง แบบที่เราดื่มแล้วสบายใจขึ้น และที่สำคัญคือ “นานๆ ที” + กลับไปขยับร่างกายก็ยังบาลานซ์ได้ ทริคสุดท้ายที่เราใช้ประจำ: ก่อนจ่ายเงินเราจะทวนออเดอร์ให้ครบ 3 อย่าง “หวานกี่เปอร์เซ็นต์ + ใส่/ไม่ใส่ไซรัป + ใส่/ไม่ใส่นมข้นหวาน/วิป” กันพลาด แล้วค่อยเอ็นจอยแก้วโปรดแบบไม่รู้สึกผิด
