สถานการณ์ วิกฤตน้ำมัน ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569 กำลังทวีความรุนแรงทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
1. สถานการณ์โลก (Oil Shock 2026)
สงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ: ความตึงเครียดทางการเมืองนำไปสู่การขัดแย้งที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก
อุปทานหยุดชะงักครั้งใหญ่: องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่านี่คือการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในประวั ติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก
ราคาพุ่งสูง: ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาวะสงครามและการขาดแคลน
2. ผลกระทบและวิกฤตในประเทศไทย
น้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊ม: ประชาชนเกิดภาวะตื่นตระหนกแห่ซื้อตุน (Panic Buy) จนทำให้หลายสถานีบริการน้ำมันไม่มีน้ำมันขาย แม้รัฐบาลจะยืนยันว่ามีสต็อกสำรองเพียงพอ
ภาระกองทุนน้ำมัน: รัฐบาลต้องชดเชยราคาน้ำมันดีเซลสูงถึง 20.36 บาทต่อลิตร เพื่อพยุงราคาไม่ให้พุ่งถึง 50.30 บาท ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบทลายหมื่นล้านบาท
ปัญหาการขนส่งและสินค้า: ภาคขนส่งรวมตัวเรียกร้องให้แก้ไขปัญหา และมีแนวโน้มที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจะปรับตัวสูงขึ้นตามค่าขนส่ง
3. มาตรการรับมือของรัฐบาล
การคุมราคาน้ำมัน: มีการเสนอให้รัฐบาลงดเก็บภาษีสรรพสามิต และขอความร่วมมือโรงกลั่นให้ช่วยสมทบเงิน 3 บาทต่อลิตร
ข้อเรียกร้องกฎหมายด่วน: ภาคส่วนต่างๆ จี้ให้รัฐบาลเร่งออก พ.ร.ก. ด่วน เพื่อควบคุมราคาและตรวจสอบการกักตุนน้ำมันของโรงกลั่น


















