รวม 7 พิกัดทริป slow life ที่เกาะสีชัง 🌞🪼🐚🦀
1 Fade Away
ก่อนข้ามเกาะแวะเติมน้ำสดชื่นและเครปที่ร้านนี้ ชั้น 4 เป็นโซนเปิดใหม่ ชื่อ Sea and Sand มาในธีมปลาทอง น่ารักมาก
2 @บ้านอยู่ดีมีความสุข
บ้านอยู่ดีมีความสุขก็คืออบอุ่นน่ารักสมชื่อจริง ๆ เป็นโฮมสเตย์ที่เราพินไว้นานมากแล้ว พอได้มาก็คือแฮปปี้มาก เหมือนได้มาใช้ชีวิตสงบ ๆ slow life บนเกาะจริง ๆ เป็นโฮมสเตย์รักโลกที่ฮีลใจมาก ๆ
3 Matcha Islander
คาเฟ่มัทฉะเปิดใหม่บนเกาะของคุณแฮม @Kontorns จะเปิดแค่ศุกร์-อาทิตย์เท่านั้น ใครไปเกาะแล้วอยากเติมมัทฉะก็ต้องแวะร้านนี้เลย
4 แหลมเขาขาด
นั่งรถไปไม่ไกลจะเจอทางเดินลงเขาเลียบหาด มีจุดแวะพักให้ถ่ายรูปตลอดทาง แนะนำไปช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก ท้องฟ้า วิว ทุกอย่างคือสวยมากกก
5 หวานดีสีชัง
คาเฟ่ของที่พัก อยู่ติดริมทะเลบรรยากาศน่ารักมากกกก ฟีลไม่เหมือนอยู่ไทยเลย ตรงนี้จะเปิดแค่เสาร์-อาทิตย์ อาหารจะเป็นเครปคาว/ หวาน ชา กาแฟ เครื่องดื่มคราฟต์โฮมเมด
ตรงนี้จะเป็นห้องอาหารของแขกที่มาพักด้วย ทั้งซีฟู้ดย่างช่วงเย็น แล้วก็ข้าวต้มช่วงเช้า
6 ต๋อยเตี๋ยว
พอขึ้นฝั่งแวะเติมก๋วยเตึ๋ยวต้มยำเลย ร้านอยู่ไม่ไกลกับที่จอดรถเกาะลอย (ท่าเรือ) ร้านนี้ทำหมูบะช่อมาดีเลย แนะนำสั่งบะช่อล้วนซุปใสมาทานเล่น เริ่ดมาก ๆ
7 @MossTea
ร้านชาในบางแสน บรรยากาศดีทั้งชั้น 1 ชั้น 2 เลย ชอบวิธีที่ให้ลูกค้าเลือกชาจากเบสชาก่อนแล้วค่อยเลือกส่วนผสม มีขนมปังปิ้งอีกนิดหน่อย ราคาน่ารักสุด ๆ
ใครอยากวาร์ปหนีความวุ่นวายในกรุงเทพแบบไว ๆ แนะนำพักที่บ้านอยู่ดีมีความสุขเลย ดีมากกก ๆๆๆๆ
📍 : Chonburi & Koh Si Chang
ทริปนี้เราอยาก “หนีความวุ่นวายจากกรุงเทพฯ” แบบไม่ต้องลางาน เลยเลือกเกาะสีชังเพราะเดินทางง่าย และเหมาะกับสาย slow life มาก ๆ ใครกำลังวางแผน 1 day 1 night ที่นี่ เรารวบรวมทิปเล็ก ๆ จากประสบการณ์จริงไว้ให้ เผื่อช่วยให้ทริปไหลลื่นขึ้นค่ะ การเดินทาง & การจอดรถ: เราเอารถไปจอดที่ “เกาะลอย” (ท่าเรือ) แล้วนั่งเรือข้ามไปเกาะสีชัง ใช้เวลาไม่นาน แนะนำไปเช้า ๆ จะไม่รีบ และถ้ากลัวรถตากแดดทั้งวัน ลองเตรียมผ้าคลุมรถหรือเลือกมุมจอดที่ร่มหน่อย (วันที่แดดแรง ๆ ต่างกันมาก) การเที่ยวบนเกาะ: บนเกาะจะมีรถสองแถว/มอเตอร์ไซค์รับจ้างค่อนข้างสะดวก ถ้าอยากเก็บหลายจุดแบบไม่เหนื่อย เราใช้วิธีให้พี่สองแถวพาไปเป็นรอบ ๆ และนัดเวลารับกลับ (โดยเฉพาะตอนจะไป “แหลมเขาขาด” ช่วงเย็น) จะช่วยคุมเวลาได้ดี ช่วงเวลาที่แนะนำ: ไฮไลต์ของเราเป็นช่วง golden hour ที่แหลมเขาขาด ประมาณก่อนพระอาทิตย์ตกนิดหน่อย แสงจะสวยมาก ถ่ายรูปง่าย วิวทะเลกับท้องฟ้าดีสุด ๆ แต่ตรงนี้เน้นเดินเล่น/นั่งชิลมากกว่าลงเล่นน้ำ (พื้นและโขดหินบางช่วงไม่ค่อยเหมาะ) คาเฟ่/ของกินที่ควรวางแผน: บางร้านเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ หรือเปิดแค่ศุกร์-อาทิตย์อย่างร้านมัทฉะ (Matcha Islander) ถ้าเป็นสายคาเฟ่ แนะนำเช็กวันเปิดก่อน แล้วจัดลำดับร้านให้เข้าทาง เช่น ตอนเช้าแวะกาแฟ/เบเกอรี่ก่อนข้ามเกาะ ตอนบ่ายค่อยเติมมัทฉะ แล้วค่อยไปชมวิวช่วงเย็น พักแบบฮีลใจ: ถ้าอยากได้ฟีลอยู่ช้า ๆ จริง ๆ การเลือกโฮมสเตย์ที่บรรยากาศอบอุ่นจะทำให้ทริปต่างไปเลย เราชอบที่บางที่มีคอนเซ็ปต์รักโลก มีน้ำขวดแก้วให้รีฟิลได้เรื่อย ๆ และรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างหลอดสแตนเลส/อุปกรณ์ใช้ซ้ำ ทำให้รู้สึกว่า “พักแล้วเบาสบาย” ทั้งกายและใจ ทริคของที่ควรพก: พกเครื่องดื่มเย็นไปนั่งชิลระหว่างทาง (โดยเฉพาะตอนรอแสงเย็น), กันแดด+หมวก, และรองเท้าที่เดินสบาย เพราะบางจุดต้องเดินลงทางเลียบหาดพอสมควร ปิดทริปแบบโลคอล: ก่อนกลับขึ้นฝั่ง เราชอบแวะร้านก๋วยเตี๋ยวแถวท่าเรือ เติมพลังแบบง่าย ๆ แล้วค่อยไปต่อบางแสนแวะร้านชา (ฟีล speakeasy ชั้นล่างกับโฮมมี่วินเทจชั้นบน) เป็นการปิดทริปแบบนุ่ม ๆ ไม่รีบ ถ้าให้สรุป เกาะสีชังเหมาะมากกับคนอยากเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ แบบ slow life จริง ๆ เลือกจุดน้อย ๆ แต่ใช้เวลาให้เต็มที่ แล้วทริป 1 วัน 1 คืนจะ “คุ้มแบบพักใจ” มากค่ะ
❤️❤️❤️❤️👍👍👍