เมย์ได้เห็นอีเมลที่ TPT ส่งแจ้งกลับมาเกี่ยวกับการปิดบัญชีร้านค้าแล้วค่ะ
จากโพสต์ก่อนที่เมย์เล่าเรื่องที่ได้ช่วยเหลือร้าน TPT ถูกปิดโดยไม่ทราบสาเหตุ
วันนี้เมย์มีข้อมูลเพิ่มเติมมาอัปเดตค่ะ
รอบนี้เมย์ได้เห็นอีเมลที่ TPT ส่งแจ้งกลับมาเกี่ยวกับการปิดบัญชีจริงๆ แล้ว
และในอีเมลมีการระบุเหตุผลของการปิดบัญชีมาให้แล้วค่ะ
เมย์เลยอยากเอามาอธิบายให ้ผู้ขาย TPT คนไทยเข้าใจกัน
ในอีเมล TPT ระบุว่า
บัญชีถูกปิดเนื่องจากละเมิด Terms of Service
รวมถึง Seller Guidelines
โดยพูดถึงความรับผิดชอบของผู้ขายโดยตรงว่า
ชื่อสินค้า
คำอธิบายสินค้า
และเนื้อหาต่างๆ ภายใน Resource
ต้องเป็นความจริง
ถูกต้อง
ไม่มีข้อผิดพลาด
และไม่มีปัญหาทางเทคนิค
พูดง่ายๆ คือ
คนที่ต้องรับผิดชอบความถูกต้องของงานคือผู้ขายค่ะ
การที่เราอัปโหลดสินค้าเข้า TPT ได้
ไม่ได้แปลว่า TPT ตรวจงานให้เราเรียบร้อยแล้ว
และในอีเมลยังมีอีกประโยคที่สำคัญมาก
TPT แจ้งว่า
การตัดสินใจเกี่ยวกับบัญชีนี้ถือเป็นที่สิ้นสุด
และไม่อนุญาตให้สร้าง Seller Store ใหม่
แปลว่าในเคสนี้
บัญชีถูกปิด
และ TPT แจ้งชัดว่าไม่อนุญาตให้เปิดร้านผู้ขายใหม่
ส่วน TPT ใช้วิธีไหนในการตรวจจับว่าคนเดิมกลับมาเปิดร้านใหม่หรือไม่
เมย์ไม่มีข้อมูลยืนยันค่ะ
แต่จากที่ไปอ่านประสบการณ์ของผู้ขายต่างประเทศ
มีคนที่เคยถูกปิดร้านแล้วกลับไปสมัครใหม่
ขายไปได้สักพัก
ร้านก็ถูกปิดอีกครั้ง
ทีนี้มาถึงเรื่องที่หลายคนน่าจะสงสัย
แล้วเรื่องนี้เกิดจากการใช้ AI หรือเปล่า?
เมย์จะไม่สรุปแบบนั้นนะ
คนที่ถูกปิดร้านก็มีการใช้ AI ช่วยทำงานจริง
แต่ไม่ได้หมายความว่า
AI คือสาเหตุที่ทำให้ร้านถูกปิด
และเอาจริงๆ ในยุคนี้
ใครบ้างไม่ใช้ AI ช่วยทำงาน
ยิ่งผู้ขายคนไทย
ที่ภาษาอังกฤษไม่ใช ่ภาษาแม่
จะใช้ AI ช่วยแปล
ช่วยตรวจ Grammar
ช่วยคิด
ช่วยหาข้อมูล
หรือช่วยลดขั้นตอนในการทำงาน
เมย์มองว่าเป็นเรื่องปกติมากค่ะ
เมย์เองก็เคยถาม TPT โดยตรง
เกี่ยวกับการใช้ AI เป็นตัวช่วยทำงาน
ข้อมูลที่เมย์ได้รับไม่ได้บอกว่า
TPT ห้ามใช้ AI ตรงๆ
สิ่งสำคัญคือ
เนื้อหาที่เราเอาไปขายต้องเป็นสิ่งที่เราสร้างเอง
หรือถ้าไม่ได้สร้างเอง
เราต้องมีสิทธิ์นำสิ่งนั้นมาใช้ได้อย่างถูกต้อง
เช่น มี Commercial License
ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ
หรือมีสิทธิ์ใช้งานจากเครื่องมือที่เราเลือกใช้ตามเงื่อนไขของเขาอย่างถูกต้อง
เพราะฉะนั้นสำหรับเมย์
ประเด็นไม่ใช่ว่า “ใช้ AI หรือไม่ใช้”
แต่อยู่ที่ว่า
เมื่อ AI สร้างอะไรออกมา
เรามีความรู้มากพอที่จะตรวจได้ไหมว่า
สิ่งนั้นผิดหรือถูก
อันนี้สำคัญมากค่ะ
เพราะถ้าเราไม่เข้าใจเรื่องที่กำลังทำตั้งแต่แรก
AI บอกอะไรมาก็เชื่อหมด
สร้างอะไรมาก็เอาไปใช้หมด
แล้วเราจะเอาความรู้อะไรไปตรวจมันคะ?
จริงๆ การใช้ AI
มาช่วยสร้างสื่อการศึกษาไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ
หลายโรงเรียนก็มีเครื่องมือให้ครูใช้ช่วยทำงาน
แต่สิ่งที่ต่างคือ
ครูเขามีพื้นฐานด้านการสอน
และมีความรู้ในวิชาที่ตัวเองสอนอยู่แล้ว
AI สร้างอะไรออกมา
ครูก็ยังต้องเป็นคนตรวจว่า
เนื้อหาถูกไหม
เหมาะกับเด็กระดับนี้ไหม
โจทย์ถูกไหม
คำตอบถูกไหม
และเอาไปใช้สอนได้จริงหรือเปล่า
ผู้ขาย TPT ก็ควรคิดแบบเดียวกันค่ะ
เราต้องเข้าใจและตรวจสอบกระบวนการผลิตสื่อของตัวเองได้
ไม่ใช่สนใจแค่ว่า
วันนี้ทำได้กี่ชิ้น
ไฟล์ออกมาแล้วขายได้เท่าไหร่
หรือทำได้เร็วกว่าคู่แข่งแค่ไหน
เพราะ AI เองก็ผิดพลาดได้
เครื่องมือ AI ก็มีข้อความเตือนอยู่แล้วว่า
ข้อมูลที่สร้างขึ้นอาจผิดพลาด
และข้อมูลสำคัญควรได้รับการตรวจสอบอีกครั้ง
บางครั้ง AI สามารถสร้างข้อมูล
ที่อ่านแล้วดูน่าเชื่อถือมาก
แต่จริงๆ แล้วผิด
หรือที่เราเรียกกันว่า AI “หลอน”
เพราะฉะนั้น
ยิ่งเครื่องมือทำงานได้เร็ว
คนใช้ยิ่งต้องมีความรู้เอาไว้ตรวจสิ่งที่มันสร้างออกมา
ยกตัวอย่าง MathGoal ของเมย์เองก็ได้ค่ะ
MathGoal ถูกสร้างขึ้นมา
เพื่อลดเวลาในการทำใบงานคณิต
แต่ไม่ได้หมายความว่า
เข้ามากดปุ่มเดียว
แล้วมีสินค้าพร้อมขายออกมาทันที
คนใช้ยังต้องเป็นมนุษย์ที่คิดและออกแบบเอง
ต้องออกแบบ Template เอง
เลือกหัวข้อที่จะทำเอง
ตั้งค่าโจทย์เอง
และต้องรู้ว่าตัวเองกำลังสร้างแบบฝึกเรื่องอะไร
หลังบ้านของโปรแกรม
มีสูตรคณิตศาสตร์กำกับการสร้างโจทย์ไว้
ถ้าตั้งค่าโจทย์ผิด
ตั้งค่าไม่สัมพันธ์กัน
หรือกำหนดเงื่อนไขที่ไม่ตรงกับสูตรทางคณิตศาสตร์
เมื่อระบบตรวจจับได้
โปรแกรมก็จะไม่สร้างโจทย์ให้ค่ะ
เพราะตอนเมย์ออกแบบ MathGoal
เมย์ไม่ได้คิดแค่ว่า
“ทำยังไงให้สร้างใบงานได้เร็วที่สุด”
แต่คิดด้วยว่า
“งานที่ออกจากโปรแกรมแล้วไปถึงเด็ก
มันต้องมีคุณภาพด้วย”
นี่คือเหตุผลที่เมย์ย้ำกับลูกค้า MathGoal มาตลอดว่า
คนที่จะใช้โปรแกรมทำใบงานคณิต
ต้องมีพื้นฐานคณิตศาสตร์ด้วย
เพราะเครื่องมือมีหน้าที่ช่วยลดเวลา
ไม่ได้มีหน้าที่มาแทนความรู้
และความรับผิดชอบของคนทำงานขาย
ต่อให้โปรแกรมช่วยสร้างโจทย์ได้
หรือ AI ช่วยเราได้มากแค่ไหน
สุดท้ายคนขายต้องดูออกอยู่ดีว่า
โจทย์ถูกไหม
คำตอบสัมพันธ์กันไหม
เหมาะกับ Grade นี้ไหม
และสิ่งที่เรากำลังสอนเด็กถูกต้องหรือเปล่า
การทำสื่อขายบน TPT สำหรับเมย์
จึงไม่ใช่แค่
สร้าง → Export → Upload → ขาย
ก่อนขาย
ลองเอาตัวเองกลับไปเป็นเด็กดูค่ะ
ลองใช้สื่อของตัวเองจริงๆ
ถ้าเราเป็นเด็ก Grade นี้
เราเข้าใจสิ่งที่งานชิ้นนี้กำลังสอนไหม?
ถ้าเราเป็นครู
เรากล้าเอางานชิ้นนี้ไปใช้กับนักเรียนไหม?
ถ้าเรายังใช้สื่อของตัวเองไม่ได้
ยังอธิบายไม่ได้ว่ามันสอนอะไร
หรือยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ AI สร้างมาให้เราถูกหรือผิด
อย่าเพิ่งขายค่ะ
กลับไปเรียนรู้เรื่องนั้นเพิ่มก่อน
อีกเรื่องที่อยากอัปเดตคือเรื่อง Report
หลายคนอาจคิดว่า
ถ้าลูกค้าไม่พอใจ
เขาต้องมาเขียนรีวิวไม่ดีก่อน
จริงๆ ไม่จำเป็นค่ะ
ลูกค้าสามารถ Report Resource
ไปที่ TPT ได้โดยตรง
เพราะฉะนั้น
ร้านที่ไม่มีรีวิวแย่
ไม่ได้แปลว่าไม่มีใครเคยร้องเรียน
แต่ขอย้ำตรงนี้อีกครั้งนะคะ
เมย์ไม่ได้กำลังบอกว่า Report
คือสาเหตุที่ทำให้ร้านนี้ถูกปิด
เราไม่มีข้อมูลตรงนั้นค่ะ
สิ่งที่เรารู้จากอีเมลคือ
TPT ระบุเรื่องการละเมิด Terms of Service
และ Seller Guidelines
โดยพูดถึงความจริง
ความถูกต้อง
ข้อผิดพลาด
และปัญหาทางเทคนิคของ Resource
ส่วนก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เมย์ไม่รู้
และจะไม่เดาให้กลายเป็นข้อเท็จจริงค่ะ
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ
ข้อมูลที่เราใช้ขายสินค้า
หน้าปก
Title
Description
และไฟล์ที่ลูกค้าได้รับ
ควรตรงกันค ่ะ
เพราะข้อมูลเหล่านี้
คือสิ่งที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจก่อนจ่ายเงิน
อย่าเขียนเกินจริง
อย่าใส่สิ่งที่ในไฟล์ไม่มี
และอย่าทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าจะได้รับอย่างหนึ่ง
แต่เปิดไฟล์มาแล้วเป็นอีกอย่างหนึ่ง
ก่อนกดลงงาน
ตรวจ Title
ตรวจ Description
ตรวจหน้าปก
เปิดไฟล์จริงดูทุกหน้า
เช็กคำตอบ
เช็ก Grammar
และเช็กว่าไฟล์ใช้งานได้จริง
ถ้าใช้เครื่องมือช่วยสร้างงาน
ยิ่งต้องตรวจค่ะ
เพราะเครื่องมือช่วยให้เราทำงานเร็วขึ้นได้
แต่ถ้าเราไม่ตรวจ
ความผิดพลาดก็สะสมในร้านได้เร็วขึ้นเหมือนกัน
จากการวิเคราะห์ของเมย์
เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องกฎของ TPT ค่ะ
แต่มันเป็นเรื่องของ
จริยธรรมในการหาเงินด้วย
เรากำลังทำสินค้าที่ครูจ่ายเงินจริงเพื่อซื้อ
และปลายทางของงาน
คือเด็กที่จะเอาสิ่งที่เราทำไปเรียนจริงๆ
การหาเงินไม่ใช่เรื่องผิด
การใช้ AI
ใช้โปรแกรม
หรือใช้เครื่องมือช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น
ก็ไม่ผิด
แต่การหาเงินควรอยู่บนพื้นฐานของความรู้
และความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองขายด้วยค่ะ
AI ช่วยให้คนที่มีความรู้
ทำงานได้เร็วขึ้นมาก
แต่ถ้าเราเชื่อ AI 100%
โดยไม่มีความรู้ของตัวเองเอาไว้ตรวจ
เครื่องมือที่ควรช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น
ก็สามารถพาความผิดพลาดออกไปสู่ตลาดได้เร็วขึ้นเหมือนกัน
ถ้าอยากทำงานนี้ ให้เติบโตในระยะยาว
เมย์ว่าความรู้
คุณภาพ
และความรับผิดชอบของคนขาย
สำคัญกว่าเครื่องมือที่เราเลือกใช้อีกค่ะ
ข้อมูลทั้งหมดที่เมย์เอามาเล่าวันนี้
เมย์พิจารณาจากข้อมูลที่มีจริงก่อนนำมาเขียน
อะไรที่มีข้อมูลยืนยัน
เมย์ก็บอกว่าเป็นข้อมูล
อะไรที่ยังเป็นเพียงข้อสังเกต
หรือสิ่งที่เมย์วิเคราะห์
เมย์ก็จะบอกตามนั้นค่ะ
เพราะเรื่องแบบนี้
เมย์ไม่อยากเอาความกลัวมาพูดต่อๆ กันโดยไม่มีข้อมูล
อีกเรื่อง ถ้าบัญชีถูกปิดแล้ว
มีโอกาสที่เราอาจไม่ได้รับการตอบกลับจาก Support อีก
เพราะ TPT ถือว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับบัญชีถือเป็นที่สิ้นสุด
ในมุมของเขา
เคสอาจถื อว่าถูกตัดสินไปแล้วค่ะ
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะไม่มีการตอบกลับนะคะ
อย่างเคสนี้
เมย์แนะนำวิธีติดต่อไป
และโชคดีที่ TPT ก็ยังตอบกลับมา
และแจ้งเหตุผลเกี่ยวกับการปิดบัญชี
สุดท้ายขอฝากเป็นเกร็ดเล็กๆ อีกเรื่อง
Copyright และ Trademark เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ไม่เกี่ยวกับเคสนี้นะคะ
จากเคสและข้อมูลที่เมย์เคยเจอ
เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้า
จะมีขั้นตอนการลบสินค้าที่มีปัญหาออกจากร้าน
และแจ้งให้ผู้ขายทราบค่ะ
รวมถึงมีการหักรายได้จากสินค้าที่ละเมิด
เพื่อนำไปคืนให้กับลูกค้าที่เคยซื้อสินค้านั้นไป
และในเคสที่เมย์มีข้อมูล
ร้านไม่ได้ถูกปิดทันที
เพราะผู้ขายยังต้องรับผิดชอบยอดขายที่เกิ ดจากสินค้าที่ละเมิดให้ครบก่อนค่ะ
วันนี้ขอฝากไว้ประมาณนี้ก่อน
เดี๋ยวจะทำคลิปเล่าให้ฟังยาวๆ
ก่อนจบย้ำอีกครั้ง
ใช้ AI ได้
ใช้เครื่องมือได้
ทำเร็วได้
ทำเยอะได้
แต่ต้องรู้ว่าเรากำลังทำอะไร
ตรวจสิ่งที่ตัวเองขายให้เป็น
และรับผิดชอบงานที่ออกจากมือเราให้ได้ค่ะ
และเพื่อความชัดเจนนะคะ
สิ่งที่เมย์เขียนมาทั้งหมด
ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของร้านในเคสนี้ไม่มีความรู้
ไม่ตรวจงาน
หรือเชื่อ AI 100%
เมย์ไม่มีข้อมูลมากพอที่จะสรุปแบบนั้นค่ะ
เมย์ไม่ได้เห็นร้าน
ไม่ได้เห็นงานทั้งหมด
เมย์ก็ไม่ควรตัดสินเจ้าของร้าน
สิ่งที่เมย์ทำได้
คือช่วยดูข้อมูลที่มี
ให้คำแนะนำเท่าที่ช่วยได้
และเป็นกำลังใจให้ค่ะ
สุดท้ายแล้ว
เราทุกคนก็เป็นมนุษย์
ผิดพลาดได้
และเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น
เพื่อที่จะเติบโตต่อไป
เจตนาที่เมย์ทำในโพสต์นี้
คือเอาข้อมูลที่ TPT แจ้งมา
มาถอดเป็นบทเรียนว่า
ในฐานะผู้ขาย
มีอะไรบ้างที่พวกเราทุกคนควรกลับไปตรวจสอบงานและร้านของตัวเอง
ขอให้คนที่ตั้งใจทำงานดีๆ
โชคดี โชคดีค่ะ
ⒸiPadสร้างรายได้สไตล์เมย์

























