นมโปรตีนแอนลีน ขวดเหลือง vs เขียว🍋
ขวดสีเหลือง 💛กลิ่นข้าวกล้อง 170 kcal โปรตีน 30g ไขมัน 2.5 คาร์โบไฮเดรต 7g น้ำตาล 4g โซเดียม 270g
Lutein (ลูทีน)
→ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแคโรทีนอยด์
→ ช่วยกรองแสงสีฟ้า, ปกป้องจอประสาทตา, ชะลอความเสื่อมของดวงตา
Choline (โคลีน)
→ สำคัญต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท
→ ช่วยเรื่องความจำ การเรียนรู้ และการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท
Ginkgo biloba (ใบแปะก๊วย)
→ ช่วยการไหลเวียนเลือด โดยเฉพาะไปเลี้ยงสมอง
→ อาจช่วยลดอาการมึนงง เวียนหัว และช่วยเรื่องความจำ
Berry powder (ผงเบอร์รี่)
→ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (โพลีฟีนอล, แอนโทไซยานิน)
→ ช่วยลดการอักเสบ ปกป้องเซลล์จากความเสื่อม
ขวดสีเขียว 💚 รสชาเขียวมัทฉะ 180kcal โปรตีน 30g ไขมัน 2.5 คาร์โบไฮเดรต 9g น้ำตาล 4g โซเดียม 290g
L-Carnitine (แอล-คาร์นิทีน)
→ มีบทบาทในการลำเลียงกรดไขมันเข้าสู่เซลล์เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน
→ มักถูกเชื่อมโยงกับการช่วย “เผาผลาญไขมัน” และเพิ่มพลังงาน
Matcha powder (ผงมัทฉะ)
→ มีคาเฟอีนและแคทีชิน (EGCG)
→ ช่วยเร่งการเผาผลาญ, ต้านอนุมูลอิสระ, เพิ่มความสดชื่น
White kidney bean extract (ผงถั่วขาว)
→ มีสารที่ช่วยยับยั้งการย่อยแป้งบางส่วน (ลดการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต)
→ ช่วยควบคุมน้ำหนัก และระดับน้ำตาล
Calcium
→ ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน, ป้องกันกระดูกพรุน
→ เสริมการทำง านของกล้ามเนื้อและระบบประสาท
⭐️ความเหมือนทั้ง2 สูตรมีแคลเซียมสูง ไขมันต่ำ
แคลเซียมสูง 100% แลคโตสฟรี ไม่เติมน้ำตาล
ส่วนตัวลองชิมมัทฉะรสชาติอร่อย เข้มข้นไม่หวานเลี่ยน แต่ฟอยแกะยากมาก เหนียว ฮื้อ ปรับปรุงด่วนจ้า !!!!
หลายคนทักมาถามว่า “นมโปรตีนแอนลีน” ที่ขายใน 7-11 ขวดเหลืองกับขวดเขียวต่างกันยังไง แล้วควรเลือกแบบไหนให้เข้ากับเป้าหมายของตัวเอง เราลองสรุปแบบใช้งานจริงให้ค่ะ (เผื่อยืนงงหน้าตู้แช่จะได้หยิบถูก) 1) โภชนาการหลัก: โปรตีนเท่ากัน แต่พลังงาน/คาร์บต่างกันนิดหน่อย ทั้ง 2 สูตรให้โปรตีน 30 กรัมเหมือนกัน ไขมัน 2.5 กรัม ใกล้เคียงกัน และเป็น “แลคโตสฟรี ไม่เติมน้ำตาล” แถมแคลเซียมสูงเหมือนกัน เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มโปรตีนแบบไม่หวานเลี่ยน - ขวดเหลือง (กลิ่นข้าวกล้อง) 170 kcal / คาร์บ 7g / น้ำตาล 4g / โซเดียม 270mg - ขวดเขียว (รสชาเขียวมัทฉะ) 180 kcal / คาร์บ 9g / น้ำตาล 4g / โซเดียม 290mg ถ้าคุมแคลแบบเป๊ะๆ ขวดเหลืองจะเบากว่านิดเดียว แต่ต่างกันไม่มากค่ะ เลือกที่ “กินต่อเนื่องได้” สำคัญกว่า 2) จุดเด่นส่วนผสม: เหลืองเน้นสายตา-สมอง / เขียวเน้นพลังงาน-คุมคาร์บ - ขวดเหลืองจะมี Lutein, Choline, Ginkgo biloba และผงเบอร์รี่ แนวๆ สนับสนุนเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ การมองเห็น และการทำงานของสมอง/ความจำ (เหมาะกับคนทำงานหน้าจอ หรืออยากได้ฟีลบำรุง) - ขวดเขียวมี L-Carnitine, ผงมัทฉะ และสารสกัดถั่วขาว (white kidney bean) ซึ่งมักถูกพูดถึงเรื่องการเผาผลาญพลังงาน ความสดชื่นจากคาเฟอีนในมัทฉะ และช่วยลดการย่อยแป้งบางส่วน เหมาะกับคนที่ดื่มช่วงก่อนออกกำลังกาย หรืออยากได้ความกระปรี้กระเปร่า 3) เลือกขวดไหนดีตาม “สถานการณ์” - ก่อน/หลังออกกำลังกาย: ขวดเขียวตอบโจทย์ถ้าคุณโอเคกับคาเฟอีน (มัทฉะ) - ดื่มระหว่างวันตอนทำงานหน้าคอม: ขวดเหลืองจะไปทางบำรุงสายตา/สมองมากกว่า - คนไวต่อคาเฟอีน นอนไม่หลับง่าย: แนะนำหลีกเลี่ยงขวดเขียวช่วงเย็น แล้วเลือกขวดเหลืองแทน - คนคุมโซเดียม: ทั้งคู่มีโซเดียมพอสมควร (270–290mg) ถ้าวันนั้นกินเค็มมาเยอะ อาจดื่มน้ำตามเยอะๆ และดูโซเดียมมื้ออื่นประกอบ 4) ทริคดื่มให้อร่อยและอยู่ท้อง เราแช่ให้เย็นจัดแล้วอร่อยขึ้นมาก โดยเฉพาะขวดเขียวรสมัทฉะจะ “เข้มข้น ไม่หวานเลี่ยน” ดื่มแทนกาแฟเบาๆ ได้เลย ถ้าอยากอยู่ท้องขึ้น ลองจับคู่กับกล้วย 1 ลูก หรือขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น จะเป็นมื้อเช้าง่ายๆ ที่โปรตีนถึง 5) ข้อสังเกตเล็กๆ จากการใช้จริง แพ็กเกจฟอยล์บางขวดแกะยากและเหนียว ต้องค่อยๆ ดึงตรงหูฟอยล์ ไม่งั้นขาดง่าย (อันนี้เจอบ่อยกับขวดเขียว) สรุปสั้นๆ: อยากได้ความสดชื่น+ฟีลช่วยเผาผลาญ เลือกขวดเขียวมัทฉะ / อยากได้แนวบำรุงสายตา-สมอง พลังงานเบากว่าเล็กน้อย เลือกขวดเหลืองข้าวกล้องค่ะ







อร่อยมาก แต่ชอบรสข้าว