ภาพวอลเปเปอร์มหาสิทธากาลี มหาเทวีผู้ทำลายอวิชชาและบันดาลความบริสุทธิ์นิรันดร์ 🌹
ขนาดภาพ: สัดส่วนมือถือ (9:19)
ประเภทภาพ (รหัส): CF2
---
คำนำ (ยาว แต่อ่านจบแล้วเคลียร์ ถ้าเกทงานของบลูอยู่แล้ว ไถข้ามไปล่างๆ ดูว่าภาพนี้ทำงานกับอะไรได้เลยค่ะ)
ภาพ = สัญลักษณ์ที่มีชีวิต ทุกเส้น สี รูปทรง เราจึงไม่จำเป็นต้องเข้าใจมันในทันที ภาพที่ดีควรทำงานในใจเราไปเรื่อยๆ
ส่วนของเนื้อหา (อักษรที่บลูข ยายความเจตนาในแต่ละภาพ) ขณะอ่าน อยากให้พึงเสมอว่า...
ไม่ต้องเชื่อบลู แต่ให้สังเกตการตอบสนองแรกของตัวเราเอง ไม่ใช่ในระดับความคิด/อารมณ์เท่านั้น แต่ในระดับที่จิตยังไม่ทันแปลความหมาย (การตอบสนองของจิตไร้สำนึก) มันจะไม่ได้มาในรูปคำตอบชัด ๆ ว่าชอบ/ไม่ชอบ ใช่/ไม่ใช่ แต่มักปรากฏรูปแบบอื่น เช่น
– ภาพนี้ทำให้ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะคิด
– อยู่ ๆ นึกถึงเหตุการณ์เก่า คนบางคน ช่วงชีวิตบางช่วง
– ไม่รู้จะอธิบายว่าเกี่ยวอะไรกับชีวิตตอนนี้ แต่มันไม่นิ่งเฉย
– ต่อต้าน อยากเถียง อยากปฏิเสธ ทั้งที่ยังอธิบายไม่ได้ว่าทำไม
– อ่านแล้วอยากเลื่อนผ่านเร็วผิดปกติ /กลับมาอ่านซ้ำหลายรอบโดยไม่รู้เหตุผล
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องรสนิยม และไม่จำเป็นต้องเป็นประสบการณ์ที่ดี แต่มันคือสัญญาณว่าจิตไร้สำนึกกำลังตอบสนองต่อสัญลักษณ์ที่ไปแตะโครงสร้างบางอย่างในตัวเรา
บลูไม่แนะนำให้ใช้อารมณ์อย่างเดียว อารมณ์มันคนละเรื่องกับจิตไร้สำนึก อารมณ์เป็นผล (ร่องรอยที่หลงเหลือหลังการเคลื่อนของจิต)จิตไร้สำนึกเป็นการเคลื่อนไหวก่อนภาษา (เกิดก่อนจะรู้สึกว่าอะไร)
ตัวอย่างของอารมณ์ที่มักตามหลังการตอบสนองของจิตไร้สำนึกมักเป็นอารมณ์ที่อธิบายยาก มันไม่ใช่อารมณ์พื้นฐาน (เหมือน ดีใจ เสียใจ โกรธ กลัว) แต่เป็นอารมณ์ที่เกิดจากการผสมกันของความรู้สึกและกระบวนการทางความคิดเข้าด้วยกันเช่น
- คุ้น ทั้งที่รู้ว่าไม่เคยเห็นมาก่อน
– อึดอัด กระอักกระอ่วน วางไม่ลง ทั้งที่ภาพไม่ได้มีอะไรน่ากลัว
- ถูกดึงดูด อยากหยุดดู ไม่รู้ว่าดึงดูดเพราะอะไร
– อยากกลับมาดูซ้ำ คิดว่าทีแรกก็ไม่ได้อินขนาดนั้น
- อยากเก็บภาพนี้ไว้ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะหาอะไรแบบนี้
- เหมือนภาพมองกลับมา มีอะไรบางอย่างจ้องเราอยู่
– นิ่ง เงียบ อยากหยุดดู ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกว่าชอบเป็นพิเศษ
– การรับรู้เชิงร่างกายเล็ก ๆ หนักในอก หายใจไม่ออก น้ำตาไหล ทั้งที่ยังอธิบายไม่ได้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร
– หงุดหงิด อยากแย้ง อยากปฏิเสธ โดยไม่รู้ว่ากำลังปกป้องอะไร
- มันค้างอยู่ในหัวหลังจากเลิกดูแล้ว
- ความหมายของมันไม่ชัดทันที แต่รู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่าง
ถ้าสังเกตว่ามีอะไรบางอย่างในตัวเราขยับขึ้นมาเอง แล้วตามมาด้วยอารมณ์ +เหตุผลที่อธิบายไม่ทัน นั่นพอแล้วค่ะที่จะบอกว่าจิตไร้สำนึกได้เริ่มทำงานไปก่อนหน้านั้น
ภาพหนึ่งภาพ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนรู้สึกเหมือนกัน
สัญลักษณ์ไม่ใช่ป้ายไฟแดง ไฟเขียว ที่ถูกสอนให้เข้าใจตรงกันทั้งสังคม
สัญลักษณ์ทำงานต่างออกไป มันไม่ได้สื่อความหมายเดียว แต่มันปลุกประสบการณ์ภายในของแต่ละคนขึ้นมา
สัญลักษณ์เดียวกัน อาจทำให้ใครบางคนรู้สึกปลอดภัย ในขณะที่อีกคนรู้สึกอึดอัด และบางคนอาจไม่รู้สึกอะไรเลย
ทั้งหมดนี้ไม่ผิด เพราะการทำงานของสัญลักษณ์ ต้องอาศัยพื้นเดิมของแต่ละคน
บลูมีหน้าที่แค่วางเจตนาในภาพ ไม่ได้เป็นผู้ที่เข้าไปทำงานร่วมกับภาพนั้น การทำงานจึงเป็นเรื่องของคนหนึ่งคน กับภาพหนึ่งภาพ และกระบวนการนั้นไม่เกี่ยวกับตัวกลาง (บลู) เลย บลูไม่เชียร์ ไม่เทียบ ไม่บอกว่าภาพไหนดีกว่า หน้าที่ของบลูมีเพียงการเปิดพื้นที่ให้ภาพได้ไปเจอกับเจ้าของที่สั่นพ้องกับมันจริง ๆ เท่านั้น
ถ้าเกิดผัสสะแล้วไม่เกิดการตอบสนอง นั่นไม่ได้แปลว่าภาพนี้ไม่ดี และถ้าเกิด resonance ขึ้นมา นั่นก็ไม ่ได้แปลว่าภาพนี้เหมาะกับทุกคน ภาพทำงานผ่านความซื่อสัตย์ของเราที่มีต่อจิตไร้สำนึกของตัวเอง (1-1) ถ้าแค่เชื่อทุกคำโดยไม่ถามจิตตัวเองสักครั้ง โลกนี้ก็คงไม่ต้องมีการค้นหาอะไรอีก เราคงรวย ดัง เป็นที่รักกันทั้งโลกไปนานแล้ว
🪞ลำดับชั้นการทำงานของภาพและสัญลักษณ์
เวลาที่คนทำงานกับภาพหรือสัญลักษณ์ มักจะมีคำสองคำถูกพูดถึงเสมอ คือ Resonance และ Synchronization สองอย่างนี้ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และไม่ได้เกิดพร้อมกัน แต่ทำงานเป็นลำดับขั้น ...เรื่องนี้ยาวมาก สั้นๆ คือ
1.การสั่นพ้อง (การตอบสนองโลกภายใน/เกิดในระดับปัจเจกเพราะต้นทุนภายในแต่ละคนไม่เหมือนกัน) เป็นด่านแรกๆ ที่เกิดขึ้นก่อน
2.ส่วนซิงโคร (สะท้อนออกสู่โลกภายนอก/เกิดในระดับวัตถุวิสัย) เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตามมา
🪞กลไกการทำงานของภาพ (Archetypal Mechanism)
เราไม่ได้ รอรับพรหรือเศษทานจากฟ้า เทพเจ้า หรือความเชื่อปรัมปราใด ๆ สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตได้จริง คือ Archetype ภายในตัวเราเองนั่นแหละที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
หลายคนคุ้นเคยกับภาพจำว่า การเปลี่ยนชีวิต คือการไปขอพร มีผู้ใหญ่ พระ เทพ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สวด พูด หรือมอบบางอย่างให้จากภายนอก เหมือนเราเป็นผู้รอรับ และพลังเป็นสิ่งที่ถูกให้มา แต่การทำงานของภาพในแนวทางนี้ไม่ใช่แบบนั้น เทพ พลัง หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้พร และไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเราแทน แต่ทำหน้าที่เป็นภาพแทนหรือ กระจกสะท้อนของบางส่วนในจิตใจเราเอง
Symbolism, Imagery, พิธีกรรม, ความเชื่อ, ความฝัน และศิลปะ จึงไม่ได้ส่งพลังเข้ามาจากภายนอก แต่ทำหน้าที่ กระตุ้น รวบรวม และจัดระเบียบพลังงานทางจิต (Psychic Energy)ที่มีอยู่แล้วในตัวเรา เพื่อดึงเอาพลัง ที่ซ่อนอยู่ภายใน (Inner Power) หรือส่วนที่ถูกกดทับ มองไม่เห็น หรือไม่กล้าใช้ (Shadow) ให้สามารถปรากฏขึ้นมารับรู้ได้
เมื่อจิตไร้สำนึกรับรู้ภาพนั้น Archetype ภายในที่สอดคล้องจะถูกปลุกให้ตื่น และเมื่อ Archetype ถูก Activate
การรับรู้ การตัดสินใจ และพฤติกรรมภายนอกจะค่อย ๆ เปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงภายในนี้เองที่ทำให้สถานการณ์ ผู้คน และโอกาสในโลกจริงเริ่มเคลื่อนตัวตาม ไม่ใช่เพราะมีใครให้พลัง แต่เพราะเรากลายเป็นคนที่พร้อมจะถือพลังนั้น
พลังงานจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องขอ.. โลกวัตถุจึงไม่ใช่ของขวัญจากฟ้า.. แต่คือผลลัพธ์ของจิตที่พร้อมเป็น
ดังนั้นครั้งต่อไปที่เรามองภาพหรือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลองเปลี่ยนบทสนทนาในใจจาก
ขอให้ท่านช่วยลูกช้างด้วย..
เป็น
ขอให้พลังนี้ตื่นขึ้นในตัวฉัน ทำให้ฉันพร้อมดึงดูดสิ่งที่สอดคล้องกั บมัน ผู้คนที่ใช่ สถานการณ์ที่เหมาะสม และโอกาสต่าง ๆ เข้ามาเรียงตัวตรงหน้าฉันพอดี..เป็นต้น
นี่คือการ Taking Ownership หรือการยึดอำนาจคืนมาที่ตัวเอง พลังงานจะเปลี่ยนจากผู้ถูกกระทำ (Victim) เป็นผู้สร้าง (Creator) ทันทีที่พูดจบค่ะ..
---
แทรกหมายเหตุตัวโตๆ ดวงไม่เท่ากับมูนะคะ ดวงคือการอธิบาย ส่วนการมูคือการพยายามแทรกแซง
ดวงเหมือนการอ่านแผนที่ มูคือการพยายามเปลี่ยนเส้นทางบนแผนที่
หลายคนมักผสมทั้งสองเข้าด้วยกัน เช่น เมื่อวานไปดูดวงมา แล้วหมอดูบอกว่าปีนี้การเงินไม่ดีให้ไปไหว้เทพองค์นี้ๆๆๆ ตรงนี้ครึ่งแรกคือการอ่านดวง ส่วนครึ่งหลังคือการมู
บลูไม่ทำงานกับดวง ไม่เคยดูดวง และไม่เชื่อเรื่องดวง บลูเชื่อในโมเดลนักโต้คลื่น (จากหนังสือเล่มไหนแล้วจำไม่ได้) แต่เอาเป็นว่าหลักๆ คือองค์ประกอบของชีวิตแบ่งออกเป็น สองด้าน
1.ด้านตัวนักโต้คลื่น คือ สิ่งที่เราพัฒนาได้ เช่น ทักษะ / ความรู้ / การฝึกฝน / วินัย / การตัดสินใจ / ความกล้าลงมือ เป็นต้น
2.ด้านทะเลและคลื่น คือ สิ่งที่เราไม่ได้ควบคุมทั้งหมด เช่น จังหวะเวลา / โอกาส / ผู้คนที่ได้พบ / เศรษฐกิจ / เหตุการณ์ไม่คาดคิด / โชค หรือสิ่งที่บางคนเรียกว่าแรงหนุน เป็นต้น
ในกรอบนี้ เราไม่จำเป็นต้องเชื่อว่าอนาคตถูกกำหนดไว้ (ดวง) เลย แต่ก็ยังเชื่อได้ว่าโลกมีปัจจัยภายนอกที่เอื้อหรือไม่เอื้อต่อการกระทำของเราค่ะ
---
so ภาพนี้มู(ปัจจัยภายนอก)อะไร(ในมิติเทวอำนาจ)
โดดเด่นในเรื่องการปกป้องคุ้มครอง และการเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี
-เกราะแก้วแห่งสัตตวะคุ้มครองจากอวิชชาและอำนาจมืด ด้วยพระวรกายสีขาวบริสุทธิ์ พระองค์เปรียบเสมือนเกราะแก้วที่แผ่รัศมีปกป้องผู้บูชาจากภัยอันตรายทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ที่คิดร้าย หรือพลังงานอัปมงคลที่ลอยล่องมา พลังงานนี้จะแปรเปลี่ยนความมืดมิดรอบกายให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยอันเป็นนิรันดร์
-ดาบปัญญาฟาดฟันอาถรรพ์ ดาบโค้งในพระกรเปื้อนเลือดคือศาสตราแห่งการกำจัดสิ่งชั่วร้ายขั้นเด็ดขาด ช่วยฟันตัดคุณไสยมนต์ดำ สิ่งตกค้างจากกรรมเก่า หรือพลังงานลบที่ติดตัวมาจากการงานและสังคมให้ขาดสะบั้นไม่เหลือซากให้กลับมารบกวนใจ
-เปลี่ยนโคลนตมเป็นปทุมทิพย์ (พลิกฟื้นดวงชะตา) ดอกบัวเลือดที่งอกงามจากความมืดคืออิทธิคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผู้ที่เผชิญวิกฤต พระแม่จะเปลี่ยนความทุกข์ยาก ความล้มเหลว หรือคดีความที่ติดขัดให้กลายเป็นปุ๋ยบ่มเพาะปัญญาและโอกาสแห่งความสำเร็จ ยิ่งสถานการณ์รุนแรงเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่จะได้กลับคืนมาจะยิ่งงดงามเท่านั้น
-ทำลายอัตตาเพื่อก้าวกระโดด ศีรษะอสูรในพระกรคือตัวแทนของการกำจัดอีโก้ที่น่าสงสาร หรือนิสัยแย่ๆ ของเราเอง พระองค์จะช่วยทำลายทิฐิที่ปิดกั้นโอกาส และเปิดทางให้เราได้เห็นทางออกที่คาดไม่ถึงเมื่อตัวตนที่เหนียวแน่นถูกทำลายลง
-ชำระล้างด้วยโลหิตทิพย์ ถ้วยรองรับเลือดคือการรับเอาความทุกข์ ความกดดัน และภาระหนักอึ้งในใจเราไปทำลายเสีย เพื่อให้จิตวิญญาณของเราเบาสบายเหมือนร่างสีขาวงาช้างของพระองค์ เป็นการถอดถอนความเจ็บปวดที่ฝังลึกให้หายไป
-อำนาจเหนือสามโลก อยู่เหนือศัตรูและคดีความ ตรีศูลคือสัญลักษณ์ที่พระองค์ประกาศศักดาว่าอยู่เหนือทั้งกฎแห่งกรรมและข้อจำกัดทางโลก การมีพระองค์เป็นสื่อนำจิตจะทำให้เราได้รับพรให้ผ่านพ้นอุปสรรคที่ไม่ว่าจะยากเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นศัตรูภายนอกหรือความขี้เกียจในใจจะถูกสยบราบค าบ
-รหัสแห่งการเกิดใหม่ในเชิงเทววิทยา เมื่อชีวิตถึงจุดตกต่ำที่สุด พระองค์จะประทานพลังแห่งการตื่นรู้ให้เราลุกขึ้นยืนด้วยความสง่างาม ดุจดังสีขาวงาช้างที่โดดเด่นท่ามกลางความมืดมิดของความทุกข์
-ภาวะนิรันดร์เหนือทวิภาวะ นำพาจิตใจของผู้บูชาไปสู่สภาวะวางเฉยต่อเรื่องแย่ๆ ที่เข้ามากระทบ ทำให้เราไม่หวั่นไหวกับกระแสโลก เมื่อใจเรามั่นคงและอยู่เหนือความกลัวได้แล้ว สิ่งไม่ดีทั้งหลายก็ไม่มีอำนาจที่จะมาแตะต้องเราได้อีกเลย
#สายมู #วอลเปเปอร์สายมู #วอลเปเปอร์เสริมดวง #ความเชื่อส่วนบุคคล #พระแม่กาลี
















































































