ติดใช้ AURA PRO 4D มาก
ตื่นมาหน้าดูโกลว์เหมือนไปทำที่คลินิกมา ✨
ช่วงนี้ติดใช้ AURA PRO 4D มาก เพราะผิวดูฟู ดูฉ่ำ
เล่นแสงสวยแบบคนพักผ่อนเต็มอิ่ม ที่ชอบคือช่วยให้ผิวเรียบเนียน
แต่งหน้าติดง่าย แล้วผิวดูสุขภาพดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด 🤍
พิกัด : Puriskin ทุกช่องทาง 🔍
ขอดูรีวิว AURA PRO 4D แบบละเอียดๆ เรามาเล่าจากที่ลองใช้เองนะคะ (สายอยากได้ผิวโกลว์แบบพักผ่อนพอแต่ไม่ค่อยมีเวลา) สิ่งที่รู้สึกชัดคือ “ตื่นมาหน้าดูฉ่ำและฟู” เหมือนผิวได้รับการเติมน้ำเต็มๆ ผิวดูเรียบเนียนขึ้น เวลาลงรองพื้น/คุชชั่นแล้วเกาะผิวดีขึ้น ไม่ค่อยเป็นคราบบริเวณแก้มกับข้างจมูก วิธีที่เราชอบใช้คือทำหลังล้างหน้าและลงสกินแคร์ขั้นต้นบางๆ ก่อน เพื่อให้เครื่องช่วย “ดัน” การซึมของสกินแคร์ พอใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือแผ่นมาสก์จะยิ่งรู้สึกว่าผิวอิ่มน้ำไวขึ้น (สำหรับเราเหมาะมากในวันที่ผิวแห้งหรือแต่งหน้าต่อ) เรื่องโหมดไฟ LED ที่เห็นบนตัวเครื่อง เราแบ่งใช้ตามสภาพผิวง่ายๆ แบบนี้ค่ะ - PREP MODE ไฟ LED สีส้ม: เราใช้เป็นโหมดเริ่มต้นก่อนลงสกินแคร์หลักๆ ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นและเตรียมผิวให้รับการบำรุงดีขึ้น เหมาะกับวันที่ผิวดูโทรมๆ - ENHANCE MODE ไฟ LED สีเขียว: วันที่อยากให้ผิวดูอิ่ม ฟู และเล่นแสงสวย เรามักเลือกโหมดนี้ รู้สึกว่าหลังใช้ผิวดูเนียนและมีออร่าขึ้น - REFINE MODE ไฟ LED สีน้ำเงิน: เราจะหยิบใช้ช่วงที่ผิวรู้สึกไม่ค่อยเรียบ หรือมีความมัน/อุดตันง่าย เน้นใช้เบาๆ สม่ำเสมอ - CONTOUR MODE ไฟ LED สีแดง: เราใช้วันที่อยากบูสต์ความเด้งกระชับของผิว (ส่วนตัวจะใช้เป็นช่วงๆ ไม่ได้ใช้ทุกวัน) ทริคเล็กๆ ที่ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นสำหรับเรา 1) อย่าลากแรง ให้ค่อยๆ แนบผิวและเคลื่อนช้าๆ โดยเฉพาะแก้มกับหน้าผาก 2) ใช้สกินแคร์ที่ให้ “สลิป” พอดี เช่น เซรั่ม/เจลบางๆ จะช่วยให้เครื่องไหลลื่นและไม่ดึงผิว 3) ถ้าวันไหนจะแต่งหน้า แนะนำใช้ก่อนแต่ง 5–10 นาที ผิวจะดูอิ่มและเมคอัพติดง่ายขึ้น โดยรวม AURA PRO 4D เป็นไอเท็มที่ช่วยให้ผิวดูโกลว์สุขภาพดีแบบเห็นได้ชัดในมุมคนแต่งหน้าบ่อยค่ะ ไม่ได้ให้ฟีลเปลี่ยนผิวข้ามคืนแบบเวอร์ แต่ให้ผลเรื่อง “ผิวฟู ฉ่ำ เรียบเนียน แต่งหน้าติด” ค่อนข้างตรงใจ ใครที่กำลังขอดูรีวิวหวังเรื่องงานผิว เราว่าลองได้เลย












