ขอบคุณค่ะคุณครู 😆 #นักเรียน #เด็กอนุบาล
คำว่า “ครูกับนักเรียน” สำหรับเราไม่ได้มีแค่ในห้องเรียนเลยค่ะ เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่รู้สึกชัดมากว่า…อยู่โรงเรียนเป็นนักเรียน แต่พอกลับบ้านเหมือนต้องเป็นครูให้แม่แบบไม่รู้ตัว ตอนอยู่โรงเรียน เราก็ทำหน้าที่นักเรียนเต็มที่ ฟังคุณครู สงสัยก็ถาม ทำการบ้านตามที่ได้รับมอบหมาย และบางวันก็มีโมเมนต์ให้ยิ้มออกแบบ “ขอบคุณค่ะคุณครู” เพราะครูช่วยอธิบายจนเข้าใจจริง ๆ (แถมบางทีมีแซวกันนิด ๆ ให้ห้องเรียนไม่ตึงเกินไป) แต่พอกลับบ้าน แม่จะถามสารพัดเลยค่ะ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราเพิ่งเรียนมา หรือเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น อ่านป้าย อ่านเมนู เขียนคำง่าย ๆ หรือแม้แต่สอนใช้มือถือ/แอปต่าง ๆ ซึ่งพอถึงตอนนั้น เราก็กลายเป็น “ครู” ไปทันที ต้องค่อย ๆ อธิบายทีละขั้น เหมือนคุณครูที่โรงเรียนทำกับเราเลย สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบทบาทครูกับนักเรียนแบบนี้คือ 1) การสอนทำให้เราเข้าใจลึกขึ้น: ตอนเราพูดอธิบายให้แม่ฟัง เราจะรู้เลยว่าจริง ๆ เราเข้าใจแค่ไหน ถ้าอธิบายสะดุด แปลว่าเรายังต้องกลับไปทบทวน 2) น้ำเสียงและความใจเย็นสำคัญมาก: ตอนเป็นนักเรียน เราอยากได้ครูที่ไม่ดุเกินไป พอเป็นครูให้แม่ก็เหมือนกันค่ะ ใจเย็นขึ้นนิดเดียว บรรยากาศดีขึ้นมาก 3) การชมเล็ก ๆ ทำให้คนอยากเรียนต่อ: แค่พูดว่า “เก่งมากเลยแม่ ทำได้แล้ว” แม่ยิ้มและอยากลองอีกหลายอย่าง ถ้าใครมีน้องเล็กหรือเป็นเด็กอนุบาลในบ้าน ยิ่งเห็นภาพชัดค่ะ เพราะเด็กจะสลับบทบาทเก่งมาก อยู่โรงเรียนยอมทำตามครู แต่กลับบ้านมาชอบ “สอน” พ่อแม่ว่าให้ทำแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งจริง ๆ เป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาจำสิ่งที่เรียนมาได้และอยากแชร์ สรุปแล้ว ความสัมพันธ์ครูกับนักเรียนมันอบอุ่นกว่าที่คิดนะคะ ไม่ว่าจะอยู่ในโรงเรียนหรืออยู่บ้าน ทุกคนเป็นได้ทั้งผู้สอนและผู้เรียน แค่เปิดใจและให้กำลังใจกันบ่อย ๆ ก็ทำให้การเรียนรู้สนุกขึ้นเยอะเลย

