自動翻訳されています。元の投稿を表示する

愛がないことはどこでも珍しいことではありません。

A-ロマンス」は、生まれていないことを意味する愛の形であり、他者との愛情のロマンチックな感情であり、「エセクシャル」は、他者からの性的魅力や魅力がないことを意味する性的指向であり、ロマンチック・エセクシャルと呼ばれています。

私はこの本を長い間狙っていましたが、最終的に読むまで購入しませんでした。私たちは性的多様性に非常に興味を持っていました。そして、本がA-Romanceについてであるほど、人々が知らない性別であり、ますます興味を持ちました。本のプロットはとても明確ですが、作家は私たちに何も置かなかったので、私たちは作子さんと一緒にこの性別を知ることができました。作子さんは簡単な物語を通じて自分自身のロマンスを学び、理解しようとし、彼女の人生を静かで支援的な視点で見ることができました。本のある時点で、私たちは特に彼女が母親と戦っていたときに、作子の仲間をより理解しました。台所で、私たちは自分自身にショックを受け、サトルさんが入りたくない人物になったことに気づきました。社会の枠組みを他人よりも優先し、高潔に振る舞い、他人を指差し、他人を裁く人々は、社会が指示するように行動しない。

読みやすい本ですが、読み終わったら、長時間座って自分自身と話さなければなりません。私たちは性別のすべての側面を理解することはできないと思いますが、学び、理解し、尊重し、その多様性に誠実かつ親切にスペースを与える準備ができているKasuさんのようになりたいと思っています。

📚愛することができない私たちの両方。

✏️吉田エリカ。

✍️パワン。満足。

♪私たち二人とも愛していないかもしれない #書評 #バックパックを読む #読む

2025/12/13 に編集しました

... もっと見るถ้าคุณกำลังค้นหา “เราทั้งคู่ผู้ไม่อาจมีรัก” เพราะอยากรู้ว่าหนังสือเล่มนี้เล่าอะไร หรือเหมาะกับใคร เราว่าจุดเด่นที่สุดคือมันไม่ได้พยายาม “สอน” ผู้อ่านแบบยัดเยียด แต่พาเราไปรู้จักโลกของคนที่ไม่รู้สึกดึงดูดแบบโรแมนติก/ทางเพศ ผ่านการใช้ชีวิตจริงๆ ของตัวละคร ทำให้คำว่าเอโรแมนติก-เอเซ็กชวลไม่ใช่ศัพท์ไกลตัว แต่กลายเป็นเรื่องของความรู้สึก ความสัมพันธ์ และการหาที่ทางของตัวเองในสังคม ในเล่มมีประโยคและบรรยากาศที่สื่อประมาณว่า “คน 2 คนที่ไม่เข้าใจความรักต้องมาอยู่ด้วยกัน” ซึ่งเราชอบมาก เพราะมันทำให้ตั้งคำถามว่า “ความรัก” ที่คนส่วนใหญ่พูดถึงนั้นหมายถึงรักแบบไหนกันแน่ บางทีการอยู่ข้างๆ กัน การหวังดี การรับฟัง หรือการดูแลกันในแบบที่ไม่โรแมนติกก็อาจเป็นความสัมพันธ์ที่จริงใจได้เหมือนกัน แถมหนังสือยังแอบกระซิบเรื่องสำคัญว่า เราสามารถ “กำหนดความสุขของตนเอง” ได้ ไม่จำเป็นต้องยึดสูตรสำเร็จว่าชีวิตต้องมีคู่ถึงจะสมบูรณ์ อีกอย่างที่ทำให้เราอ่านแล้วสะเทือนใจนิดๆ คือฉากปะทะกับคนรอบข้าง (โดยเฉพาะครอบครัว) เพราะมันสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมาก เวลามีคนไม่เข้ากรอบ สังคมมักจะรีบหาคำอธิบาย รีบชี้ทางว่า “ควรเป็น” แบบไหน พออ่านถึงตรงนี้ เราเองก็เผลอเห็นใจคนรอบข้างอยู่บางช่วงเหมือนกัน แล้วมันทำให้กลับมาถามตัวเองว่า เราเคยเอากรอบของตัวเองไปครอบคนอื่นโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า ถ้าถามว่าเหมาะกับใคร เราว่าเหมาะกับ 1) คนที่ไม่แน่ใจตัวเองเรื่องแรงดึงดูด/ความรัก 2) คนที่มีเพื่อน คนรัก หรือคนในครอบครัวเป็นเอโรแมนติก/เอเซ็กชวล และอยากเข้าใจโดยไม่กดดัน 3) คนที่ชอบนิยาย/เล่าเรื่องแบบเงียบๆ แต่ทิ้งคำถามให้คิดต่อยาวๆ หลังอ่านจบ เราว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ให้ “คำตอบเดียว” แต่ให้ “พื้นที่” มากกว่า พื้นที่ให้ตัวละครได้เป็นตัวเอง และพื้นที่ให้คนอ่านได้ทบทวนความเชื่อเรื่องความรักของตัวเองแบบอ่อนโยน ถ้าคุณกำลังลังเลว่าจะอ่านดีไหม เราคิดว่านี่เป็นเล่มที่อ่านง่าย แต่ผลลัพธ์คือชวนคุยกับตัวเองได้นานกว่าที่คิด