ก่อนโทษตัวเอง ลองโทษพระจันทร์ดูก่อน 🌝

ผมไปเจอวิจัยนึงที่น่าสนใจมากคุณ คือเคยรู้สึกไหมว่าอารมณ์เราขึ้นลงตามดวงจันทร์

มีงานวิจัยหนึ่งของ Thomas A. Wehr (2018) ตีพิมพ์ใน Molecular Psychiatry

ติดตามผู้ป่วย bipolar disorder 17 คน แล้วพบว่าจังหวะอารมณ์ของบางคนเปลี่ยนไปตามรอบของ น้ำขึ้นน้ำลงบนดวงจันทร์ (lunar tidal cycles)

โดยผู้เขียนเสนอว่านาฬิกาชีวภาพของมนุษย์บางคนอาจไวต่อแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์มากกว่าคนทั่วไปครับ

แต่สิ่งที่ทำให้งานนี้ยังไม่น่าถือเป็นข้อสรุปนะคุณ เช่น ขนาดกลุ่มตัวอย่างเล็กมากเพียง 17 คน และเป็นผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มที่มีวงจรอารมณ์สั้นกว่าค่าเฉลี่ยของโรคทั่วไปครับ อีกทั้งจากในงานวิจัยนี่ยังไม่มีหลักฐานเชิงกลไกทางชีววิทยา ที่พิสูจน์ว่าแรงโน้มถ่วงมีผลต่อสมองโดยตรงด้วย

สิ่งที่พบควรถูกมองว่าเป็นเบาะแส มากกว่าหลักฐานครับ แต่มันก็ชี้ให้เห็นอย่างน่าคิดว่ามนุษย์อาจยังเชื่อมโยงกับแรงธรรมชาติบางอย่าง ที่เรามองไม่เห็นแต่ยังรู้สึกได้คุณ

หากใครสนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่

Wehr, T. A. (2018). Bipolar mood cycles and lunar tidal cycles. Molecular Psychiatry.

NASA (2025). Supermoons.

2025/11/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจเคยรู้สึกว่าจังหวะอารมณ์ของตนเองเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนตามช่วงวันหรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ แต่งานวิจัยของ Thomas A. Wehr (2018) ที่ตีพิมพ์ใน Molecular Psychiatry ได้นำเสนอเบาะแสที่น่าทึ่งว่ารอบน้ำขึ้นน้ำลงของดวงจันทร์อาจมีผลต่ออารมณ์โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรค bipolar disorder งานวิจัยนี้ติดตามผู้ป่วยกลุ่มเล็กจำนวน 17 คน ซึ่งพบว่าจังหวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นมีรอบสอดคล้องกับรอบน้ำขึ้นน้ำลง (lunar tidal cycles) ของดวงจันทร์อย่างน่าสนใจ โดยนักวิจัยเสนอว่าอาจมี "นาฬิกาชีวภาพ" ภายในร่างกายมนุษย์บางคนที่ไวต่อแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ต่างจากคนทั่วไป นี่จึงเป็นมุมมองใหม่ที่ท้าทายและกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการศึกษาปัจจัยธรรมชาติที่ส่งผลต่อจิตใจมนุษย์ อย่างไรก็ดี งานวิจัยนี้ยังมีขอบเขตจำกัดเนื่องจากกลุ่มตัวอย่างมีขนาดเล็กและเป็นกลุ่มคนไข้ที่มีวงจรอารมณ์สั้นกว่าปกติ ทำให้ยังไม่สามารถสรุปผลได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังไม่มีหลักฐานทางชีววิทยาที่ชี้ชัดแน่ชัดว่าแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์มีผลโดยตรงต่อสมอง การศึกษาต่อไปจึงต้องมีการขยายกลุ่มตัวอย่างและค้นคว้าวิจัยกลไกทางชีวภาพเพิ่มเติม สำหรับคนทั่วไปที่อาจสงสัยว่าสิ่งเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่ การติดตามการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ตามรอบดวงจันทร์หรือทดลองสังเกตตัวเองอาจช่วยให้เข้าใจมากขึ้น และยังมีองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับ "ซูเปอร์มูน" (Supermoons) ซึ่งเป็นจุดที่ดวงจันทร์โคจรมาใกล้โลกมากที่สุด ทำให้แรงโน้มถ่วงมีผลสูงสุด โดยข้อมูลเพิ่มเติมจาก NASA (2025) ช่วยเติมเต็มความเข้าใจเรื่องนี้ ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้เทคโนโลยีการแพทย์และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จะพัฒนาไปไกล แต่ธรรมชาติและจักรวาลยังคงซ่อนความลับที่มนุษย์ยังต้องค้นหาอีกมาก การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมภายนอกกับจิตใจเราอาจช่วยให้มีวิธีดูแลสุขภาพจิตใจที่ดีขึ้นในอนาคต