自動翻訳されています。元の投稿を表示する

高カリウム血症の修正 📚

🧠意味は

高カリウム血症=血中カリウム濃度が5.0 mEq/Lを超える状態。

カリウムは心臓の伝導に直接影響を与えるため、危険と考えられています。

➡不整脈や心停止が起こる可能性があります。

⚡一般的な原因です。

1.DriveK Out Less-腎不全の治療には、ACEI/ARBグループの薬剤であるスピロノラクトンを使用してください。

2. K細胞からの移動-アシドーシス、筋肉の損傷/破壊(横紋筋融解)

3. Kを高いKの食糧か水物質から-、固まりの血の供給超過させて下さい

❤️心電図を見つけました。

•高いピークT波

•長いインターバルPR

•広いQRS

・正弦波パターン→心停止になる可能性があります。

🚨高カリウム血症の治療の原則

治療は、「心臓を予防する-カリウムを動かす-カリウムを排出する-原因を解決する」という目標に従って、4つの主要なステップに分けられます。

🩺1.心停止を予防する。

心筋に対するKの影響は減少しましたが、実際のKレベルは減少しませんでした。

→グルコン酸カルシウム10%(2〜5分で10 mL IV)

•1〜3分以内に行動し、約30〜60分間続きます

•異常な心電図またはK≥6.5 mEq/Lの場合に使用してください。

•筋肉を注入しないでください/NaHCOと同じ道を行かないでください

💡. ECGの変化がない場合は、与える必要はありません。

🧬2.カリウムを細胞内に移動する(Kを細胞内に移動する)

一時的に血液中のレベルを低下させる。

-インスリン+デキストロース

インスリン10単位IV+50%デキストロース50 mL

インスリンはKが細胞に入ることを可能にします

-オビ❣アゴニスト(Salbutamol neb.)

10-20 mgネブライザー

Na/Kポンプを刺激する

-代謝性アシドーシスにおけるNaHCO

50 mEq IVスロー

細胞にpH→Kを加える

💧3.体内からカリウムを排出する(体内からKを取り除く)

リアルKレベルの低下

-ループ利尿薬(フロセミド)により尿中Kドライブが増加しました

患者が排尿できるかどうかを確認する必要があります。

-ポリスチレンスルホン酸ナトリウム(カイキサレート)は、腸内でKを結合し、便を介して排泄し、ゆっくりと作用します(2〜6時間)。

-血液透析は、最も迅速かつ確実な方法です。腎不全や治療抵抗性の場合に使用してください。

🧩4.高Kの原因を修正する

•K添加薬(ACEI、ARB、スピロノラクトン、KClサプリメントなど)を中止してください。

•腎不全/アシドーシスの治療

•食品を調整し、カリウムを減らす

📋簡単な覚えている要約「高カリウム血症の治療手順シーケンス」

1️⃣心臓を守る→グルコン酸カルシウム

2️⃣Kを細胞内に移動→インスリン+デキストロース/サルブタモール/NaHCO

3️⃣体内からKを除去する→フロセミド/カイキサレート/透析

4️⃣原因を見つけて修正する。

#プロの看護師 #ナースレビュー #看護の知識

2025/10/24 に編集しました

... もっと見るภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงหรือ Hyperkalemia เป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแลและรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากโพแทสเซียมมีผลกระทบโดยตรงต่อการนำกระแสไฟฟ้าของกล้ามเนื้อหัวใจ หากไม่รักษาอย่างเหมาะสม อาจก่อให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือแม้กระทั่งหัวใจหยุดเต้นได้ สภาพนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุหลักที่พบบ่อย ได้แก่ ภาวะไตวายซึ่งทำให้ร่างกายขับโพแทสเซียมได้น้อย ยาในกลุ่ม ACEI/ARB หรือสไปโรรโนแล็คโทนที่เพิ่มระดับโพแทสเซียมในเลือด ภาวะกรดในร่างกายที่ทำให้โพแทสเซียมเคลื่อนออกจากเซลล์ รวมถึงการได้รับโพแทสเซียมมากจากอาหารหรือสารน้ำหรือการให้เลือดจำนวนมาก การวินิจฉัยภาวะนี้นอกจากการตรวจค่าระดับโพแทสเซียมในเลือดแล้ว ยังสามารถสังเกตจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น T wave ที่สูงและแหลม (Tall peaked T wave), ระยะ PR interval ที่ยาวและ QRS ที่กว้าง หากปล่อยไว้จะเกิดรูปแบบ sine-wave ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าหัวใจอาจหยุดเต้นได้ การรักษาภาวะโพแทสเซียมสูงควรเน้นตามลำดับขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกคือการป้องกันไม่ให้หัวใจหยุดเต้น เช่น ให้ Calcium Gluconate ซึ่งช่วยลดผลกระทบของโพแทสเซียมต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ถึงแม้จะไม่ลดระดับโพแทสเซียมจริง ๆ ขั้นตอนที่สองคือการย้ายโพแทสเซียมเข้าสู่เซลล์โดยใช้ยาอินซูลินกับดิกซ์โตรส, β₂-agonist หรือ Sodium bicarbonate ในผู้ป่วยที่มีภาวะ metabolic acidosis ขั้นตอนที่สามคือการขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายจริง ๆ โดยการใช้ยาขับปัสสาวะชนิด Loop diuretic เช่นฟูโรเซไมด์ หากผู้ป่วยยังขับปัสสาวะได้ หรือใช้ยาจับโพแทสเซียมในลำไส้ เช่น Sodium polystyrene sulfonate (Kayexalate) ซึ่งออกฤทธิ์ช้า หรือในกรณีที่ไตวายรุนแรง อาจต้องใช้วิธีฟอกเลือด (Hemodialysis) ซึ่งเป็นวิธีที่รวดเร็วและได้ผลชัดเจนที่สุด สุดท้ายคือการแก้ไขสาเหตุที่ทำให้โพแทสเซียมสูง เช่น การหยุดใช้ยาที่เพิ่มโพแทสเซียม ปรับการรักษาภาวะไตวายและภาวะกรด รวมถึงการควบคุมอาหารเพื่อลดการรับโพแทสเซียมเกินความจำเป็น การให้ความรู้ผู้ป่วยและทีมสุขภาพเกี่ยวกับการดูแลภาวะนี้เป็นสิ่งสำคัญ ในทางปฏิบัติเมื่อพบภาวะ Hyperkalemia ควรประเมินอาการและตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอย่างละเอียด เพราะการเปลี่ยนแปลงบน ECG เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการตัดสินใจให้การรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่จะเกิดขึ้นจากโพแทสเซียมเลือดสูงอย่างมีประสิทธิภาพ