#ปรุงจืด ชอบนะแต่วหน้าโทนนี้ มันจะคลีนก็ไม่คลีน ดูมีอะไรหน่อย
โทน “ปรุงจืด” สำหรับเรา คือเมคอัพที่ดูเบาๆ เหมือนแทบไม่ได้แต่ง แต่พอมองใกล้ๆ จะเห็นว่า “มีเครื่องปรุง” ครบ หน้าไม่โล้น ไม่ป่วย และยังดูสะอาดตาแบบคลีนๆ จุดสำคัญคือคุมความเข้มทุกอย่างให้อยู่ในโทนเดียวกัน แล้วเติมดีเทลเล็กๆ ให้หน้าดูมีมิติ ทริคที่ช่วยให้ลุคปรุงจืดออกมาสวย (ไม่ซีด) คือเริ่มจากงานผิวก่อน เราจะเลือกเบสที่บางและเนียน ไม่หนา ไม่แมตต์จนเกินไป ให้ผิวดูจริงนิดๆ แล้วค่อยแตะคอนซีลเลอร์เฉพาะจุด จากนั้นเซ็ตแป้งบางๆ เฉพาะบริเวณที่มันง่าย จะได้ยังมีความฉ่ำแบบสุขภาพดี ส่วน “เครื่องปรุงหลัก” ของลุคนี้คือแก้ม เราชอบใช้ครีมบลัชก่อน (อย่าง Fleen beauty) เพราะให้ฟีลเลือดฝาดจากข้างใน แล้วค่อยทับด้วยบลัชแบบฝุ่น (เช่น hourglass) เบาๆ เพื่อให้สีติดทนและผิวดูฟุ้งขึ้น สีที่เข้ากับปรุงจืดจะเป็นชมพูตุ่น พีชตุ่น หรือโรสที่ไม่สดเกินไป ปัดกว้างๆ บริเวณพวงแก้มแล้วลากขึ้นนิดเดียว หน้าเลยดูละมุนแต่ไม่จืด ตาสำคัญคือ “คุมโทน + เน้นเงา” มากกว่าเน้นสี เรามักหยิบพาเลตที่มีน้ำตาล เบจ ชมพูตุ่นๆ (เช่น Nars) ลงสีอ่อนทั่วเปลือกตา แล้วเพิ่มสีน้ำตาลกลางที่หางตาให้เกิดเงาเล็กๆ จากนั้นใช้อายไลเนอร์สีน้ำตาลหรือเทาเข้มเขียนชิดขนตาแบบบางมาก ปัดมาสคาร่าเบาๆ ก็พอ ลุคจะดูใสแต่ตายังมีมิติ ปากในลุคปรุงจืด เราชอบ “ผสมรวม” 2 สีให้ได้โทนที่พอดี เช่น ทาสีนู้ดอมชมพูเป็นฐาน แล้วแตะสีเข้มกว่าเล็กน้อยด้านในปาก เบลนด์ขอบให้ฟุ้ง จะได้ปากมีมิติแต่ไม่ชัดเกินไป ถ้ากลัวหน้าป่วย ให้เลือกสีที่มีความอุ่นนิดๆ หรือเพิ่มความฉ่ำด้วยลิปบาล์มบางๆ สรุปคือปรุงจืดไม่ใช่ไม่แต่ง แต่เป็นการแต่งแบบคุมโทนให้ดูคลีน และใส่ดีเทลเล็กๆ อย่างแก้มแบบเลเยอร์ เงาตาฟุ้งๆ และปากที่ผสมสีให้พอดี ลองทำตามนี้จะได้ลุค “จืดแบบไม่ป่วยมาก” ที่ดูมีอะไรแบบที่เราชอบเลย







































































