ใช้ Gemini ช่วยวิเคราะห์ตัวตนทำคอนเทนต์ได้ “5 รูปแบบ”

“ไม่รู้ทำคอนเทนต์อะไร”

ปัญหาใหญ่คนทำธุรกิจ

ใช้ Gemini ช่วยวิเคราะห์ตัวตน

ทำคอนเทนต์ได้ “5 รูปแบบ”

เทคนิค “เส้นผมบังตา”

มือใหม่หัดใช้ AI (ควรเซฟเก็บไว้)

.

[1] หลายคนที่ใช้ทางออนไลน์ทำธุรกิจ

หรือสร้างตัวตน มักเจอปัญหาใหญ่ที่สุดคือ

“ทำคอนเทนต์ไปสักพักนึง หมดไอเดีย”

.

“ตัน”

.

คิดไปคิดมาก็เป็นแต่หัวข้อแบบเดิมๆ

ซ้ำซากจำเจ ลูกค้าเบื่อ เราเองก็เบื่อ

สุดท้ายก็เลิกทำ ยอดขายตก

.

ไม่มีคนรู้จัก ขายของไม่ได้

สร้างตัวตนให้คนจดจำไม่สำเร็จ

.

สุดท้ายก็วนคิดอยู่กับตัวเอง คิดว่า

.

“เราไม่มีความถนัดอะไรเลย”

“ไม่รู้จะทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องอะไรดี”

“คนอื่นเขาเก่งกว่า เราจะทำได้มั้ย”

.

ผมจะมาแก้ปัญหานี้ให้ทุกคน

ด้วยเทคนิคที่ใช้แค่ “1 สิ่งที่เราถนัดที่สุด”

สามารถแปลงทำคอนเทนต์ได้ “5 รูปแบบ”

.

ซึ่งเทคนิคนี้ผมนำมาปรับใช้ให้เหมาะสม

กับคนทำธุรกิจ คนกำลังสร้างตัวตนโดยเฉพาะ

.

รวมถึงเตรียมคำสั่ง AI

ให้ทุกคนไปใช้ได้เลยครับ

.

ลุยกันครับ 🔥

.

[2] เริ่มต้นจากการค้นหาตัวตนของเรา

(อย่าข้ามขั้นตอนนี้ เด็ดขาด)

.

ปัญหาของคนส่วนใหญ่คือ “ไม่รู้จักตัวเอง”

คิดว่าเราไม่มีอะไรเก่ง ไม่มีอะไรน่าสนใจ

กลายเป็น “ด้อยค่า” ตัวเองไป

.

จริงๆแล้ว ทุกคนมีความถนัดและความชอบ

แค่เราไม่ได้หยิบมาคิดแบบจริงจังเท่านั้น

.

ให้นั่งลงเงียบๆ เอากระดาษมาแล้วตั้งคำถามกับตัวเอง

และเขียนคำตอบลงไปเยอะๆ อย่าคิดมาก

.

สิ่งที่ชอบ - อะไรที่ทำแล้วสนุก ไม่รู้สึกเหนื่อย

สิ่งที่ไม่ชอบ - อะไรที่ทำแล้วรำคาญ หงุดหงิด

สิ่งที่ถนัด - อะไรที่ทำได้ดีกว่าคนอื่น เพื่อนชอบถามเรา

สิ่งที่ไม่ถนัด - อะไรที่ทำแล้วไม่เป็น ทำยากมาก

สิ่งที่อยากทำ - ฝันอยากทำอะไร ถึงแม้ยังไม่เคยลองทำ

สิ่งที่เชื่อ - หลักการที่เรายึดถือ ค่านิยมของเรา

สิ่งที่สนใจ - อะไรที่เห็นแล้วอยากรู้ อยากเรียนรู้

สิ่งที่เชี่ยวชาญ - อะไรที่เรารู้เรื่องมากกว่าคนอื่น

.

ตัวอย่างให้เขียนลงไปในกระดาษหรือไอแพด

.

สิ่งที่ชอบ: กินอาหาร, ดูหนัง, เล่นเกม, ช้อปปิ้ง, ออกแบบ

สิ่งที่ถนัด: จัดบ้าน, ทำอาหาร, ถ่ายรูป, พูดคุย

สิ่งที่เชื่อ: คนเราต้องช่วยเหลือกัน, ความซื่อสัตย์สำคัญ

.

ผมแนะนำให้เขียนอย่างน้อยหัวข้อละ 10 อย่าง

ยิ่งเยอะยิ่งดี เพื่อที่เราจะได้มีวัตถุดิบ

สำหรับเตรียมทำคอนเทนต์เยอะๆครับ

.

[3] ใช้เทคนิค “What if”

เปลี่ยน 1 ความถนัดของคุณ เป็น 5 คอนเทนต์

.

เมื่อเราเลือกสิ่งที่ชอบหรือถนัดมาได้แล้ว 1 อย่าง

เราจะใช้เทคนิค “What if” (ถ้าเกิด…)

มาต่อยอดเป็น 5 แบบ

.

แบบที่ 1 ทำให้มากกว่า (สร้างความรู้สึกตกใจ)

.

สูตร ถ้า + สิ่งที่เราชอบ + เงื่อนไขทำให้มากกว่าปกติ

.

จุดประสงค์ สร้างความรู้สึกตกใจ ที่ชีวิตปกติไม่ค่อยเจอ

.

ผลลัพธ์ คนดูจะร้อง “ห๊ะะะะะะ”

.

ตัวอย่างชัดเจน

.

- ถ้าเราชอบ “ขายของออนไลน์” จะเกิดอะไรขึ้นถ้าขายของออนไลน์ได้ **1,000 ออเดอร์ต่อวัน

- ถ้าเราชอบ “ทำอาหาร” จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทำอาหารวันละ “100 เมนู”

- ถ้าเราชอบ “จัดบ้าน” จะเกิดอะไรขึ้นถ้าจัดบ้านด้วยกล่อง ”1,000 ใบ”

.

ทำไมต้องมากกว่า?

เพราะคนเรามักสนใจสิ่งที่ “เกินธรรมดา”

ยิ่งเกินยิ่งดึงความสนใจได้มาก

.

[4] แบบที่ 2 ทำให้น้อยกว่า

(สร้างความรู้สึก Amazing)

.

สูตร ถ้า + สิ่งที่เราชอบ + เงื่อนไขทำให้น้อยกว่าปกติ

.

จุดประสงค์ สร้างความรู้สึก Wow เหมือน Life Hack

.

ผลลัพธ์ คนดูจะร้อง “เห้ยยยยย”

.

ตัวอย่าง

.

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าขายของออนไลน์ใช้เวลาแค่ “1 ชั่วโมงต่อวัน”

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทำอาหารเสร็จภายใน ”5 นาที”

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าจัดบ้านสวยด้วยงบแค่ “500 บาท“

.

ทำไมต้องน้อยกว่า?

เพราะคนเราชอบ “สิ่งที่ง่าย รวดเร็ว ประหยัด”

ยิ่งน้อยยิ่งน่าทึ่ง

.

[5] แบบที่ 3 ทำให้ขัดแย้ง

(สร้างความรู้สึกเหลือเชื่อ)

.

สูตร ถ้า + สิ่งที่เราชอบ + เงื่อนไขที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง

.

จุดประสงค์ สร้างความรู้สึกเหลือเชื่อ “ทำได้หรอวะ”

.

ผลลัพธ์ คนดูจะร้อง “เอ๋”

.

ตัวอย่าง

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าขายของออนไลน์โดย ”ไม่ยิงแอด”

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทำอาหารอร่อยโดย ”ไม่ใส่เครื่องปรุง“

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าจัดบ้านสวยโดย ”ไม่ซื้อของใหม่“

ทำไมต้องขัดแย้ง?

เพราะคนเราชอบ “สิ่งที่แปลกใหม่”

ยิ่งขัดกับความเชื่อเดิมยิ่งอยากรู้

.

[6] แบบที่ 4 ทำให้เกี่ยวเนื่อง (สร้างความรู้สึกอุ่นใจ)

.

สูตร ถ้า + สิ่งที่เราชอบ + เงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

.

จุดประสงค์ สร้างความรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย มั่นใจ

.

ตัวอย่าง

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าขายของออนไลน์แล้ว ”ไม่เคยขาดทุน“

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทำอาหารแล้ว ”ไม่เคยเสียท้อง“

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าจัดบ้านแล้ว ”ไม่เคยหาของไม่เจอ“

.

ทำไมต้องเกี่ยวเนื่อง?

เพราะคนเราต้องการ “ความมั่นคง

ยิ่งปลอดภัยยิ่งสบายใจ

.

[7] แบบที่ 5 ทำให้เกิดสิ่งใหม่

(สร้างความรู้สึกแปลกใหม่)

.

สูตร ถ้า + สิ่งที่เราชอบ + เงื่อนไขที่สร้างสิ่งใหม่

จุดประสงค์ สร้างความรู้สึกแปลกใหม่

สร้างแรงบันดาลใจ

.

ตัวอย่าง

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใช้ ”AI มาช่วยขายของออนไลน์“

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทำอาหารด้วย

”เครื่องมือที่ไม่ใช่เครื่องครัว“

- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใช้ ”ของเหลือทิ้งมาจัดบ้าน“

.

ทำไมต้องสร้างสิ่งใหม่?

เพราะคนเราชอบ “นวัตกรรม”

ยิ่งใหม่ยิ่งน่าทึ่งยิ่งชอบ

.

[8] วิธีใช้จริง (Step by Step)

สมมุติผมถนัด “ขายของออนไลน์” มาลองใช้กัน

.

ขั้นตอนที่ 1 เลือกสิ่งที่ชอบ = “ขายของออนไลน์”

ขั้นตอนที่ 2 ใช้สูตร 5 แบบ

.

1. ทำให้มากกว่า

“เกิดอะไรขึ้นถ้าขายของออนไลน์วันละ 1,000 ออเดอร์”

เนื้อหา: เล่าเทคนิคสเกลธุรกิจ ระบบอัตโนมัติ

.

2.ทำให้น้อยกว่า

“เกิดอะไรขึ้นถ้าขายของออนไลน์ใช้เวลาแค่ 30 นาทีต่อวัน”

เนื้อหา เล่าวิธีทำงานอัตโนมัติ ประหยัดเวลา

.

3.ทำให้ขัดแย้ง

“เกิดอะไรขึ้นถ้าขายของออนไลน์โดย ไม่ยิงแอด”

เนื้อหา เล่าวิธีขายแบบออแกนิก การสร้างแบรนด์

.

4.ทำให้เกี่ยวเนื่อง

“เกิดอะไรขึ้นถ้าขายของออนไลน์แล้ว มีเงินออมเป็นล้าน”

เนื้อหา เล่าการวางแผนการเงิน การลงทุน

.

5.ทำให้เกิดสิ่งใหม่

“เกิดอะไรขึ้นถ้าใช้ AI มาขายของออนไลน์”

เนื้อหา เล่าเครื่องมือ AI การใช้เทคโนโลยี

.

เห็นมั้ยครับ?

.

แค่ 1 ความถนัด

ก็ได้ไอเดียคอนเทนต์ 5 แบบแล้ว

และแต่ละแบบก็มีเนื้อหาที่แตกต่างกันไปเลย

.

[9] คำสั่ง AI สำหรับสร้างไอเดียคอนเทนต์

(Copy & Paste ได้เลย)

.

ผมเตรียมคำสั่ง AI ให้ทุกคนไปใช้ได้เลย

.

แค่เปลี่ยนคำว่า [สิ่งที่คุณถนัด] เป็นของคุณเอง

.

คำสั่งที่ 1 หาไอเดียแบบ “ทำให้มากกว่า”

.

สร้างไอเดียคอนเทนต์ 10 หัวข้อ โดยใช้หลัก "What if ทำให้มากกว่า"

เกี่ยวกับเรื่อง [สิ่งที่คุณถนัด]

โดยสร้างความรู้สึกตกใจ แปลกใหม่ ที่ชีวิตปกติไม่เคยเจอ

รูปแบบ: "จะเกิดอะไรขึ้นถ้า [สิ่งที่คุณถนัด] + [เงื่อนไขมากกว่าปกติ]"

ให้คำตอบเป็นภาษาไทย และใช้ตัวเลขที่ชัดเจน เช่น 1,000 ครั้ง, 100 เท่า

.

[10] คำสั่งที่ 2: หาไอเดียแบบ “ทำให้น้อยกว่า”

.

สร้างไอเดียคอนเทนต์ 10 หัวข้อ โดยใช้หลัก "What if ทำให้น้อยกว่า"

เกี่ยวกับเรื่อง [สิ่งที่คุณถนัด]

โดยสร้างความรู้สึก Amazing เหมือน Life Hack ที่ประหยัดเวลา ประหยัดเงิน

รูปแบบ: "จะเกิดอะไรขึ้นถ้า [สิ่งที่คุณถนีด] + [เงื่อนไขน้อยกว่าปกติ]"

ให้คำตอบเป็นภาษาไทย และใช้ตัวเลขที่ชัดเจน เช่น แค่ 5 นาที, เพียง 100 บาท

.

[11] คำสั่งที่ 3 หาไอเดียแบบ “ทำให้ขัดแย้ง”

.

สร้างไอเดียคอนเทนต์ 10 หัวข้อ โดยใช้หลัก "What if ทำให้ขัดแย้ง"

เกี่ยวกับเรื่อง [สิ่งที่คุณถนัด]

โดยสร้างความรู้สึกเหลือเชื่อ ทำได้หรือเปล่า ขัดกับความเชื่อเดิม

รูปแบบ: "จะเกิดอะไรขึ้นถ้า [สิ่งที่คุณถนัด] + [โดยไม่ใช้สิ่งที่คิดว่าจำเป็น]"

ให้คำตอบเป็นภาษาไทย และเน้นความขัดแย้งที่น่าสนใจ

.

[12] คำสั่งที่ 4 หาไอเดียแบบ “ทำให้เกี่ยวเนื่อง”

.

สร้างไอเดียคอนเทนต์ 10 หัวข้อ โดยใช้หลัก "What if ทำให้เกี่ยวเนื่อง"

เกี่ยวกับเรื่อง [สิ่งที่คุณถนัด]

โดยสร้างความรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย มั่นใจ เกี่ยวกับเรื่องเงิน สุขภาพ ความสำเร็จ

รูปแบบ: "จะเกิดอะไรขึ้นถ้า [สิ่งที่คุณถนัด] + [แล้วได้ประโยชน์ระยะยาว]"

ให้คำตอบเป็นภาษาไทย และเน้นผลลัพธ์ที่ดีในอนาคต

.

[13] คำสั่งที่ 5 หาไอเดียแบบ “ทำให้เกิดสิ่งใหม่”

.

สร้างไอเดียคอนเทนต์ 10 หัวข้อ โดยใช้หลัก "What if ทำให้เกิดสิ่งใหม่"

เกี่ยวกับเรื่อง [สิ่งที่คุณถนัด]

โดยสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ สร้างแรงบันดาลใจ ใช้เทคโนโลยี หรือวิธีแปลกใหม่

รูปแบบ: "จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใช้ [เครื่องมือใหม่/วิธีใหม่] กับ [สิ่งที่คุณถนัด]"

ให้คำตอบเป็นภาษาไทย และเน้นความแปลกใหม่ที่น่าสนใจ

.

[14] เทคนิคเพิ่มเติม

การต่อยอดให้ได้คอนเทนต์ 100+ เรื่อง

.

สมมุติคุณมี 5 สิ่งที่ถนัด

1. ขายของออนไลน์ → ได้ 5 หัวข้อ

2.ทำอาหาร → ได้ 5 หัวข้อ

3.ออกกำลังกาย → ได้ 5 หัวข้อ

4.ดูแลผิว → ได้ 5 หัวข้อ

5.เล่นเกม → ได้ 5 หัวข้อ

.

รวมได้ = 25 หัวข้อคอนเทนต์

.

แต่ถ้าเราใช้คำสั่ง AI แต่ละแบบ ได้ 10 หัวข้อ

5 สิ่งที่ถนัด × 5 แบบ × 10 หัวข้อ =

250 หัวข้อคอนเทนต์

.

นั่นคือคอนเทนต์ 8 เดือนเต็ม (ถ้าทำวันละ 1 เรื่อง)

.

ทริคเพิ่มเติม การผสมสิ่งที่ชอบ

ลองผสม 2 สิ่งที่ชอบเข้าด้วยกัน

.

- “ขายของออนไลน์” + “ทำอาหาร” = “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าขายอาหารออนไลน์แล้วดังข้ามคืน”

- “ออกกำลังกาย” + “ดูแลผิว” = “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าออกกำลังกายแล้วผิวสวยขึ้น”

.

วิธีนี้จะได้ไอเดียคอนเทนต์ไม่รู้จบ

.

[15] เทคนิคการคัดเลือกหัวข้อ

.

1. เลือกที่ตัวเองมั่นใจที่สุด

หัวข้อไหนที่คุณรู้เรื่อง พูดได้คล่อง

ทำก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจ

.

2. เลือกที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าของคุณ

ถ้าขายเสื้อผ้า ก็เลือกเรื่องแฟชั่น การแต่งตัว

ถ้าขายอาหารเสริม ก็เลือกเรื่องสุขภาพ

การออกกำลังกาย

.

3. เลือกที่แก้ปัญหาลูกค้าได้

หัวข้อไหนที่ช่วยแก้ปัญหาลูกค้า

ลูกค้าจะสนใจมากกว่าหัวข้อเกี่ยวกับเราเอง

.

4. เลือกที่มีคนถามคำถามใน Google เยอะ

ลองเสิร์ชดูใน Google ว่าคนค้นหาเยอะไหม

ถ้าเยอะแสดงว่าคนสนใจ

.

[16] คุณต้อง “ลงมือทำจริง”

ไม่ใช่แค่อ่านแล้วคิดว่าแค่รู้พอแล้ว

เริ่มต้นวันนี้เลย

.

1. เอากระดาษมา เขียนสิ่งที่ชอบ 10 อย่าง

2.เลือก 1 อย่าง ไปใส่คำสั่ง AI

3.เลือกหัวข้อที่ชอบ ทำคอนเทนต์เลย

.

อย่ารอพรุ่งนี้ อย่ารอจันทร์หน้า

วันนี้คือวันที่ดีที่สุดที่จะเริ่มต้น

.

ช่วยกดแชร์ให้เพื่อนๆ

ที่กำลังหาไอเดียทำคอนเทนต์ด้วยนะครับ

.

การแชร์ของคุณ

อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนธุรกิจของใครคนหนึ่งก็ได้

.

ขอบคุณครับ 🙏🏻

#หัวหน้าแบงค์fullfunnel

2025/9/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณเสิร์ชคำว่า Gemini แล้วงงว่า “มันช่วยทำคอนเทนต์ได้จริงแค่ไหน” อันนี้คือวิธีที่ฉันใช้จริงแบบเป็นขั้นตอน (และช่วยแก้อาการ “ไม่รู้ทำคอนเทนต์อะไร” ได้ดีมาก) 1) ตั้งค่า Gemini ให้ตอบตรงบริบทของคุณก่อน หลายคนพิมพ์ถามแบบกว้างๆ แล้วได้คำตอบกว้างๆ เหมือนกันหมด ฉันจะเริ่มด้วยการป้อนบริบท 5 อย่างให้ชัด: - ฉันขาย/ทำเรื่องอะไร - กลุ่มเป้าหมายคือใคร (อายุ/ปัญหา/งบ) - ช่องทางที่จะลง (TikTok, Reels, YouTube, Facebook) - สไตล์ที่อยากได้ (จริงจัง/สนุก/เล่าเคส) - เป้าหมายโพสต์ (เพิ่มคนรู้จัก/ทักแชท/ปิดการขาย) Prompt ตัวอย่าง: “คุณคือผู้ช่วยทำคอนเทนต์ ช่วยวิเคราะห์จุดแข็งและบุคลิกคอนเทนต์จากข้อมูลฉัน: (ใส่สิ่งที่ถนัด/ประสบการณ์/ความเชื่อ) จากนั้นเสนอแนวทางคอนเทนต์ 5 รูปแบบตามหลัก What if พร้อมหัวข้อ 15 หัวข้อ และบอกว่าเหมาะกับช่องทางไหน” 2) ทำให้ ‘วัตถุดิบจากตัวตน’ ชัดขึ้น ด้วยคำถามที่ Gemini ช่วยไล่ได้ ถ้านึกไม่ออกจริงๆ ให้ Gemini ยิงคำถามกลับมาแทน ฉันชอบใช้วิธีนี้เพราะมันพาเราเจอ “เส้นผมบังตา” ของตัวเอง Prompt: “ช่วยถามฉันทีละข้อ 12 คำถามเพื่อค้นหาสิ่งที่ถนัด/ชอบ/เชี่ยวชาญ/เรื่องที่คนชอบถามฉัน แล้วสรุปออกมาเป็น 1 ประโยคตัวตน + 5 เสาหลักคอนเทนต์” 3) แปลง 5 รูปแบบ ให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่โพสต์ได้ทันที (ไม่ใช่แค่หัวข้อ) หลังได้หัวข้อ What if แล้ว ฉันจะสั่งให้ Gemini แตกเป็น “สคริปต์” หรือ “โครงโพสต์” เลย เพื่อไม่ให้ค้างอยู่ที่ไอเดีย Prompt: “เลือก 5 หัวข้อที่น่าสนใจที่สุด แล้วเขียนเป็น: - สคริปต์ Reels 30 วินาที (Hook-Value-CTA) - แคปชัน 120-180 คำ - คำบนหน้าจอ 6 บรรทัด ให้ใช้ภาษาคนจริง ไม่ขายตรงเกินไป” 4) เช็กคุณภาพก่อนโพสต์ด้วย Gemini (กันหลุดประเด็น/น่าเบื่อ) ฉันจะให้ Gemini ทำหน้าที่เป็นคนดูครั้งแรก แล้วติให้แรงๆ ได้เลย Prompt: “ช่วยรีวิวคอนเทนต์นี้แบบคนดูจริง: ส่วนไหนน่าเบื่อ/ยาว/ไม่ชัด? เสนอ 3 เวอร์ชันของ Hook ที่น่าคลิกขึ้น และเพิ่มตัวเลข/ตัวอย่างให้จับต้องได้” 5) ไอเดียไม่ตันด้วย ‘คลังหัวข้อ’ รายเดือน ทริคคือให้ Gemini สร้างแพลนคอนเทนต์จาก 1 ความถนัด แล้ววนครบทั้ง 5 รูปแบบใน 30 วัน Prompt: “จากความถนัดของฉันคือ [ใส่ของคุณ] ช่วยทำปฏิทินคอนเทนต์ 30 วัน โดยต้องมีครบ 5 รูปแบบ What if (มากกว่า/น้อยกว่า/ขัดแย้ง/เกี่ยวเนื่อง/สิ่งใหม่) สลับกัน และกำหนดว่าแต่ละโพสต์ควรเป็นวิดีโอหรือโพสต์ภาพ พร้อม CTA ที่เหมาะสม” สรุปจากที่ลองใช้: Gemini ไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้นทันที แต่มันช่วย “มองเห็นตัวตน” และแปลงความถนัดให้เป็นคอนเทนต์หลายมุม จนไม่ต้องนั่งคิดวนว่าไม่รู้ทำคอนเทนต์อะไรอีกต่อไป ถ้าคุณมี 1 ความถนัด ลองเริ่มพิมพ์ Prompt ข้างบน แล้วทำออกมา 1 โพสต์วันนี้เลย

ค้นหา ·
gemini คิดคอนเทนต์