ความ Toxic ของคนใกล้ตัว นำมาสู่ “โรคซึมเศร้า”

นี่คือส่วนหนึ่งของยาใน 2 เดือน ทิ้งไปบางส่วนแล้วแต่ก็งงตัวเองเหมือนกันว่าจะเก็บซากไว้ทำไม 🫩

🙏🏻ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคนที่อ่านจนจบ แต่เชื่อว่ามันยาวจนไม่มีใครอยากอ่าน 😂

“ จุดเริ่มต้นของการเป็นโรคนี้คือการคบกับคน Toxic และอดทน กับคนแบบนี้ เป็นระยะเวลายาวนาน(ประมาณ 7 ปีนิดๆ)

มันทำให้สะสมมาเรื่อยๆ (ยิ่งเงียบคนแบบนี้ยิ่งได้ใจ) เรามีอาการเบื้องต้นแต่ไม่หนักมากในระยะแรก ก็พบหมอ แต่ยังไม่ต้องทายามากขนาดนี้ แต่ระยะเวลามันจะ กัดกร่อนจิตใจของเราไปเรื่อยๆ และเมื่อเราอยู่กับคนแบบนี้เราก็จะกลายเป็นคน Toxic ของคนอื่นเช่นกัน เพราะนิสัยเราจะเปลี่ยนไปตามคนที่คบด้วย ดังนั้น เราจึงอยากบอกกับทุกคนว่าการจะเลือกคบใครสักคนหนึ่งศึกษานิสัยเขาให้ดีๆก่อนอย่าอดทนกับสิ่งที่ไม่ควรอดทนจนสุดท้ายแล้วมันทำลายสุขภาพกายและสุขภาพใจของเราจากจุดเริ่มต้นเพียงเล็กน้อยที่เราไม่อยากเถียงเขามันจะกลายเป็นจุดกำเนิดของโรคนี้โดยไม่รู้ตัว” (เหตุผลของแต่ละคนต่างกัน) และเมื่อมีเหตุการณ์อื่นมากระทบจิตใจอย่างรุนแรง อาการก็จะหนักขึ้นตามที่เราเป็นตอนนี้เลยค่ะ😢เราเครียดทั้งเรื่องงาน แล้วต้องมาเหนื่อยกับเรื่องคนที่คบอยู่ด้วย มันแย่มากๆ จนบางทีปวดหัวมาก โทษทุกสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง บางครั้ง (เกือบทุกครั้ง)ผิดเอง แต่อายคนอื่นก็โทษเราและว่าเราด้วยเสียงดังต่อหน้าคนอื่น เราเบื่อและเอือมระอามาก ชอบขู่ ว่าจะฟ้องนุ่นนี่นั่น พอเขาไม่เงียบก็คิดว่าเขากลัว ได้ใจไปอี๊ก เพื่อนรอบข้างนี่ดีใจแทบจะจัดงานเลี้ยงให้ที่ออกมาจากชีวิตแบบนั้นได้

จะเลือกใครเป็นคู่ชีวิตคิดให้ดี ศึกษาให้ดี ก่อนตัดสินใจคบนะคะ เพราะถ้าคบไปแล้ว ต้องมานั่งอดทนเพราะคิดว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่าคิดแบบนั้นนะคะ มันเสียเวลาชีวิตค่ะ ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ให้ออกมาค่ะอย่าไป เสียเวลา เถียง หรือแก้ตัวกับคนแบบนั้นนะคะ เขาไม่มีทางเข้าใจแน่นอน มันเสียเวลา แล้วเมื่อเราออกมาได้เราก็เจอคนที่แสนดีกับเราตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้ค่ะ (เพราะเราผ่าน ปสก.แย่ๆมาแล้ว🤢) *บทเรียนของเรานี้ขอให้เป็น ส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้ กับคนที่กำลังเจอปัญหาแบบนี้อยู่นะคะ*

“ออกมาเถอะค่ะก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายไป”

<โพสต์เพื่อเล่า ปสก.และต้นเหตุที่ทำให้เราเป็นแบบนี้ ถ้าขู่จะแจ้งความจะฟ้องทนายอีก ทุกคนคิดว่าควรกลัวดีมั้ยคะ>

อืมมมม!!! ก็น่าคิดนะ🤔 #แพนิก #ptsd #ซึมเศร้าเล่าเรื่อง #โรคซึมเศร้า

2025/12/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถามเหมือนกันว่า “Valdoxan คืออะไร” เพราะเห็นแผงยา Valdoxan 25 mg ในรูป เราเลยอยากเล่าแบบคนที่เคยผ่านการรักษาจริง (ไม่ใช่หมอนะคะ) เผื่อเป็นข้อมูลประกอบก่อนตัดสินใจไปพบแพทย์หรือคุยกับหมอให้ตรงจุด Valdoxan เป็น “ยาต้านซึมเศร้า” ชื่อสามัญคือ agomelatine ที่หมอบางท่านเลือกใช้ในคนที่มีอาการซึมเศร้าร่วมกับปัญหาการนอน เช่น นอนยาก หลับไม่สนิท ตื่นมาล้าๆ สำหรับเรา ตอนนั้นอาการมันมาจากการสะสมความเครียดและอยู่กับคน Toxic นานๆ จนเริ่มมีอาการเหมือนแพนิกเป็นพักๆ ใจสั่น วิตกกังวล แล้วสุดท้ายมันลามมาที่อารมณ์และการนอน สิ่งที่เราอยากให้รู้เวลาเสิร์ชคำว่า “Valdoxan ยา” คือ ยานี้ไม่ใช่ยาแก้เครียดแบบกินแล้วหายทันที ส่วนตัวเราต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะเริ่มรู้สึกว่าอารมณ์นิ่งขึ้น และการนอนดีขึ้นบ้าง (ขึ้นกับแต่ละคนมากๆ) ช่วงแรกเราจดอาการไว้เลยว่าแต่ละวันนอนกี่ชั่วโมง ตื่นกี่รอบ อารมณ์ดิ่งเวลาไหน จะได้เอาไปคุยกับหมอแบบมีหลักฐาน ไม่ต้องอธิบายลอยๆ อีกเรื่องที่คนไม่ค่อยพูดเวลาเริ่มยาต้านซึมเศร้า คือ “ต้องติดตามผลกับหมอ” จริงจัง โดยเฉพาะ Valdoxan ที่มักมีการติดตามการทำงานของตับตามดุลยพินิจแพทย์ (เพราะยาบางกลุ่มมีประเด็นเรื่องเอนไซม์ตับ) เราเลยไม่แนะนำให้ซื้อกินเองหรือปรับขนาดยาเองเด็ดขาด ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ง่วงมากผิดปกติ เวียนหัว คลื่นไส้ ผื่น ควรรีบติดต่อโรงพยาบาล/คลินิกที่รักษาอยู่ จากประสบการณ์เรา “ยา” ช่วยพยุงให้เรามีแรงกลับมาดูแลตัวเอง แต่สิ่งที่เปลี่ยนเกมจริงๆ คือการตัดวงจรความสัมพันธ์ที่กัดกร่อนใจ เราเริ่มตั้งขอบเขต (boundaries) แบบเป็นรูปธรรม เช่น ลดการปะทะ ไม่โต้เถียงกับคนที่คุยด้วยเหตุผลไม่ได้ เก็บหลักฐานการข่มขู่/พูดทำร้ายจิตใจไว้ และหาคนที่ไว้ใจได้คอยซัพพอร์ต (เพื่อน ครอบครัว นักจิตวิทยา) ถ้าใครกำลังอยู่ในจุดที่ถูกขู่จะฟ้อง/จะทำให้เสียชื่อ แนะนำให้ตั้งสติและขอคำปรึกษาทางกฎหมายจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ แต่อย่าให้ความกลัวทำให้เราต้องทนอยู่ในสภาพที่ทำให้ซึมเศร้าหนักขึ้น เพราะสุดท้ายคนที่ป่วยคือเรา สรุปสั้นๆ จากคนเคยกินยา: Valdoxan คือยารักษาโรคซึมเศร้าบางรูปแบบ (หลายคนได้ 25 mg) ต้องกินและติดตามตามแพทย์สั่ง ห้ามปรับเอง และควรดูแลต้นเหตุความเครียดควบคู่กันไป ถ้ารู้สึกไม่ไหวจริงๆ การไปพบหมอเร็วขึ้น อาจช่วยให้ไม่ต้องปล่อยให้มันลุกลามจนหนักเหมือนที่เราเคยเป็นค่ะ