ป.ป.ช.ภาค 8 กางบัญชี 7 จังหวัดแถลงผลปฏิบัติงานไล่เช็กบิลนักการเมืองท้องถิ่น-ข้าราชการต้องคดีและจำคุกอื้อ หนักใจคดี “ #เสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ” สอบเกือบ 10 ปียังไม่จบ จ่อเอาเรื่องเจ้าของสำนวนคดี ขีดเส้นต้องส่งสำนวนคดีภายในปีงบประมาณ 69 นี้
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมศูนย์ CLP เทศบาลนครนครศรีธรรมราช นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ภาค 8 นำผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนคือ ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่ และ นครศรีธรรมราช เข้าแถลงผลการปฏิบัติงานทั้งการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งแต่ละจังหวัดได้เปิดเผยผลคดีที่สำคัญ เช่น ที่จังหวัดกระบี่ มีคำพิพากษาศาลทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 จำคุกข้าราชการกรมที่ดิน กรมการปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง 12 ราย จากการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ กรณีการออกโฉนดที่ดินในตำบลอ่าวนาง กระบี่
นอกจากนั้นยังมีการดำเนินคดีกับข้าราชการผู้บริหารสำนักก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 15 สุราษฎร์ธานี ข้าราชการครูใน จ.ระนอง กลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่นครศรีธรรมราช, ชุมพร เป็นต้น
นอกจากนั้ นยังมีการซักถามในกรณีการสอบสวนคดีทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ถูกให้ความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากในงบประมาณเกือบ 200 ล้านบาท เมื่อปี 2562 โดยที่ทำการปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช เริ่มชำรุดเสียหายไม่สามารถใช้การได้หลังติดตั้งได้ไม่นาน อีกทั้งท้องถิ่นยังปฏิเสธการรับโอนทรัพย์สินเกือบทั้งจังหวัด ปัจจุบัน เช่น บนถนนสิรินคร ถูกโจรกรรมไปกว่า 100 ต้น เช่นเดียวกับถนนอีกหลายสาย มีการตั้งสอบคดีแล้วเกือบ 10 ปี แต่กลับยังไม่สามารถดำเนินการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องได้จนถึงปัจจุบัน
ต่อข้อถามถึงความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. อาจจะมีวิธีการดึงคดี ดองคดี ประวิงคดีให้ยาวนานไปเป็นวิธีการหลบเลี่ยงคดีเอื้อกับผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ภาค 8 เปิดเผยว่า ก รณีเสาโซลาร์เซลล์อยู่ในกลุ่มบัญชีนวัตกรรม เรื่องนี้มีการล็อกสเปก ล็อกผู้ประกอบการมา มีความซับซ้อนมาก ขณะนี้มุ่งไปที่สารตั้งต้นเลยว่า เป็นใครอย่างไร หากดำเนินการเฉพาะในพื้นที่ แต่ถ้าทำอยู่ในเฉพาะพื้นที่ยอมรับว่าการทำคดีไม่เหมาะสมกับเวลา เมื่อติดตามได้พบว่ากำลังติดตามไปกับดีเอสไอที่มีข้อมูลเชิงลึกมาในคดีนี้ และจะนำมาประกบโยงไปถึงไหนใครได้บ้างมากกว่าในพื้นที่
“คุยกับเจ้าของสำนวน ถ้าพวกคุณยังไม่เร่งรัดให้เสร็จเจ้าของเรื่องจะถูกลงโทษกันก่อนแล้ว แม้จะเป็นเรื่องใหญ่แต่ควรมีห้วงเวลาที่ชัดเจน หลังจากนี้เจ้าของเรื่องต้องทำแผนมาในห้วงเดือนต่อไปจะอย่างไร ผมคิดว่าไม่ควรเกินปลายปีงบประมาณ อย่างน้อยที่สุดเริ่มปีงบประมาณ 69 จะต้องเสนอสำนวนได้” รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ภาค 8 กล่าว.
การติดตามคดีทุจริตในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะคดีเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ที่นครศรีธรรมราช เป็นเรื่องที่สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการงบประมาณและการตรวจสอบความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐ จากประสบการณ์ส่วนตัว การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในพื้นที่ ทำให้เห็นว่าปัญหาเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ที่ลงทุนสูงแต่เกิดความชำรุดเสียหายและถูกโจรกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคและความมั่นใจของประชาชนอย่างมาก นอกจากนี้ความล่าช้าในการดำเนินคดีและการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ทำให้ความเชื่อมั่นลดลงจนเกิดข้อสงสัยถึงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหา จากคำชี้แจงของรองเลขาธิการ ป.ป.ช.ภาค 8 ที่ระบุว่าคดีนี้มีการล็อกสเปกและมีความซับซ้อนสูง ทำให้ต้องใช้เวลามากกว่าเดิมเพื่อสืบสวนไปยังต้นตอของปัญหา นอกจากนั้นยังมีการประสานงานกับดีเอสไอเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึก เห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาไม่ได้จำกัดแค่ในพื้นที่เท่านั้น แต่ขยายวงกว้างเพื่อป้องกันการทุจริตในระดับที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี การกำหนดกรอบเวลาชัดเจนจาก ป.ป.ช. ให้เจ้าของสำนวนเร่งรัดการส่งสำนวนคดีภายในปีงบประมาณ 69 ถือเป็นสัญญาณที่ดีเพื่อเร่งรัดความคืบหน้าของคดีที่สาธารณชนจับตามองอย่างมาก สำหรับผู้ที่สนใจติดตามเรื่องนี้ ควรจับตาดูการพัฒนาของคดีและร่วมกันส่งเสริมการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ อย่างแท้จริง

