แจกสูตรต้มยำหัวปลี
วัตถุดิบ
* หัวปลี 1 หัว
* กุ้งสด 300 กรัม หรือไก่หั่นชิ้น 300 กรัม
* เห็ดฟางหรือเห็ดนางฟ้า 150 กรัม
* น้ำเปล่าหรือน้ำสต๊อก 900 มล.
* ตะไคร้ทุบหั่นท่อน 3 ต้น
* ข่าอ่อนหั่นแว่น 6–8 แว่น
* ใบมะกรูดฉีก 6 ใบ
* หอมแดงบุบ 4 หัว
* พริกขี้หนูสวนบุบ 10–15 เม็ด
* ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต๊ะ
* ผักชี สำหรับโรยหน้า
เครื่องปรุง
* น้ำปลา 3–4 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะนาว 4–5 ช้อนโต๊ะ
* น้ำพริกเผา 1–2 ช้อนโต๊ะ ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้
* น้ำตาลเล็กน้อย ½–1 ช้อนชา
* เกลือ ½ ช้อนชา
น้ำแช่หัวปลี
* น้ำเปล่า 1 ลิตร
* น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
* เกลือ 1 ช้อนชา
⸻
ขั้นตอนการทำ
1. ลอกกาบหัวปลีชั้นนอกที่แก่และสีเข้มออกจนเจอส่วนอ่อนด้านใน
ผ่าครึ่ง เอาเกสรแข็ง ๆ ออกบางส่วน แล้วซอยตามขวางหรือหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
2. ใส่หัวปลีที่หั่นแล้วลงในน้ำผสมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูและเกลือ
แช่ประมาณ 10–15 นาที แล้วล้างน้ำและสะเด็ดให้ดี
ขั้นตอนนี้สำคัญ ถ้าข้าม หัวปลีจะดำและรสฝาดแรงขึ้น
3. ใส่น้ำเปล่าหรือน้ำสต๊อกลงหม้อ ตั้งไฟกลางถึงแรง
ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด และหอมแดง ต้มจนเดือดและมีกลิ่นห อม
4. ใส่หัวปลีลงไปต้มก่อนประมาณ 5–7 นาที จนเริ่มนุ่ม แต่ยังมีสัมผัสกรุบเล็กน้อย
5. ใส่กุ้งหรือไก่ลงไป ตามด้วยเห็ด
ถ้าใช้กุ้ง ให้ต้มแค่พอสุก ไม่ควรต้มนาน
ถ้าใช้ไก่ ให้ต้มจนไก่สุกทั่ว
6. ใส่น้ำปลา เกลือ น้ำตาลเล็กน้อย และน้ำพริกเผาถ้าใช้
ชิมให้ได้รส เค็ม เผ็ด หอมสมุนไพร และเปรี้ยวตามหลัง
7. ปิดไฟก่อน แล้วค่อยใส่น้ำมะนาวและพริกขี้หนูบุบ
คนเบา ๆ เพื่อให้รสเปรี้ยวสดและไม่ขม
8. ใส่ผักชีฝรั่งซอย โรยผักชี
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยทำต้มยำหัวปลี มั่นใจว่านี่เป็นเมนูที่ค่อนข้างโดดเด่นด้วยการใช้หัวปลีเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งหลายคนอาจไม่คุ้นชินกับการนำหัวปลีมาปรุงอาหารมากนัก เคล็ดลับสำคัญที่ผมได้เรียนรู้คือขั้นตอนการแช่หัวปลีในน้ำผสมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูและเกลือเป็นเวลา 10-15 นาที เพราะช่วยให้หัวปลีไม่ดำคล้ำ และลดรสฝาดที่เป็นจุดด้อยของวัตถุดิบชนิดนี้ เมื่อต้มกับน้ำซุปที่มีตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด และหอมแดง จะช่วยดึงกลิ่นหอมของสมุนไพรออกมาอย่างลงตัว เมื่อหัวปลีนุ่มกรุบเล็กน้อยจะให้ความรู้สึกในการเคี้ยวที่เพลินมาก การเลือกกุ้งสดก็สำคัญ ต้องต้มแค่พอสุกเพื่อรักษาความหวานและกรอบของเนื้อ ส่วนเห็ดฟางหรือเห็ดนางฟ้า ที่ใส่ตามมาเพิ่มมิติและความนุ่มนวลให้กับต้มยำชามนี้ รสชาติที่ผสมผสานน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำพริกเผา และน้ำตาลเล็กน้อย ทำให้ออกมามีรสเค็ม เผ็ด เปรี้ยว หอมสมุนไพรอย่างกลมกล่อม เมื่อตักซดน้ำจะได้รสเปรี้ยวสดชื่นของมะนาวตามหลังอย่างดี ชอบตรงที่เพิ่มพริกขี้หนูบุบตอนปิดไฟ เพื่อให้ความเผ็ดและกลิ่นพริกไม่แรงเกินไป และการโรยผักชีฝรั่งซอยกับผักชีปิดท้ายเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่นที่ลงตัวมาก ข้อแนะนำสำหรับคนที่อยากลองทำคือควรทดลองชิมรสแต่ละขั้นตอน เช่น การเติมน้ำปลาและน้ำมะนาวให้พอดี เพราะรสต้มยำแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน อีกทั้งหัวปลีที่ซื้อมาก็อาจมีความฝาดแตกต่างกัน การทำต้มยำหัวปลีจึงไม่ยากแต่ต้องใจเย็นและใส่ใจในขั้นตอน แค่ทำตามสูตรข้างต้นก็จะได้ต้มยำที่อร่อยและรสชาติกลมกล่อมไม่เหมือนใคร ที่สำคัญคือได้สุขภาพจากสมุนไพรสดๆ และวัตถุดิบธรรมชาติด้วย









เวลาเราทำแกงปลี หัวปลีมันจะดำทุกครั้งเลยค่ะทั้งๆที่แช่มะนาว , น้ำส้มสายชู แล้วนะ