Automatically translated.View original post

How to Write a Life Wills Pre-Determined Dossier

How to write

# Life will

Advance will documents of unwanted patients; life-proofing form of treatment

When in the last term,

# Last term # Terminally ill

# Livingwill

Living Will is a plan to maintain health, especially in the end of life. When it cannot be cured, it is prognosticated by professional standards that it will soon die, including people whose brain is damaged, destroyed, have to sleep as Sleeping Beauty. Patients can request to leave peacefully without sustaining life with medical tools or unnecessary treatment.

Living Will should be done with good consciousness and communicate to offspring, family, or related individuals, understanding the needs of the end of time, choosing the remedy, arranging the funeral, and communicating to the doctor as needed.

Living Will is therefore planning to leave peacefully, not abandoning the patient, but providing Palliative care until the end of life.

📘 live meaningfully. Leave happily. 🫂

# palliativecare

2025/9/4 Edited to

... Read moreหลายคนเห็นคำว่า “พินัยกรรม” แล้วนึกถึงการแบ่งทรัพย์สินให้ลูกทันที แต่จริง ๆ “พินัยกรรมชีวิต (Living Will)” เป็นคนละเรื่องกับ “พินัยกรรมทรัพย์สิน” นะคะ อันนี้คือเอกสารแสดงเจตจำนงล่วงหน้าเกี่ยวกับการรักษาในวาระสุดท้าย/ภาวะที่สื่อสารไม่ได้ เพื่อให้เรา “จากไปอย่างสงบ” และให้ทีมแพทย์ดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) ตามที่เราต้องการ สิ่งที่ควรเขียนให้ครบ (เช็กลิสต์แบบทำตามได้) 1) รายละเอียดส่วนตัว: ชื่อ-สกุล เลขบัตรประชาชน วันเกิด ที่อยู่ เบอร์โทร ผู้ติดต่อฉุกเฉิน 2) ขอบเขตสถานการณ์ที่ให้ใช้เอกสารนี้: เช่น ผู้ป่วยระยะสุดท้าย โรคไม่สามารถรักษาให้หายได้ โคม่า/สมองเสียหายรุนแรง หรือแพทย์ประเมินว่าโอกาสฟื้นกลับมามีคุณภาพชีวิตต่ำ 3) เจตนาการรักษา (หัวใจของพินัยกรรมชีวิต): ระบุให้ชัดว่า “ต้องการ/ไม่ต้องการ” การยื้อชีวิตด้วยเครื่องมือ เช่น การปั๊มหัวใจ (CPR), ใส่ท่อช่วยหายใจ, เจาะคอ, ให้อาหารทางสายยาง/ทางหลอดเลือด, ฟอกไตในช่วงท้าย ฯลฯ และย้ำว่า “ยังคงขอรับการดูแลแบบประคับประคอง” เพื่อบรรเทาอาการปวด หอบ กระสับกระส่าย 4) การแต่งตั้งผู้แทนการตัดสินใจ: เลือก 1–2 คนที่ไว้ใจ ระบุชื่อ-สกุล ความสัมพันธ์ เบอร์โทร เพื่อช่วยสื่อสารกับแพทย์เมื่อเราพูดเองไม่ได้ 5) ความต้องการหลังเสียชีวิต: เช่น การบริจาคอวัยวะ/ร่างกาย (ถ้าต้องการ) รูปแบบงานศพที่อยากให้จัดเรียบง่าย/ตามศาสนา สถานที่เก็บอัฐิ เป็นต้น 6) การลงลายมือชื่อและพยาน: ลงชื่อผู้ทำเอกสาร วันที่ทำ และให้พยานลงชื่อให้เรียบร้อย (แนะนำเลือกคนที่เชื่อถือได้) เรื่อง “แบบฟอร์มพินัยกรรมชีวิต” ถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไง ใช้แบบฟอร์มเป็นโครงได้เลยค่ะ แล้วเติมรายละเอียดให้เฉพาะตัวเรา โดยเน้น 3 ส่วนที่มักตกหล่นคือ “สถานการณ์ที่ให้ใช้เอกสาร”, “รายการหัตถการที่ไม่ต้องการ”, และ “ชื่อผู้แทนตัดสินใจ” เขียนให้ชัดจะช่วยลดความลังเลของครอบครัวและทีมแพทย์มาก หลายคนค้นคำว่า “พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ มาตรา 1657” อันนั้นเป็นพินัยกรรมทรัพย์สิน (เรื่องมรดก) ไม่ใช่พินัยกรรมชีวิตนะคะ ถ้าต้องการทำทั้งสองแบบ แนะนำแยกเอกสารคนละฉบับเพื่อไม่ให้สับสน ทิปส่วนตัวที่ทำให้เอกสาร “ใช้ได้จริง” - ทำตอนที่เรายังมีสติสัมปชัญญะดี และคุยกับคนในบ้านให้เข้าใจตรงกัน - ถ้าเป็นไปได้ นำเอกสารไปแจ้ง/แนบไว้กับประวัติการรักษาโรงพยาบาลที่ไปประจำ และเก็บสำเนาไว้กับผู้แทนตัดสินใจ - พกสำเนาไว้ในมือถือ/กระเป๋า และอัปเดตเมื่อความคิดเปลี่ยน (เช่น ทุก 1–2 ปี) สุดท้าย การทำพินัยกรรมชีวิตไม่ได้แปลว่าเรา “ไม่รักษา” แต่คือการเลือกการดูแลที่สอดคล้องกับคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีของเราในวาระสุดท้ายค่ะ